น้ำมันสำรองที่มีขณะนี้ รวมกับน้ำมันที่อยู่ระหว่างขนส่งกลับประเทศไทย จะรองรับได้นานแค่ไหน เป็นประเด็นคำถามสำคัญของคนไทยขณะนี้
หลังจากกระทรวงพลังงานเปิดตัวเลขหนแรก หลังเกิดเหตุอิหร่านถูกโจมตี แจ้งปริมาณ 2 ส่วนรวมกัน มีประมาณ 6-7 พันล้านลิตร สามารถใช้ได้อีกประมาณ 60 วัน
แทบจะในทันทีทันใด ผู้ใช้รถและคนต้องใช้น้ำมันในกิจการต่างๆ ได้พร้อมอกพร้อมใจขับรถออกจากบ้านหวังไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม จนกลายเป็นภาพรถติดเป็นแพทางเข้าปั๊มน้ำมัน รอคิวเติม
กระทั่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องออกโรงเบรคอาการตื่นตระหนกดังกล่าว ยืนยันไทยไม่วิกฤติ มีน้ำมันสำรองเพียงพอ 60 วัน ไม่ต้องกักตุนน้ำมัน
แต่ไม่ได้ทำให้ความตื่นตระหนักของผู้คนลดลง ยังคงมีรถเข้าคิวรอเติมน้ำมันในปั๊ม หนำซ้ำ ยังบรรทุกถังน้ำมันหลายขนาด ไปเติมน้ำมันกักตุนอีกต่างหาก
กระทั่ง ปตท. ต้องออกประกาศงดเติมน้ำมันใส่แกลลอนหรือภาชนะบรรจุทุกประเภท
ก่อนที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม จะเปิดตัวเลขใหม่ ขยายเพิ่มจาก 60 วันเป็น 90 วัน
แต่สำหรับ พรรคประชาชน กลับเปิดตัวเลขที่สวนทาง ระหว่างเปิด 5 ข้อเรียกร้องไปถึงรัฐบาลให้เร่งทำความเข้าใจกับประชาชน ในจำนวนนี้ รวมทั้งให้รัฐบาลพูดความจริง ว่าน้ำมันสำรองในประเทศ มีใช้ได้เพียง 38 วัน
นำไปสู่ประเด็นคำถามใครพูดจริงกว่ากัน รัฐบาล หรือฝ่ายค้าน
ที่หนักกว่านั้น คือ คนไม่เชื่อรัฐบาลแล้ว ต้องพึ่งพาตนเอง และการนำถังแกลลอนไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม ก็เพื่อนำไปใช้ในกิจการอื่นที่ทำปกติอยู่แล้ว อาทิ เติมเครื่องยนต์ เครื่องสูบน้ำสำหรับรดน้ำ และอุตสาหกรรมในครัวเรือน
การสั่งห้ามนำถังน้ำมันไปเติมที่ปั๊ม ยิ่งเท่ากับสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนยิ่งขึ้น
เพราะไม่มีใครฟันธงได้ว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ที่มีมหาอำนาจหนุนหลังอย่างเปิดเผย จะยุติลงเมื่อไหร่ หรืออาจยืดเยื้อนานกว่า 4 สัปดาห์ที่ประเมินเบื้องต้น
จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาล ควรจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ และแผนการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำมัน ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า จะส่งผลกระทบไปทั่วโลก เดินหน้าหาแหล่งผลิตและซื้อน้ำมันจากผู้ค้ารายอื่นๆ
นอกเหนือจากแหล่งตะวันออกกลาง เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจได้ว่า จะเป็นที่พึ่งพา และหาทางออกให้ได้
ซึ่งอาจต้องรวมทั้งการรณรงค์ประหยัดน้ำมัน ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และน่าจะเข้าท่าเหมาะสมมากกว่า
เพราะหลายคนที่เป็นแกนนำในรัฐบาล ต่างเคยมีประสบการณ์เรื่องปัญหาน้ำมันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผลพวงจากการสู้รบ การขนส่งน้ำมัน หรือแม้กระทั่งความต้องการน้ำมันมีมาก แต่ซัพพลายไม่เพียงพอในบางสถานการณ์
ความจริง แหล่งผลิตและผู้ค้าน้ำมันของโลก ไม่ใช่มีเพียงภูมิภาคตะวันออกกลางเท่านั้น แต่เป็นเพียงแหล่งสำคัญที่มีปริมาณมากกว่าครึ่งหนึ่งของน้ำมันทั่วโลก แต่นอกเหนือจากนี้ ยังมีสหรัฐอเมริกา แคนาดา รัสเซีย บราซิล และในแอฟริกา
บางเรื่องบางสถานการณ์ จึงควรต้องแยกแยะ มีวิสัยทัศน์ และเตรียมการในการรับมือปัญหาต่างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ไม่ใช่สะเปะสะปะ จนถึงขั้นรัฐบาลพูดอะไร แต่ ประชาชนไม่เชื่อ ซึ่งแบบนั้นอันตรายกว่า
"ประจักษ์ มะวงศ์สา" บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว
ราคาทองคำ เปิดตลาด +150 ช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด แนวโน้มทองคำปรับตัวขึ้น
รับมือท้าทายเศรษฐกิจโลก "พาณิชย์" ร่วมถกความมั่นคงอาเซียน
เงินเฟ้อ ก.พ.2569 ลด 0.88 % จับตาตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันพุ่ง
