การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้ง และหน่วยออกเสียงที่ท่านมีชื่อ
ที่มาและเหตุผลความจำเป็นของ "การจัดทำประชามติ"
"การออกเสียงประชามติ" วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 วันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป ประเด็นคำถาม "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่"
การออกเสียงประชามติครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568 ว่า รัฐสภามีอำนาจริเริ่มหรือแสดงความต้องการเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่เสียก่อน และเพื่อให้เป็นไปตามหลักอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ของประชาชน การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และหากมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำเป็นต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติ 3 ครั้ง ได้แก่
- ครั้งที่ 1 เพื่อให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
- ครั้งที่ 2 เพื่อให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม
- ครั้งที่ 3 เพื่อถามประชาชนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หลังจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว
การออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็น ประชามติครั้งที่ 1
ประเด็น คำถามประชามติ
ชื่อเรื่อง การออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประเด็นคำถามคือ "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถเลือกได้ 3 ช่อง คือ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และ ไม่แสดงความคิดเห็น
ความหมายและสาระสำคัญของประเด็นที่ทำประชามติ
การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกระบวนการที่ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และ ต้องดำเนินไปตามขั้นตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้
การออกเสียงประชามติครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทันที แต่เป็นการสอบถามประชาชนว่า เห็นชอบหรือไม่ให้มี "การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่"
แฟ้มภาพ
ขั้นตอนการใช้สิทธิ "เลือกตั้ง สส." และ "ออกเสียงประชามติ" ในวันเดียวกัน
การลงคะแนนจะดำเนินการต่อเนื่องในที่เลือกตั้งเดียวกัน โดยสรุปดังนี้
ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ทำอย่างไรบ้าง
ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ
- ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง ซึ่งจะมี 2 ชุด คือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
- บริเวณป้ายหน้าที่เลือกตั้งจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการช่วยตรวจสอบ และแจ้งลำดับที่ให้ทราบ
ขั้นตอนที่ 2 : เตรียมตัวก่อนเข้าคูหา
- จำลำดับที่ของตนเอง หมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขตและหมายเลขพรรคการเมืองที่จะเลือก
- เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ถือบัตรที่ยังไม่หมดอายุ หรือแอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaiD DLT QR LICENCE และบัตรคนพิการ
ขั้นตอนที่ 3 : แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.
- ยื่นหลักฐานแสดงตนและบอกลำดับที่ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
- ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.
ขั้นตอนที่ 4 : รับบัตรเลือกตั้ง สส. และลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง
- ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภท
- รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (เลือกคน) และแบบบัญชีรายชื่อ (เลือกพรรค) พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน
ขั้นตอนที่ 5 : เข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง สส.
- เข้าคูหาลงคะแนนและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายในบัตรทั้ง 2 ใบ
- โดยบัตรแบบแบ่งเขตเลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คน เท่านั้น ส่วนบัตรแบบบัญชีรายชื่อเลือกพรรคการเมือง ได้เพียงพรรคการเมืองเดียว
- หากไม่ประสงค์เลือกใคร ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หากไม่ประสงค์เลือกพรรคใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง "ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด"
- พับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับแล้วออกจากคูหา
ขั้นตอนที่ 6 : หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. ลงหีบบัตรเลือกตั้ง
- นำบัตรเลือกตั้งที่พับแล้วหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้อง ด้วยตนเอง
ขั้นตอนและกระบวนการ "ออกเสียงประชามติ" ทำอย่างไรบ้าง
ขั้นตอนที่ 7 : แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
- หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จแล้ว ให้เดินไปยังจุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกัน เพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
- ยื่นหลักฐานแสดงตน และบอกลำดับที่ตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
- ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
ขั้นตอนที่ 8 : รับบัตรออกเสียงประชามติและลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ
- ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ
- รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน
ขั้นตอนที่ 9 : เข้าคูหาออกเสียงประชามติ
- เข้าคูหาและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายเพียงช่องเดียว "เห็นชอบ" หรือ "ไม่เห็นชอบ" หรือ "ไม่แสดงความคิดเห็น"
- พับบัตรออกเสียงประชามติตามรอยพับให้เรียบร้อยแล้วออกจากคูหา
ขั้นตอนที่ 10 : หย่อนบัตรประชามติและออกจากที่เลือกตั้ง
- นำบัตรออกเสียงประชามติที่พับแล้วหย่อนลงในหีบบัตรออกเสียงประชามติด้วยตนเอง และเดินออกจากที่เลือกตั้ง ตามทางออกที่กำหนด
การลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง / นอกราชอาณาจักร / และสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ เป็นวันลงคะแนนพร้อมทั้งประเทศไม่มีลงคะแนนออกเสียงล่วงหน้า ผู้ที่ไม่สามารถออกเสียงลงคะแนนที่หน่วยออกเสียงที่มีชื่อตามทะเบียนบ้าน ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิ ในวันที่ 3 – 5 มกราคม 2569 ดังต่อไปนี้
• ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียง
• ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกราชอาณาจักร
• ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ ออกเสียง ณ ที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ
เช็กช่องทางการลงทะเบียน ใช้สิทธิประชามตินอกเขต นอกราชอาณาจักร
สำหรับการยื่นคำขอลงทะเบียน "ใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามติ" นอกเขตออกเสียงประชามติ และนอกราชอาณาจักร ให้ดำเนินการ ดังนี้
- ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือยื่นคำขอต่อเอกอัครราชทูตหรือผู้ที่เอกอัครราชทูตมอบหมาย ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค.2569 ในวันและเวลาราชการ
- ยื่นคำขอทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค.2569 โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ
- ยื่นคำขอทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค.2569 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบจะปิดอัตโนมัติในวันที่ 5 ม.ค.2569 เวลา 24.00 น.
