ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง จะมีกลยุทธ์อยู่ 2 ทาง ที่แต่ละพรรคการเมืองจะงัดออกมาสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ทางหนึ่งคือกลยุทธ์เน้นย้ำการเลือก "กลุ่ม-พื้นที่" ที่มั่นใจว่าจะปักธงได้ อีกทางหนึ่งคือการ "วิชามาร" ซึ่งมีทั้งปล่อยคลิป ปล่อยกระแส หรือแม้แต่ปล่อยข่าวโคมลอย
แต่ไม่ว่าใคร-พรรคไหน หากเจอ "วิชามาร" เข้าไป แม้จะพาดพิงในแบบมีที่ "นัย" ก็ย่อมต้องออกมาชี้แจง "แก้ข่าว-แก้เกม" นั้นอย่างทันควัน ท่ามกลางข้อสังเกตว่า "3 พรรคการเมือง" ที่เป็นคู่แข่ง-คู่ชิงกันในสนาม ต่างก็กำลังเผชิญและรับมือกับ "วิชามาร" ที่ว่านี้
แทบทุกพรรคที่ต่างก็กำลังเผชิญกับ "วิชามาร" ในสนามเลือกตั้ง แต่ถ้าจะต้องประมวลให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าใคร-พรรคไหน เจอ "วิชามาร" มากที่สุด คงต้องบอกว่า "พรรคประชาชน" โดนเยอะที่สุด ทั้งที่เล็งเห็นผลในระยะสั้นที่หมายถึงการตัดสินใจเลือกของประชาชนในวันที่ 8 ก.พ. นี้ และวางหมากให้เกิดผลลัพธ์ในระยะยาว
ยังคงต้องใช้คำว่าพรรคประชาชนโดนรุมกินโต๊ะ ในสนามเลือกตั้ง ปี 2569 ครั้งนี้ และที่ว่า "วิชามาร" เล็งเห็นผลทั้งระยะสั้น และมีผลกับการตัดสินใจเลือกตั้งวันอาทิตย์นี้ คือกรณีที่ถูกตั้งคำถาม ถูกดิสเครดิต ถูกกระแสโจมตี ส่วนระยะยาวกำลังหมายถึง หากพรรคประชาชนชนะเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลประชาชนได้ขึ้นมาจริงๆ ทั้งคำถามและกระแสที่ว่านี้ จะถูกยำรวมเป็นเงื่อนไข แล้วกลายเป็น "เกม...เตะตัดขา"
ม้วนรวม "วิชามาร" จะเห็นอยู่ 3 เงื่อนไข ที่กำลังถูกสร้างขึ้นและปั่นกันอยู่ จะในสังคมความเป็นจริงหรือสังคมออนไลน์ก็ตาม ปมชายแดนไทย-กัมพูชา ปมแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ปัญหาการทุจริตเลือกตั้ง และต้องเรียกว่า "วิชามาร" เพราะยังพิสูจน์ทราบ "ไม่ได้" ว่าใครปล่อยข่าว-ปล่อยกระแส-ปล่อยคลิป แต่น่าจะหวังผลทางการเมือง จะปั่นคะแนนนิยมตัวเองและลดทอนคะแนนนิยมฝ่ายตรงข้าม
พรรคประชาชน จะโดนเต็ม ๆ ก็ 2 ใน 3 ปม ที่อยู่ในข่ายของการใช้ "วิชามาร" และว่ากันว่าจะมีผลสุด ๆ เมื่อมีการจัดตั้ง "รัฐบาลพรรคประชาชน" ได้ อย่างปมชายแดนไทย-กัมพูชาจะรับมือยังไง จะบริหารความสัมพันธ์ยังไง ระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ
หรือปมแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ประกอบกับประชามติรอบแรก หากผ่านความเห็นชอบ นั่นก็เท่ากับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่อยู่ในมือรัฐบาลประชาชน-พรรคประชาชน หรือ "ผู้นำ" ที่ไม่การันตี ไม่ยืนยัน กับการแก้หมวด 1 และ 2 ของรัฐธรรมนูญ
ตลอดการหาเสียง พรรคประชาชนรับทราบเกมปั่นนี้ และรับมือด้วยแผนการจัดการภายในของพรรค รวมถึงการวางยุทธศาสตร์เลือกตั้ง โดยเฉพาะแคมเปญ "เลือก...เพื่อเปลี่ยนแปลง" แต่หลังจากนี้ ขึ้นอยู่กับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแล้ว ว่าจะไตร่ตรองทบทวนข้อมูลและตัดสินใจอย่างไร
ล่าสุดโฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า คลิปเสียงที่เป็นนักการเมืองพูดว่าถ้าพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล จะมีการยึดอำนาจ ไม่ใช่ท่าทีและจุดยืนของกองทัพ พร้อมย้ำเป็นความเห็นระดับบุคคลเท่านั้น และช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง พรรคภูมิใจไทยก็เป็นอีกพรรคหนึ่งที่กำลังเผชิญ "วิชามาร" ทั้งประเด็นที่ว่าจะรักษาการยาว จะเลื่อนการเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลกันแล้ว
เทียบจากปม "วิชามาร" ที่ปั่นกันอยู่ 3 เงื่อนไข ทั้งปมชายแดนไทย-กัมพูชา ปมแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 และ ปมทุจริตเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยน่าจะโดน "วิชามาร" เงื่อนไขสุดท้ายหนักสุด เพราะเป็นพรรคการเมืองที่ถืออำนาจรัฐอยู่ในมือ กับคำถามใช้อำนาจรัฐแทรกแซง กลั่นแกล้ง เอื้อประโยชน์ และกำลังเผชิญกับ "วิชาการ" ที่ตีกลับด้วยกลยุทธ์หาเสียงของตัวเอง
นั่นก็เพราะพรรคภูมิใจไทยใช้ปมชายแดนหาเสียง และจี้จุดอ่อนพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ขณะที่เป็นพรรครัฐบาลและถืออำนาจรัฐในมือ จึงเป็นเหตุให้ปมการทุจริตเลือกตั้งและการใช้อำนาจรัฐ เป็นจุดแข็งของฝ่ายตรงข้าม และตีกลับพรรคภูมิใจไทย และถ้าประเมินภาพรวมตลอดการหาเสียง ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ก็ตั้งข้อสังเกตกับ 2 ประเด็นนี้ อยู่ไม่น้อย
"วิชามาร" จะไม่เกิดขึ้นเลย หากนักการเมือง-นักเลือกตั้ง เคารพในระบอบประชาธิปไตย และแข่งขันช่วงชิงกันอย่างเป็นธรรม และ "วิชามาร" จะไม่มีผลเลย หากประชาชน-ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ไตร่ตรอง-ทบทวน เหลือเวลาอีก 4 วันสำหรับการพิจารณาข้อมูลทางการเมืองและตัดสินใจเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้
วิเคราะห์ : เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ บรรณาธิการข่าวการเมือง
อ่านข่าว :
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง "วิชามาร-โจมตี-ให้ร้าย" ดึงคะแนน
“วาทกรรมเด่น-วลีเด็ด” สัญญาใจ 5 พรรคการเมือง
กทม.เผย "เลือกตั้งล่วงหน้า 2569" ราบรื่น ผู้ใช้สิทธิกว่า 87% "ตะวันนา 2 เขตบางกะปิ" มากสุด










