ศาลสหรัฐฯ ตั้งข้อหา "มือปืน" พยายามสังหารทรัมป์ เสี่ยงคุกตลอดชีวิต

ต่างประเทศ
10:59
จำนวนผู้ชม 550
ศาลสหรัฐฯ ตั้งข้อหา "มือปืน" พยายามสังหารทรัมป์ เสี่ยงคุกตลอดชีวิต
ศาลสหรัฐฯ ตั้งข้อหามือปืนบุกก่อเหตุกลางงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว ฐานพยายามลอบสังหาร "ทรัมป์" หากพบความผิดอาจเผชิญโทษจำคุกตลอดชีวิต

วันนี้ (28 เม.ย.2569) ท็อดด์ แบลนช์ รักษาการ รมว.ยุติธรรม สหรัฐฯ แถลงข่าวกรณีมือปืนลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่า โคล โทมัส แอลเลน ชายวัย 31 ปี ที่ก่อเหตุใช้อาวุธพยายามบุกงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏตัวต่อศาล เพื่อรับทราบข้อหาจากรัฐบาลกลาง ในฐานความผิด พยายามลอบสังหาร โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งหากพบว่าแอลเลนมีความผิดจริง อาจส่งผลให้เผชิญโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต

รักษาการ รมว.ยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยรายละเอียด คำให้การของสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) กล่าวหาว่า แอลเลนวางแผนก่อเหตุครั้งนี้มาแล้วมาอย่างน้อยหลายสัปดาห์ โดยพบการจองห้องพักที่โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาวไว้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เม.ย. และเข้าพักที่โรงแรม 1 วัน ก่อนงานเลี้ยงอาหารค่ำ

นอกจากนี้ แอลเลนยังถูกตั้งข้อหาอีก 2 กระทง เกี่ยวกับการพกอาวุธปืนและการยิงปืน ในระหว่างก่ออาชญากรรมรุนแรงด้วย ซึ่งแต่ละข้อหามีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี แต่ในคำให้การไม่ได้ระบุว่าแอลเลนเป็นผู้ยิงเจ้าหน้าที่

ขณะที่เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ เดินหน้าสอบสวนหาแรงจูงใจที่แน่ชัดในการก่อเหตุ โดยพบข้อความที่ผู้ก่อเหตุเขียนแสดงความไม่พอใจรัฐบาลทรัมป์ และระบุชื่อเป้าหมายที่เป็นสมาชิกรัฐบาลไว้ และระบุไว้เช่นกันว่า หน่วยอารักขาประธานาธิบดีจะตกเป็นเป้าก็ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น ส่วนแขกในงานไม่ใช่เป้าหมายอย่างสิ้นเชิง

ด้าน แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า เหตุการณ์ที่งานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว ถือเป็นเหตุการณ์ลอบสังหารครั้งที่ 3 ที่ทรัมป์ต้องเผชิญ

หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว จะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับประกันความปลอดภัยของประธานาธิบดีต่อไป พร้อมทั้งตำหนิถ้อยคำทางการเมืองที่รุนแรงว่า อาจเป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้มีคนมุ่งโจมตีผู้นำประเทศ

อ่านข่าว

สรุป 2 ปีแห่งการลอบสังหารและความรุนแรงทางการเมืองรอบตัว "ทรัมป์"

อิหร่านเสนอ "เปิดฮอร์มุซ" แลกสหรัฐฯ หยุดปิดล้อมทะเล-ยุติศึก

"อารัคชี" พบ "ปูติน" ชี้รัสเซียเป็นพันธมิตรของอิหร่านในสงครามนี้