ลงทะเบียนประชามตินอกเขต: https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/outvote/
ลงทะเบียนประชามตินอกราชอาณาจักร: https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/popout/
การยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามติ ณ ที่ออกเสียงประชามติสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ให้ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือผู้ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมอบหมายเฉพาะจังหวัดที่กำหนดให้มีที่ออกเสียงประชามติสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค.2569 ในวันและเวลาราชการ
การออกเสียงประชามติ ลงคะแนนออกเสียง นอกเขตออกเสียง
ผู้มีสิทธิออกเสียงที่มีสิทธิยื่นคำขอลงทะเบียน : ผู้มีสิทธิออกเสียงซึ่งอยู่นอกเขตจังหวัดที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตออกเสียงน้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันออกเสียง (มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังวันที่ 10 พ.ย.2568)
วิธีการยื่นคำขอ ลงคะแนนออกเสียง นอกเขตออกเสียง
1. ทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ไม่ต้องนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการลงทะเบียนแต่ต้องใช้ข้อมูลในบัตรประชาชน และเลขรหัสประจำบ้านของผู้มีสิทธิออกเสียงในการกรอกรายละเอียด) ลงทะเบียนประชามตินอกเขต: https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/outvote/
2. ยื่นคำขอด้วยตนเอง / มอบหมายผู้อื่นยื่นแทน
3. ทางไปรษณีย์ ( โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ)
(หมายเหตุ : ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น)
สำหรับหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ ดังนี้ 1. คำขอลงทะเบียน อ.ส. 5/1 และ 2. บัตรประจำตัวประชาชน หรือ หลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้ ทั้งนี้ สามารถยื่นคำขอลงทะเบียนได้ตั้งแต่ วันที่ 3 - 5 มกราคม 2569 ขณะที่ วันลงคะแนนออกเสียง นอกเขตออกเสียง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 - 17.00 น. (ณ ที่ออกเสียงนอกเขตออกเสียงที่ท่านประสงค์จะลงคะแนน)
การออกเสียงประชามติ ลงคะแนนออกเสียง นอกราชอาณาจักร
ผู้มีสิทธิออกเสียงที่มีสิทธิยื่นคำขอลงทะเบียน : 1. ผู้มีสิทธิออกเสียงซึ่งอยู่นอกราชอาณาจักร 2. ผู้มีสิทธิออกเสียงที่จะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ประสงค์จะขอใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงนอกราชอาณาจักร
วิธีการยื่นคำขอของผู้มีสิทธิออกเสียงซึ่งอยู่ นอกราชอาณาจักร
1. ทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ไม่ต้องนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการลงทะเบียน แต่ต้องใช้ข้อมูลในบัตรประชาชน ข้อมูลในหนังสือเดินทาง ที่อยู่ปัจจุบันในต่างประเทศ ที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ของผู้มีสิทธิออกเสียงในการกรอกรายละเอียด ) ลงทะเบียนประชามตินอกราชอาณาจักร: https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/popout/
2. ยื่นคำขอด้วยตนเอง / มอบหมายผู้อื่นยื่นแทน
3. ทางไปรษณีย์ หรือ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
4. ทางโทรสาร
(หมายเหตุ : ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อเอกอัครราชทูตหรือผู้ที่เอกอัครราชทูตมอบหมายแห่งเขตรับผิดชอบที่ตนมีแหลางที่อยู่)
สำหรับหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ ดังนี้ 1. คำขอลงทะเบียน อ.ส. 5/3 (นร.) 2. บัตรประจำตัวประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง
วิธีการยื่นคำขอของผู้มีสิทธิออกเสียงที่จะเดินทางไปนอกราชอาณาจักร
1.ทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (ไม่ต้องนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการลงทะเบียน แต่ต้องใช้ข้อมูลในบัตรประชาชน ข้อมูลในหนังสือเดินทาง ที่อยู่ปัจจุบันในต่างประเทศ ที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ของผู้มีสิทธิออกเสียงในการกรอกรายละเอียด)
2.ยื่นคำขอด้วยตนเอง (ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น)
สำหรับหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ 1.คำขอลงทะเบียน อ.ส.5/3 (นร) 2.บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง 3. ข้อมูลที่อยู่ในต่างประเทศ และที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ของผู้มีสิทธิออกเสียง
ที่มา : กกต.
จากต้นปีถึงปลายปี 2569 รวมปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ น่าติดตาม ลิสต์ไว้เลย
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติ 8 ก.พ.นี้
"Cheerio" ยอมรับเป็นร่างทรง "โตเกียวเกิร์ล"











