ปิดฉาก "ไพศาล" นักแก้กรรม เปิดนิมิตพิศดาร ลวงอนาจาร "เหยื่อ"

อาชญากรรม
17:19
จำนวนผู้ชม 30
ปิดฉาก "ไพศาล" นักแก้กรรม เปิดนิมิตพิศดาร ลวงอนาจาร "เหยื่อ"

ไม่มีใครทราบว่า “ครูบาคันธา” หรือ “พญาพิงคราช”ตามตำนานที่ “นายไพศาล” นักแก้กรรมชื่อดังเมืองลำพูน กล่าวอ้างมาตลอดระยะเวลาว่า เป็นผู้เปิดโลกทิพย์ ให้เขามีสัมผัสที่ 6 สามารถย้อนอดีตให้เห็น “บาป-บุญ” ที่เคยทำ และ“กรรม”ที่เคยสร้าง ในหลายชาติภพ มีจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ หลังมีผู้เสียหายถูกล่วงละเมิดทางเพศ เข้าแจ้งความ ในข้อหากระทำชำเรา และพรากผู้เยาว์ ต่อมาศาลอนุมัติหมายจับ ทำให้วันนี้ (20 พ.ค.2569) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 2 เป้าหมาย และจับกุมผู้ต้องหา เป็นการปิดฉากผู้เห็นนิมิตรพิสดาร โดยปริยาย

เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น นำโดย พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4.บก.ป.ได้นำกำลังเข้าจับกุม “นายไพศาล” นักแก้กรรมวัย 67 ปี พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาฐาน ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น ,พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี พร้อมตรวจยึดของกลาง กว่า 198 รายการ ทั้งเสื้อผ้า หนังสือรุ่นของโรงเรียนต่าง ๆ หนังสือแสดงประวัติพระ เอกสารแสดงข้อมูลผู้มาติดต่อเข้าพบรักษาอาการป่วยกับ นายไพศาล ซึ่งปรากฏข้อมูลชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ของผู้เสียหาย สำเนาสมุดบัญชี โฉนดที่ดิน และเอกสารอื่น ๆ 55 ทั้ง โฉนดที่ดิน และสมุดบัญชีธนาคาร

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นชายจำนวน 2คน ได้ร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวนกก.4 ป. เมื่อวันที่7 พฤษภาคม 2569 ให้ความดำเนินคดีกับนายไพศาล ขณะครอบครัวพาผู้เสียหาย ซึ่งเป็นชายวัย 30 ปี เดินทางไปรักษาอาการปวดศรีษะเรื้อรัง แล้วถูกล่อลวงให้สำเร็จความใคร่และกระทำอนาจาร โดยอ้างเป็นพิธีกรรมพราหมณ์-ฮินดู ต่อมาวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ผู้เสียหายรายที่ 2 วัย 18 ปี เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายไพศาล เช่นกัน จากกรณีที่ครอบครัวผู้เสียหายพากันเดินทางไปรักษาอาการปวดหลัง แต่กลับถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ปิดฉาก "ไพศาล" นักแก้กรรม เปิดนิมิตพิศดาร ลวงอนาจาร "เหยื่อ"

ปิดฉาก "ไพศาล" นักแก้กรรม เปิดนิมิตพิศดาร ลวงอนาจาร "เหยื่อ"

พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ระบุว่า จากการนำกำลังเข้าตรวจค้น 2 จุดในพื้นที่ จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ พบหลักฐานสำคัญเป็นหนังสือทำเนียบรุ่นของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ จำนวน 13 รายการ มีการทำเครื่องหมายสัญลักษณ์ไว้ที่รายชื่อบุคคลอย่างเป็นระบบ คล้ายเอกสารลับ ตรวจสอบแล้วพบว่า รายชื่อ “เจ้ากรรมนายเวร” ที่ผู้ต้องหานำไปอ้างกับเหยื่อ ตรงกับรายชื่อในหนังสือรุ่นเหล่านี้ จึงเชื่อว่าผู้ต้องหาแอบอ้างข้อมูลจากหนังสือรุ่นมาแต่งเรื่องราวอดีตชาติเพื่อหลอกลวงประชาชนมาตั้งแต่ปี 2566

จากการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆของตำรวจกองปราบ ได้ข้อมูลน่าเชื่อว่าทั้งสองคดีมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง จึงขอศาลออกหมายจับ จนนำไปสู่การ เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากนักแก้กรรม นิมิตพิสดาร!!” เข้าจับกุม นายไพศาล จากสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและขอต่อสู้คดีในชั้นศาล

สำหรับพฤติการณ์แห่งคดีพบว่า หากมีผู้ที่เจ็บป่วย หรือมีความทุกข์เข้ามาขอความช่วยเหลือนายไพศาล จะเข้าไปตรวจกรรมและดูในนิมิต และนำให้ไปไหว้พระตามวัดต่าง ๆ เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลให้หายจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วย โดยดูนิมิตว่ามีกรรมอะไร โดยอาจให้ส่งภาพถ่ายหลักฐานและบุคคลเกี่ยวข้องมาให้ เพื่อจะเริ่มพิธีตรวจกรรมในขั้นต่อไป

