วันนี้ (8 ม.ค.2569) ภายหลังที่เกิดการตั้งข้อสงสัย ว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ เนื่องจากไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะมาหลายวัน
ล่าสุดนายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ โพสต์ภาพคู่พร้อมข้อความ ดังนี้
ในฐานะทนายความผู้รับผิดชอบดูแลด้านกฎหมายและรักษาความเป็นธรรมให้กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ผมขอใช้พื้นที่นี้เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและสยบกระแสข่าวลือต่างๆ ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับประเด็นที่ว่าท่านได้เดินทางออกนอกประเทศเพื่อหลบหนีคดี
ผมขอเน้นย้ำข้อเท็จจริงด้วยหลักการทางกฎหมายและเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของลูกความ ดังนี้ครับ
1. ยืนยันพำนักอยู่ในประเทศไทย 100%
ปัจจุบันวันนี้ (8 ม.ค.2569) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยังคงพำนักอยู่ในประเทศไทย และใช้ชีวิตตามปกติภายใต้กรอบของกฎหมาย ท่านไม่มีเจตนาและไม่มีความคิดที่จะเดินทางออกนอกประเทศเพื่อหลบหนีความผิด ข้อมูลที่ระบุว่าท่านเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านหรือต่างประเทศนั้น เป็นข้อมูลเท็จโดยสิ้นเชิง
2. ความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยึดมั่นในหลักการที่ว่า "ผู้บริสุทธิ์ย่อมกล้าเผชิญหน้ากับความจริง" ท่านพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของพนักงานสอบสวน ป.ป.ช. หรือชั้นศาล การหนีไม่ใช่ทางออกของคนที่รับราชการมาอย่างยาวนานและต้องการกอบกู้เกียรติยศของตนเองคืนมา
3. การเตรียมพร้อมสู้คดีด้วยหลักฐาน
ในขณะนี้ ทีมทนายความและ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวงเพื่อเข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดีตามช่องทางของกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ เรามีความมั่นใจในพยานหลักฐานและความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งการสู้คดีในระบบศาลเป็นวิธีเดียวที่จะพิสูจน์ความจริงให้ปรากฏต่อสาธารณชนได้
4. วิงวอนให้รับฟังข้อมูลอย่างมีสติ
ผมขอความกรุณาพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชน โปรดระมัดระวังการส่งต่อข้อมูลที่บิดเบือน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดีและชื่อเสียงของผู้ที่เกี่ยวข้อง การกล่าวหาใดๆ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและรอคำวินิจฉัยจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
หากมีความคืบหน้าทางคดีหรือการเคลื่อนไหวที่เป็นทางการ ผมในฐานะทนายความจะดำเนินการแถลงข่าวให้ทราบเพื่อความโปร่งใสต่อไปครับ
ขณะที่ในวันที่ 9 ม.ค.2569 ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 ซึ่งเป็นคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ยื่นฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ และ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 ตามลำดับ ในกรณีที่มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการไว้ก่อนโดยมิชอบ
อ่านข่าว :
"พ.ต.อ.ภาคภูมิ" ยื่นหลักฐานให้ สว.ตรวจสอบปมสินบน เผยเหตุสะบั้น "บิ๊กโจ๊ก"
"พล.ต.ท.ไตรรงค์" ชี้หากคำพิพากษา 9 ม.ค.เป็นคุณ ยังไม่ทำให้ "บิ๊กโจ๊ก" กลับ ตร.
รองโฆษก ตร.ยืนยันสืบภาค 8 ไม่ได้อุ้มรีดพยานคดีสินบนทองคำ











