วันนี้ (6 ม.ค.2569) เวลาประมาณ 10.30 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง โฆษก ตร.) และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ร่วมแถลงข่าว กรณีการสอบสวนคดีสินบน ป.ป.ช. ที่มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สั่งการให้นำทองคำแท่ง จำนวน 246 บาท ไปมอบให้แก่กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หลายคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา พร้อมเปิดคลิปหลักฐานเป็นคลิปเสียงและคลิปภาพจำนวนหนึ่ง
ก่อนการเปิดคลิป พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า กรณีนี้จากการที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และอดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นำหลักฐานสำคัญมามอบให้ และต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้ง พนักงานสอบสวนมาแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมในคดีดังกล่าว จากนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้มีการเปิดหลักฐานเป็นคลิปเสียงและภาพขณะนำทองคำมามอบให้สื่อมวลชนดู
ต่อมา พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้ชี้แจงว่า ตำรวจชุดสอบสวนได้ดำเนินการหลักฐาน จาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ และได้ข้อมูลจนพบว่ามีความสอดคล้องและมีพยานหลักฐานแน่นหนาจนนำมาสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้กระทำผิด ซึ่งสิ่งที่พิสูจน์ได้คือ ทองคำ 200 กว่าบาทมีจริงเพราะสอบสวนถึงแหล่งที่มามีทั้งพยานยบุคคลและใบเสร็จ และทองนี้มีลักษณะพิเศษทำให้จดจำได้ รวมถึง ทองคำชุดนี้มาอยู่ในมือของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ จริง และมีการส่งมอบทองคำที่สมาคมปักษ์ใต้ โดยผู้รับคือ รปภ.ประจำตัวของ กรรมการ ป.ป.ช.และรถยนต์ที่เข้ามานั้นเป็นรถประจำตำแหน่งของ กรรมการ ป.ป.ช.จริง
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า แนวทางการต่อสู้คดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปัจจุบันอยู่ในฐานะอดีตนายตำรวจและผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาหลายคดี และคดีที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่ถูกส่งไปยัง ป.ป.ช.โดยขณะนี้คดีอยู่ที่พนักงานสอบสวน ทั้ง "คดีมินนี่" และ "คดีพิมพ์วิไล" ซึ่งการออกหมายจับมีเส้นเงินชัดเจนจนไปถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จนนำไปสู่การออกหมายจับ
ให้ข้อสังเกตคดีนี้ผ่านมา 2 ปี คดียังอยู่ในชั้น ป.ป.ช.โดยยังอยู่ในชั้นตรวจสอบ หรือ เทียบเคียงกับการสอบสวนของตำรวจ ไทม์ไลน์นานมาก กระบวนการสอบสวนนานมาก ข้อเท็จจริงคือ ผู้กล่าวหานำหลักฐานมามอบให้ตำรวจโดยสมัครใจ และ ตร.ได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนมาสืบสวนอย่างละเอียดรอบคอบ โดยมีทั้งประจักษ์พยาน พยานบุคคล เอกสาร และอิเล็กทรอนิกส์ จึงนำมาสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษ และการให้สินบนทองคำแท่งจึงไปเกี่ยวกันกับ กรรมการ ป.ป.ช.ท่านหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ควรเข้าไปสู่กระบวนการศาล
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำพยานหลักฐานเข้ามาให้ตำรวจและยืนยันว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในการไปรับทองคำและนำไปมอบตามสถานที่ที่ได้รับการนัดหมาย คือ สมาคมชาวปักษ์ใต้ โดยฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบและพบที่มาของทองคำและพบว่า ผู้ซื้ออยู่ในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหามาเป็นผู้เสนอให้สินบน ซึ่งผู้ซื้อทองไม่ได้รู้จักกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นอกจากนี้ยังมีประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมอีกหลายปากที่ยืนยันแล้วได้อย่างแน่นอนว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นผู้มอบหมาย
มีการไปหาทองมาโดยบุคคลที่เป็นนอมินี ซึ่งเป็นแผนประทุษกรรมเพื่อตัดตอนไม่ให้ถึงตัวเอง ซึ่งร้านค้ายืนยันซึ่งจำได้และยืนยันบุคคลที่มาซื้อได้
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า กรณีการดำเนินคดีที่ล่าช้า ได้สอบสวนไปยัง ป.ป.ช.ไปแล้ว และยังไม่ได้รับแจ้ง และ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และไม่มีหลักฐานชี้ว่าเป็นผู้ต้องหา ขณะที่ บุคคลทึ่เข้ามาให้ข้อมูลจะตรวจสอบข้อมูลและตรวจสอบเป็นพยาน ขณะที่จะมีใครมาให้ข้อมูลเพิ่มบ้างไม่ขอเปิดเผย
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังตอบคำถามสื่อมวลชนถึงความล่าช้าในการดำเนินการของ ป.ป.ช.โดยขณะนี้ คดี พล.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล นั้น ป.ป.ช.สั่งไต่สวนไปแล้ว 2 คดี ตามที่ษิทรา เบี้ยบังเกิดหรือ ทนายตั้มเข้าไปร้องเรียน ซึ่งรวดเร็วกว่าคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทั้งคดีมินนี่ บีเอ็นเอศาลออกหมายจับ หรือกรณีแอบอ้างนายหน้าซื้อขายพระและนำเงินไปซื้อปืนและไปยื่นบัญชีทรัพย์สินซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบยังไม่มีการสั่งไต่สวนเลยซึ่งถือว่าช้ากว่ามาก
"บิ๊กเต่า" เชื่อ "ป.ป.ช." เตรียมกวาดบ้าน
ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า ตั้งแต่สืบสวนพบว่าขบวนการนี้สะเทือนต่อความยุติธรรมขององค์กรต่าง ๆ อย่างหนัก ทั้งศาล อัยการ ป.ป.ช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เหตุที่เกิดขึ้นทำให้กระบวนการยุติธรรมสั่นคลอน ยืนยันว่าตำรวจดำเนินการตามพยานหลักฐาน และการที่พยานกล้าสู้ความจริง ด้วยการนำพยานหลักฐานมามอบให้นั้น อาจจะขยายไปต่อคดีอื่น ๆ ในอนาคต ซึ่ง ตร.จะสืบสวนทุกเรื่องที่มีข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการทุกเรื่อง
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ขอให้กำลังใจศาล อัยการ ป.ป.ช. และทุกหน่วยงาน ซึ่งมีทั้งคนดีและไม่ดี ส่วนตัวยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยยืนยันว่าตำรวจทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ไม่มีสาเหตุโกรธเคือง และเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ยังเป็นที่พึ่งของประชาชน โดยยังจะทำงานร่วมกันในเชิงรุกและสำนวน ซึ่ง ป.ป.ช.ก็ต้องการกวาดบ้านตัวเองที่มีการทำให้องค์กรเสียหาย
คดีนี้จะอยู่ในมือตำรวจ หรือ ป.ป.ช.เรารับได้หมด เชื่อว่าสิ่งที่ทำไปชอบแล้ว
ฝ่ามรสุม “คำพิพากษา” เส้นทางวิบาก “บิ๊กโจ๊ก” คืนถิ่นสีกากี
พรุ่งนี้ ตร.เปิดคลิป "ตรวจค้น-สอบปากคำ" บุคคลโยง คดี "บิ๊กโจ๊ก" ติดสินบนทองคำ
"บิ๊กเต่า" ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. คดี "บิ๊กโจ๊ก" ติดสินบนทองคำ มั่นใจพยานหลักฐานครบ 90%
แท็กที่เกี่ยวข้อง:











