อิหร่านถล่ม "ราส ลัฟฟาน" แหล่งแก๊สกาตาร์ แก้แค้นอิสราเอล

ต่างประเทศ
06:12
จำนวนผู้ชม 1,100
อิหร่านถล่ม "ราส ลัฟฟาน" แหล่งแก๊สกาตาร์ แก้แค้นอิสราเอล
อิหร่านโจมตีศูนย์กลางการผลิตแก๊สของกาตาร์ ตอบโต้อิสราเอลที่โจมตีแหล่งแก๊สธรรมชาติของอิหร่าน พร้อมขู่จะโจมตีอุตสาหกรรมน้ำมัน-แก๊สในประเทศอ่าวเปอร์เซีย

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2569 กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) โจมตีนิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน (Ras Laffan) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตแก๊สหลักของกาตาร์ จนทำให้เกิดเพลิงไหม้

ราส ลัฟฟาน เป็นหนึ่งในรายชื่อที่ IRGC ประกาศว่าจะเป็นเป้าหมายการโจมตีเพื่อแก้แค้น หลังอิสราเอลโจมตีเซาท์ พาร์ส (South Pars) แหล่งแก๊สธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกของอิหร่าน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น

ขณะที่ IRGC ประกาศเตือนว่า กองกำลังอิหร่านจะทำลายอุตสาหกรรมน้ำมันและแก๊สของประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย หากภาคพลังงานของอิหร่านถูกโจมตีอีกครั้ง

ด้านทางการกาตาร์ เปิดเผยว่า เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดจากการโจมตีโดยขีปนาวุธอิหร่าน ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักในวงกว้าง ขณะนี้ควบคุมเพลิงได้แล้วและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

"กาตาร์" ชี้อิหร่านเป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาค

กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีที่นิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน โดยระบุว่าถือเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงแห่งชาติและเสถียรภาพของภูมิภาค

ในแถลงการณ์วิจารณ์อิหร่านว่ายังคงดำเนินนโยบายที่มุ่งเน้นยกระดับความรุนแรง ซึ่งกำลังผลักดันภูมิภาคไปสู่หายนะและดึงประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าสู่วงจรความขัดแย้ง พร้อมย้ำว่ากาตาร์ขอสงวนสิทธิในการตอบโต้ และจะไม่ลังเลที่จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง รวมถึงความปลอดภัยของพลเมืองทุกคน

ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์มีคำสั่งให้ทูตฝ่ายทหารและฝ่ายความมั่นคงของอิหร่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในสังกัด เดินทางออกนอกประเทศทันที โดยประกาศเป็น "บุคคลไม่พึงปรารถนา" และขีดเส้นตายให้เดินทางออกนอกประเทศภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งคำสั่งนี้เป็นผลมาจากการที่อิหร่านโจมตีกาตาร์ซ้ำๆ

ส่วนที่ซาอุดีอาระเบีย มีรายงานสกัดโดรนที่พุ่งเป้าโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานได้หลายลำเช่นกัน

ขณะเดียวกันมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์ เผยให้เห็นกลุ่มควันดำเหนือแหล่งแก๊สธรรมชาติเซาท์ พาร์ส ในจังหวัดบุเชห์ร หลังมีรายงานการโจมตีของอิสราเอล ซึ่งเป็นที่มาของการที่อิหร่านขู่จะโจมตีแหล่งน้ำมันและแก๊สในกาตาร์ ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อตอบโต้การกระทำของอิสราเอล

มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน เตือนว่า เหตุโจมตีแหล่งแก๊สธรรมชาติเซาท์ พาร์ส จะทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้นและอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งขอบเขตอาจแผ่ขยายไปจนครอบคลุมทั้งโลก พร้อมเสริมว่าการโจมตีดังกล่าวจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อศัตรูของอิหร่านอย่างสหรัฐฯ และอิสราเอล

โจมตีแหล่งแก๊สตะวันออกกลางทำราคาน้ำมันพุ่ง

ความเสียหายที่แท่นขุดเจาะและสถานีแก๊สธรรมชาติในโครงการ "เซาท์ พาร์ส" เส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจและพลังงานของอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งขึ้นทันทีร้อยละ 5 ไปอยู่ที่ 108.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ปรับตัวขึ้นร้อยละ 2.5 ปิดที่ 98.65 ดอลลาร์ โดยส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันทั้ง 2 ประเภทห่างกันมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2019 สะท้อนถึงความกังวลว่าความขัดแย้งครั้งนี้จะเป็นสงครามที่ยืดเยื้อและทำลายห่วงโซ่อุปทานพลังงานในระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ เตือนว่า หากการสู้รบยังพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและแก๊สเช่นนี้ จะส่งผลให้ราคาพลังงานโลกทรงตัวอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน และอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อรอบใหม่ที่จะกระทบเศรษฐกิจโลก

อ่านข่าว

ปลิดชีพ “ลาริจานี” สะเทือนทำศึก “สหรัฐฯ - อิสราเอล” ?

"อิหร่าน" เริ่มเปิด "ฮอร์มุซ" รายงานระบุ มีเรือแล่นผ่านเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า

กงสุลมาเลเซีย เตือนพลเรือนวางแผนเดินทางมาไทย เหตุน้ำมันขาดแคลนในพื้นที่ภาคใต้ของไทย