วันนี้ (15 มี.ค.2569) สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เผยแพร่เอกสารกรณีข้อมูลของประชาชนเกิดการรั่วไหลในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคลระบุว่า
ตามที่ปรากฏข่าวสารกรณี พรรคประชาชน ได้ตรวจพบความพยายามจากบุคคลภายนอก ในการเข้าถึงข้อมูลในระบบฐานข้อมูลสมาชิกของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอเรียนชี้แจง ดังนี้
1. การดำเนินการของหน่วยงานรัฐ
(1) กรมการปกครอง โดยสำนักบริหารการทะเบียน แจ้งยกเลิกการให้พรรคประชาชนใช้งานระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) รวมถึงการใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.2569 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป และได้แจ้งให้จัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลให้กรมการปกครองทราบ
เพื่อคุ้มครองข้อมูลของประชาชน และดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของข้อมูล พร้อมทั้งพิจารณาการเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ กับทุกหน่วยงาน ภายใต้นโยบายการรักษาความลับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร
(2) กรณีที่มีการนำข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนของประชาชนไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม หรือใช้เกินวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนด หรือการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลมิได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
หากตรวจพบว่ามีการกระทำความผิด สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง จะพิจารณาเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน หรือร้องเรียนเพื่อให้มีการพิจารณาโทษทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิดต่อไป
2. กรณีหน่วยงานหรือองค์กรที่ได้รับการอนุญาตให้เชื่อมโยงข้อมูล
หากมีการปล่อยปละละเลยให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนโดยไม่ชอบ อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่
(1) พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
เปิดเผยข้อความหรือตัวเลขซึ่งเป็นข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรโดยมิชอบ
(2) พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
เข้าถึงข้อมูลหรือเปิดเผยข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจำ อันมิใช่ข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนบัตรโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตร
(3) พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA)
- การเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีฐานกฎหมาย
- มีโทษทางแพ่ง ทางปกครอง และทางอาญา
(4) พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560
- หากมีการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
(5) กฎหมายเลือกตั้ง และกฎหมายพรรคการเมือง
- หากการได้มาของข้อมูลถูกนำไปใช้เกี่ยวกับการสมัครสมาชิกพรรค หรือกิจกรรมทางการเมืองโดยมิชอบ
ทั้งนี้ การพิจารณาความผิดต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏ
3. สิทธิของประชาชนในการฟ้องร้องหน่วยงาน องค์กร หรือบุคคล
หากมีการนำข้อมูลหน้าบัตรประชาชนของบุคคลไปใช้โดยมิชอบ เช่น ใช้สมัครบริการทางการเงิน เปิดบัญชี หรือทำธุรกรรมต่าง ๆ จนทำให้เจ้าของข้อมูลได้รับความเสียหาย เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในความผิดที่มีโทษอาญา และมีสิทธิร้องเรียนเพื่อขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ได้แก่
(1) ความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(2) ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264–268 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และ/หรือมีโทษปรับสูงสุดถึง 200,000 บาท
(3) ความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตามมาตรา 14 (1) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(4) ความผิดเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อความหรือตัวเลขซึ่งเป็นข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร ตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 49 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(5) หากมีการเปิดเผยข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจำโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตร จะเป็นความผิดตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(6) ร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ตรวจสอบการกระทำที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และพิจารณาการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าของข้อมูล
4. แนวทางการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่
ในกรณีที่ประชาชนมีความกังวลว่าข้อมูลบนบัตรประชาชนอาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ สามารถดำเนินการได้ ดังนี้
(1) ติดต่อสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต เพื่อขอทำบัตรประชาชนใหม่
(2) กรณีมีเหตุจำเป็น เช่น ข้อมูลอาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ เจ้าหน้าที่สามารถพิจารณาดำเนินการออกบัตรใหม่ได้ตามระเบียบ แต่ยังคงต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนด (ค่าธรรมเนียม 100 บาท)
(3) เลขประจำตัวประชาชนยังคงเดิม แต่จะมีเลขหลังบัตร (Laser ID) ใหม่
อ่านข่าว :
"พริษฐ์" มั่นใจปม Laser ID ไม่เสี่ยงทำ ปชน.ถูกยุบ ย้ำทำถูกกฎหมาย
เริ่มแล้วโหวตประธานสภาฯ "โสภณ" แข่ง "พริษฐ์"
ประชุมสภาฯ นัดแรก เลือก "ประธานสภา-รองประธานสภาฯ"
