ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"คมนาคม-เอกชน" เดินหน้าแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด "ท่าเรือแหลมฉบัง"

เศรษฐกิจ
10:19
864
"คมนาคม-เอกชน" เดินหน้าแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด "ท่าเรือแหลมฉบัง"
อ่านให้ฟัง
05:35อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
กระทรวงคมนาคม – สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย จับมือเดินหน้าแก้ไขปัญหาการจราจรท่าเรือแหลมฉบังอย่างเป็นรูปธรรม หลังรถบรรทุกต้องจอดรอรับส่ง-สินค้า กว่า 10-20 ชม.ต่อเที่ยว

เมื่อวันที่ (24 มิ.ย.2568) นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประชุมร่วมกับสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) โดยมีนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ร.ท.ยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง นายปิยะ โยมา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการรถบรรทุก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม

นายสรวุฒิ เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ปัญหาการจราจรติดขัดภายในเขตท่าเรือแหลมฉบังได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ของประเทศ โดยเฉพาะรถบรรทุกที่เข้าไปส่งและรับตู้สินค้า ต้องใช้เวลารอคอยเฉลี่ย 10 – 20 ชม.ต่อเที่ยวงาน ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงเกินความจำเป็นและไม่สอดคล้องกับต้นทุนการดำเนินงาน

นอกจากนี้ ยังพบว่า พนักงานขับรถหลายรายต้องทำงานเกินระยะเวลาที่กฎหมายแรงงานกำหนด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัย ซึ่งเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น และวางรากฐานการบริหารจัดการในระยะยาว จึงได้กำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

1.) การจัดระเบียบพื้นที่และบริหารการจราจร จัดสรรลานจอดรถบรรทุกที่รอเข้าท่าเทียบเรือ 70 ไร่ และ 22 ไร่ เพื่อลดการจอดซ้อนหรือไหลล้นสู่ถนนสาธารณะ และเพิ่มห้องสุขาเคลื่อนที่ 12 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ขับขี่รถบรรทุกสินค้า

2.) ประสานกรมศุลกากรเพื่อขออนุญาตนำตู้สินค้าขาเข้าไปพักนอกเขตท่าเรือเป็นการชั่วคราว เพื่อลดความแออัดภายในพื้นที่ท่าเทียบเรือ และวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

3.) นำระบบ Truck Queue มาใช้แบบครบวงจร 100% เพื่อจัดลำดับการเข้า - ออกของรถบรรทุก เพื่อบริหารจัดการคิวรถบรรทุกทุกคันอย่างเป็นธรรม และลดความแออัดบริเวณหน้าทางเข้า รวมถึง จัดเตรียมพื้นที่นอกเขตรั้วศุลกากรสำหรับรองรับรถบรรทุกสินค้าที่รอเข้าคิว และพัฒนาแอปพลิเคชั่น (Dash board) บนโทรศัพท์มือถือ ติดตั้งกล้อง CCTV และระบบตรวจสอบแบบเรียลไทม์เพื่อติดตาม สถานการณ์จราจร

4.) พัฒนาระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างท่าเรือ สายการเดินเรือ ผู้ประกอบการขนส่ง และผู้ใช้บริการให้ทำงานบนฐานข้อมูลกลาง เพื่อให้กระบวนการเคลียร์สินค้าและตู้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

5.) มาตรการระยะกลางและระยะยาว ส่งเสริมการจองคิวล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ เพื่อ กระจายปริมาณรถตามรอบเวลา และศึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น แนวคิดการก่อสร้าง สะพานข้ามทางรถไฟหรืออุโมงค์ พัฒนาระบบ Smart Port เพื่อให้ท่าเรือสามารถบริหารจัดการทรัพยากรและการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบอัตโนมัติ

นายสรวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสดงความพร้อมในการร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการ ระยะกลาง และระยะยาวอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อคืนความเชื่อมั่นในระบบโลจิสติกส์ไทยและลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ พนักงานขับรถบรรทุกในพื้นที่โดยเร็วที่สุด

อ่านข่าว : 32 นักลงทุน ชิงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3

รมช.คมนาคมมั่นใจลงนามแหลมฉบัง เฟส 3 ต.ค.นี้

 กทท.เร่งเอกชนก่อสร้างแหลมฉบังเฟส 3 ขีดเส้นส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดในปี 69