วันนี้ (5 ก.พ.2569) โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 แต่สถานการณ์ความวุ่นวายในบางพื้นที่ อาจสร้างความเป็นห่วงให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งกังวลเรื่องความปลอดภัยในการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
เพื่อคลายความกังวลและทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ได้ลงนามประกาศแนวทางดำเนินการเลือกตั้ง สส. ในเขตเลือกตั้งที่มีสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ครอบคลุม 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว สุรินทร์ และอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ดังกล่าว
แนวทางที่ กกต. กำหนดไว้มี 5 ข้อหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในศูนย์อพยพหรือพื้นที่เดินทางลำบาก ดังนี้
- แจ้งข้อมูลข่าวสารแก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เรื่องการปิดประกาศต่าง ๆ ตามที่กฎหมายหรือระเบียบกำหนด หากไม่สามารถปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้ง บริเวณใกล้เคียง หรือสถานที่ที่ประชาชนสะดวกตรวจสอบได้ ให้เปลี่ยนมาใช้การประกาศผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เว็บไซต์ กกต. แอปพลิเคชัน หรือช่องทางออนไลน์อื่นที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย หากทำตามวิธีนี้จะถือว่าการประกาศนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่ถือเป็นการละเลยหน้าที่
- จัดส่งเอกสารผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง การจัดส่งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามปกติตามที่กฎหมายกำหนด แต่หากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยให้จัดส่งถึงเจ้าบ้านหรือผู้เกี่ยวข้องได้ ให้รายงาน กกต. ทราบทันที และเก็บรักษาเอกสารเหล่านั้นไว้ในที่ปลอดภัย จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ แล้วจึงรีบดำเนินการจัดส่งให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ข้อมูลตกหล่น
- อำนวยความสะดวกผู้มีสิทธิในศูนย์อพยพ กกต. จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ในศูนย์อพยพ สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง (เลือกตั้งล่วงหน้า ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขต) ภายในระยะเวลาที่ กกต. กำหนด โดยขอความร่วมมือให้ลงทะเบียนที่หน่วยเลือกตั้งกลางนอกเขตที่มีความปลอดภัยสูงและอยู่ใกล้เคียงกับเขตเลือกตั้งเดิมมากที่สุด เมื่อถึงวันใช้สิทธิจริง ให้ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ เช่น ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครอง จัดยานพาหนะรับ-ส่งประชาชนไปยังหน่วยเลือกตั้งดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทางด้วยตนเอง
- ปรับเปลี่ยนหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เสี่ยง การจัดหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง หากในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง สถานการณ์ยังคงมีความไม่สงบ ให้ กกต. ประจำเขตเลือกตั้งและผู้อำนวยการ กกต. ประจำจังหวัดพิจารณาปรับเปลี่ยนเขตของหน่วยเลือกตั้งหรือที่เลือกตั้งใหม่ โดยคำนึงถึงความสะดวกและความปลอดภัยของทั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นหลัก แต่ต้องคงอยู่ในเขตเลือกตั้งตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ให้หลุดออกนอกเขต
- ช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ การช่วยเหลือหลังวันเลือกตั้ง ภายใน 7 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง (8 ก.พ. 2569) ให้ประสานงานกับนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ในศูนย์อพยพ ซึ่งไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ในวันจริง ให้ลงทะเบียนแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมเหตุผล เพื่อเป็นหลักฐานและบันทึกไว้เป็นข้อมูลต่อไป
นอกจากแนวทาง 5 ข้อข้างต้น ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งยังคงเผชิญกับเหตุการณ์ความไม่สงบเป็นระยะ สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดและหน่วยความมั่นคงได้ร่วมกันวางแผนอย่างรัดกุม โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหน่วยเลือกตั้ง การลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง การคุ้มกันการขนส่งหีบบัตรและอุปกรณ์การเลือกตั้ง รวมถึงการตรวจสอบพื้นที่ก่อนและหลังวันเลือกตั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนทุกคนจะสามารถไปใช้สิทธิได้อย่างสงบและปลอดภัย
กกต. ย้ำว่าทุกมาตรการนี้มีเป้าหมายเดียวกัน คือ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยเสรี สุจริต และทั่วถึง โดยไม่ให้สถานการณ์ภายนอกมาขัดขวางสิทธิของประชาชน หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่เว็บไซต์หรือช่องทางอย่างเป็นทางการของ กกต. โดยตรง
อ่านข่าวอื่น :
สปส.แจงเงินชราภาพแอปฯ SSO Plus ไม่ตรงข้อมูลเดิม ยันปรับแสดงผลให้ตรงกันทุกช่องทาง
สหรัฐฯ ผนึกกำลังโลกหวังลดพึ่ง "แรร์เอิร์ธ" จากจีน
รมต.ต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐฯ ที่โอมาน










