วันนี้ (15 มี.ค.2569) การประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 เพื่อโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรรวม 3 คนโดยมีนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สส. ผู้ที่มีความอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวในที่ประชุมเพื่อดำเนินการเลือกตามวาระ
โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่วนนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอชื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ เข้าชิงเก้าอี้
นายโสภณ ซารัมย์ ยืนกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายวราวุธ ศิลปอาชา ประกบ 2 ข้าง โดยขอบคุณสมาชิกที่เสนอชื่อดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสาระสำคัญว่า
1.ได้เห็นการทำงานตั้งแต่อดีตในการอภิปราย และปัจจุบันใช้ AI ในการทำงาน หวังว่าในสภาฯ ชุดนี้จะหลอมรวมนำประสบการณ์ในอดีตและความรู้สมัยใหม่ มาใช้ในการทำงานสภาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
2. พร้อมอาสาประชาชนมาทำงาน อำนาจหน้าที่ประธานสภาฯ และสภาผู้แทนราษฎรมี 3 ประการ คือ นำปัญหาประชาชนมาปรึกษาหารือ ตั้งกระทู้ ตั้งญัตติ คาดหวังสภาชุดนี้จะนำปัญหาเดือดร้อนของประชาชนมาแจ้งในสภาเพื่อให้ฝ่ายบริหารปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ด้านการตรวจสอบอยากเห็นการตรวจสอบที่มีคุณภาพและมีความสมดุลเป็นเหตุผลในการทำงานทั้งสองฝ่ายเพื่อประโยชน์ประชาชน
ขณะที่ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตโลกในขณะนี้ต้องการเห็นสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตต่าง ๆ เคียงคู่กับรัฐบาล ในการใช้กฎหมายและนิติบัญญัติในการฝ่าวิกฤต ในอดีตเคยเห็นกฎหมายที่มาจากรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่ และคาดหวังให้สภาเสนอกฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารไปทำงาน เพราะมีกฎหมายหลายสมัยเป็นจำนวนมากที่ไม่สามารถบังคับใช้ได้และเป็นประโยชน์ ในเรื่องนิติบัญญัติจะต้องสังคายนากฎหมายที่ล้าสมัยปรับปรุงหรือยกเลิกโดยเร็ว
"เชื่อว่าประชาชนไม่พึงปรารถนาให้สภานี้ใช้วาทกรรมเอาชนะคะคานกัน โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะได้รับ ผมคิดว่าประชาชนปรารถนาที่จะเห็นการออกกฎหมาย เพื่อเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ฉะนั้นหวังอย่างยิ่งว่า สมาชิกสภาแห่งนี้จะได้ร่วมแรงร่วมใจในการทำงานและเสนอกฎหมายสภาฯ แห่งนี้เป็นที่พึ่งและความหวังของประชาชน เป็นตัวอย่างต้นแบบ หากไม่สามารถทำให้สภาฯ แห่งนี้สร้างความศรัทธา เป็นเกียรติ และเป็นสภาฯ ที่สง่างามได้ ก็ยากที่จะทำให้ประชาธิปไตยเกิดขึ้นตามแบบที่เราต้องการ เพื่อการพัฒนาประเทศ" นายโสภณ กล่าว
นายโสภณ ยังกล่าวว่า หากได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯ ก็ภาวนาที่จะทำงานอย่างเที่ยงธรรม เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ และพี่น้องประชาชน จะธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
จากนั้น พริษฐ์ วัชรสินธุ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า ไม่ได้คาดหวังที่จะได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯ และจากผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ตนเคารพสิทธิของพรรคอันดับหนึ่งในการเดินหน้าเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาชน มองว่าบทบาทไม่ได้ถูกจำกัดแค่การตรวจสอบรัฐบาลและการผลักดันในสภาฯ แต่ยังรวมถึงบทบาทในการแสดงวิสัยทัศน์และทิศทาง เพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้ว่าที่รัฐบาลรับไว้พิจารณา และเป็นทางเลือกให้ประชาชนประกอบการตัดสินใจในอนาคต
สำหรับวิสัยทัศน์ต่อตำแหน่งประธานสภาฯ เห็นว่าภารกิจสำคัญของประธานสภาในขณะนี้ คือการกอบกู้ความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมีต่อนักการเมืองในสภาฯ แห่งนี้ เนื่องจากสภาฯ เป็นองค์กรระดับชาติองค์กรเดียวที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน แต่หลายครั้งสภาฯ แห่งนี้กลับทำลายศรัทธาของประชาชนไปไม่น้อย
ทั้งนี้ ได้ยกข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 9 (1) ซึ่งกำหนดให้ประธานสภาในการปฏิบัติหน้าที่
เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนเห็นตรงกันว่า ประธานสภาฯ จะต้องวางตนเป็นกลางระหว่างพรรคการเมืองทุกพรรคและสมาชิกทุกคน ใครหรือพรรคใดทำผิดข้อบังคับ ประธานสภาฯ จะต้องตักเตือนด้วยมาตรฐานเดียวกัน และไม่ว่าพรรคใดจะเสนอญัตติหรือร่างกฎหมายอะไร ประธานสภาฯ ก็ต้องปฏิบัติด้วยมาตรฐานเดียวกัน แต่มีความเห็นว่า หากต้องการทำให้สภาฯ เป็นองค์กรที่ประชาชนฝากความหวังไว้ได้ มี 4 เรื่องสำคัญ และหวังว่าประธานสภาฯ คนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลาง ระหว่างการหยุดอยู่กับที่กับการเดินไปข้างหน้า
1.ใช้เทคโนโลยียกระดับผลงาน จัดทำฐานข้อมูลรวบรวมการอภิปรายทั้งในห้องประชุมใหญ่และห้องประชุมคณะกรรมาธิการ ให้ประชาชนสามารถค้นหาได้ เพิ่มความเป็นไปได้ในการประชุมสภาฯ ออนไลน์ หรือการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาร่างกฎหมาย เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อวิกฤตของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
2.ประธานสภาฯ คนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลาง ระหว่างการปกปิดกับความโปร่งใส ที่จะทำให้ประชาชนได้รับรู้ว่าผู้แทนที่ตนเลือกเข้ามาทำงานคุ้มค่ากับภาษีของประชาชนหรือไม่ เช่น การเผยแพร่แดชบอร์ดให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่า สส. ขาดประชุม อภิปราย และลงมติอย่างไร รวมถึงสนับสนุนการถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมาธิการ
3.ประธานสภาฯ คนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลาง ระหว่างการเผาผลาญกับการปกป้องภาษีของประชาชน ในภาวะเศรษฐกิจที่กระทบต่อปากท้องทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือผู้แทนราษฎรไม่ใช้เงินภาษีอย่างฟุ่มเฟือย และประธานสภาผู้แทนราษฎรควรเป็นแบบอย่างที่ดี สิ่งที่ประชาชนไม่อยากเห็นคือการลงทุนตกแต่งรัฐสภามากกว่าการลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน
"ผมหวังว่าประธานสภาคนถัดไปจะลุกขึ้นมาเป็นหอกสำคัญในการเสนอให้มีการตัดหรือปรับลดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็น และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ส่วนรวม แม้ต้องขัดกับสมาชิกในที่นี้อยู่บ้าง" นายพริษฐ์ กล่าว
4.หวังประธานสภาคนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลาง ระหว่างอำนาจของใครไม่กี่คน กับอำนาจของประชาชน สภาผู้แทนราษฎรชุดไหนที่ไม่ปกป้องอำนาจของประชาชน ก็เปรียบเสมือนสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ปกป้องเหตุผลในการมีอยู่ขององค์กร สมัยปัจจุบันประชาธิปไตยถูกบีบอ่อนแอ อำนาจประชาชนอ่อนล้า เสียงประชาชนถูกบีบให้เบาลง
"และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประธานสภาฯ คนถัดไปจะลุกขึ้นมาถือธงนำ ในการปกป้องเจตนารมณ์ของทุกคนไม่ให้ถูกขัดขวาง ไม่ถูกบิดเบือน ไม่ให้ถูกครอบงำโดยอำนาจที่ไม่ยืดโยงกับประชาชน ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ เห็นว่าประธานสภาฯ คนถัดไปจะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อทำให้การได้มาและการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ เป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทางการเมือง แต่ไม่เป็นอิสระจากประชาชน ในฐานะตัวแทนของ สส.500 คน เห็นว่าประธานสภาฯ คนถัดไปต้องมีบทบาทสำคัญในการรวมพลังทุกพรรค และสมาชิกทุกคนเพื่อมาตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา และการทำให้สังคมเชื่อมั่นและมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งถัดไปจะเสรีเป็นธรรมและโปร่งใส" นายพริษฐ์กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในฐานะประธานสภาฯ คนต่อไปคาดหวังที่ทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงรวดเร็วเปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคน ทุกชุดความคิดเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนที่ผ่านการออกเสียงประชามติ
อ่านข่าว :
ประชุมสภาฯ นัดแรก เลือก "ประธานสภา-รองประธานสภาฯ"
เปิดขั้นตอนเลือกประธานสภาฯ-รองประธานสภาฯ 15 มี.ค.นี้