จากนั้นจะแจ้งผลการนิมิตว่าสาเหตุอาการเจ็บป่วย หรือความทุกข์นั้น เกิดจากบุพกรรมเก่าในอดีตชาติ โดยนำเรื่องประ วัติศาสตร์มาเทียบเคียง แล้วแจ้งว่าจะต้องแก้วิบากกรรม โดยไปขออโหสิกรรมกับบุคคลที่กระทำกับเขาในอดีตชาติ โดยจะแจ้งชื่อสกุล สถานที่อยู่ของบุคคลที่เป็นเจ้ากรรมนายเวร เมื่อผู้มาขอความช่วยเหลือติดตามไปพบ ก็จะทำพิธีขอขมากรรมตามที่นายไพศาลบอกไว้ บางคนที่ศรัทธา ก็จะมอบเงิน และทรัพย์สินให้กับนายไพศาล อีกด้วย

ปิดฉาก "ไพศาล" นักแก้กรรม เปิดนิมิตพิศดาร ลวงอนาจาร "เหยื่อ"

ปิดฉาก "ไพศาล" นักแก้กรรม เปิดนิมิตพิศดาร ลวงอนาจาร "เหยื่อ"

นอกจากนี้ ยังมีการเขียนหนังสือ “หนังสือเรื่องนิมิตพิศวง” เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนิมิตของตนเอง ที่ได้เดินทางย้อนอดีตชาติไปพบเรื่องราว เหตุการณ์ต่าง ๆ เช่นการสร้างเมืองวัดหรือศาสนสถานต่าง ๆ และทราบว่าบุคคลในอดีตที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ดังกล่าวปัจจุบันกลับชาติมาเกิดในปัจจุบันและมีตัวตนจริง โดยระบุชื่อ-สกุล และ ที่อยู่ของบุคคลนั้นไว้อีกด้วย โดยมีการเขียนเรื่องดังกล่าวไว้จำนวนหลายตอนและตีพิมพ์เป็นหนังสือเผยแพร่แจกให้กับคนที่มาทำพิธีกับตนเอง

ปิดฉาก "ไพศาล" นักแก้กรรม เปิดนิมิตพิศดาร ลวงอนาจาร "เหยื่อ"

ปิดฉาก "ไพศาล" นักแก้กรรม เปิดนิมิตพิศดาร ลวงอนาจาร "เหยื่อ"

จากการกล่าวอ้างข้อมูลบุคคล และที่อยู่ต่าง ๆ ซึ่งมีตัวตนจริง ยิ่งทำให้เป็นที่อัศจรรย์แก่คนทั่วไป และถูกเผยแพร่ต่อ ๆ กันเรื่อยมาหลายสิบปี อีกทั้งจากที่มีบุคคลสาธารณะ บุคคลที่มีชื่อเสียง ไปขอความช่วยเหลือจากนายไพศาล เผยแพร่ออกสื่อต่าง ๆ จึงยิ่งทำให้แพร่กระจายจนประชาชนทั่วไปหลงเชื่อศรัทธานายไพศาลฯ เป็นจำนวนมาก

จากข้อมูลพบว่า นายไพศาล ให้ความสนใจศึกษาในเรื่องศาสนาและประวัติศาสตร์ และยังมีเก็บสะสมหนังสือประวัติ ศาสตร์ , หนังสือเกี่ยวกับการสร้างวัดหรือศาสนสถานต่าง ๆ และหนังสือทำเนียบรุ่นของสถาบันต่าง ๆ ทั้งในระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษาที่มีการทำเครื่องหมายกำกับตามรายชื่อไว้

ส่วนเนื้อหาในหนังสือเรื่องนิมิตพิศวงที่นายไพศาล เขียนขึ้น ได้นำเรื่องในประวัติศาสตร์มาผูกเนื้อหาอ้างอิงเข้ากับตัวบุคคลในปัจจุบัน มีทั้งพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียง ,บุคคลทั่วไปที่มีชื่อเสียง และบุคคลทั่วไปที่มีตัวตนจริง ทั้งทหาร ตำรวจ ดาราและบุคคลทั่วไป ตำรวจพบว่ารายชื่อ ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของบุคคลทั่วไป บางส่วนที่นายไพศาล นำมากล่าวอ้าง นำข้อมูลจากหนังสือทำเนียบรุ่นที่เก็บสะสมไว้มาใช้อ้างอิง

อีกทั้งตรวจพบว่าบุคคลที่นายไพศาล แจ้งชื่อ-สกุล สถานที่อยู่ของเจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติ ให้ผู้ที่หลงเชื่อไปขออโหสิกรรม บางส่วนมีข้อมูลชื่อ-สกุล และที่อยู่ ตรงกับหนังสือทำเนียบรุ่นที่เก็บสะสมไว้อีกเช่นกัน จากการตรวจสอบกับบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างแล้ว จึงทราบว่ามีเพื่อนที่จบการศึกษาจากสถาบันเดียวกันก็ถูกคนมาขอทำพิธีขออโหสิกรรมเช่นเดียวกัน จึงสันนิษฐานว่า ข้อมูลบุคคลที่ถูกล่าวอ้างนั้นบางส่วนอาจนำมาจากหนังสือทำเนียบรุ่นของสถาบันต่าง ๆ ที่ได้สะสมไว้

อย่างไรก็ตาม วันพรุ่งนี้ (21 พ.ค.2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวนายไพศาลเพื่อส่งฝากขังต่อศาลอาญารัชดาต่อไป ...ทั้งนี้สำหรับนายไพศาล ตามกฎหมายเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำตัดสินถึงที่สุด

อ่านข่าว

เปิดตำนาน "นารายณ์บรรทมสินธุ์ใต้น้ำ" ภาพสลักโบราณกลางป่าเมืองดอกบัว