ครอบครัวขอความเป็นธรรม “ยธ.” คดีแท็กซี่จิตอาสาถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต บนเกาะสมุย

ภูมิภาค
11:21
จำนวนผู้ชม 139
Thai PBS
ครอบครัวขอความเป็นธรรม “ยธ.” คดีแท็กซี่จิตอาสาถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต บนเกาะสมุย
ครอบครัวขอความเป็นธรรม-ขอคุ้มครองพยาน จาก ก.ยุติธรรม คดีแท็กซี่จิตอาสาถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต บนเกาะสมุย เหตุกังวลความไม่ปลอดภัยจากผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 ญาติของ นายศิขรินทร์ พรหมเจริญ อายุ 31 ปี คนขับแท็กซี่สาธารณะ บนในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นผู้มีจิตใจดีช่วยเหลือสังคม รับส่งคนท้อง คนแก่ คนพิการ และ คนยากจนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ถูกกลุ่มคนขับแท็กซี่ป้ายดำบนเกาะสมุย รุมทำร้ายก่อนใช้ปืนยิงเสียชีวิต เมื่อเช้ามืดของวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับเพจสายไหมต้องรอด และขอความช่วยเหลือคุ้มครองพยานจากกรมคุ้มครองสิทธิ์ กระทรวงยุติธรรม

หลังจากภรรยาของผู้เสียชีวิต รวมทั้งลูกและญาติอีกกว่า 10 ชีวิต เดินทางออกจาก จ.สุราษฎร์ธานี เพราะไม่กล้าที่จะอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุมีอิทธิพล ขณะที่ศพของผู้เสียชีวิต ญาติก็ยังไม่กล้าไปรับมาประกอบพิธีตามศาสนา ต้องฝากไว้ที่โรงพยาบาล

น.ส.อรชุมา ภรรยาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ในวันนี้มาเรียกร้องความยุติธรรม เพราะไม่อยากให้สามีเสียชีวิตโดยไม่มีใครได้รับโทษ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้สามีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ มีปากเสียงกันในเรื่องการรับ-ส่งผู้โดยสาร โดยสามีไปจอดอยู่ในพื้นที่ที่คู่กรณีอ้างว่าเป็นของตัวเองทำให้มีปัญหาเรื้อรัง

ที่ผ่านมามีผู้ใหญ่ในพื้นที่คนหนึ่ง เข้ามาเป็นตัวกลางเจรจา และก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ทราบว่า ความขัดแย้งยุติไปแล้ว สามีจึงไปทำงานตามปกติ โดยไม่ได้ระมัดระวัง และสามีไปรับผู้โดยสารในจุดที่เคยมีข้อพิพาท กระทั่งถูกกลุ่มคู่กรณีเข้ามารุมทำร้ายจนเสียชีวิต

เมื่อแจ้งความตำรวจ พนักงานสอบสวนอ้างว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่ไกลจากจุดเกิดเหตุ ทำให้ไม่เห็นภาพขณะเกิดเหตุ ตนจึงตระเวนหาภาพเหตุการณ์ในวันดังกล่าว กระทั่งพบพลเมืองดีส่งภาพที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติบันทึกไว้ได้มาให้ ทำให้ใช้เป็นหลักฐานส่งต่อให้ตำรวจ แต่ตำรวจแจ้งว่า ไม่มีใครกล้าให้ข้อมูลทำให้คดีไม่คืบหน้า ตนเชื่อว่า เพราะคนในพื้นที่เกรงกลัวอิทธิพลของคู่กรณี

นอกจากนี้ยังพบว่า มีคนแปลกหน้าพยายามโทรศัพท์มาสอบถามข้อมูลของตน และคนในครอบครัว อีกทั้งมีพฤติกรรมคล้ายกับจะล่อลวงให้คนในครอบครัวออกไปพบ ทำให้เกิดความกลัว จึงอพยพครอบครัว ออกจากพื้นที่มาอยู่กรุงเทพฯ ก่อนจะมาขอความช่วยเหลือ

น.ส.อรชุมากล่าวต่อว่า เมื่อได้เห็นคลิปภาพในวันเกิดเหตุ ตนตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นการกระทำที่รุนแรง และไม่เกรงกลัวกฎหมาย อีกทั้งยังมองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้กระทำความผิดเป็นจำนวนมาก แต่เหตุใดตำรวจจึงไม่สามารถจับกุมใครได้เลย และที่ผ่านมาตนจ่ายเงินสดรายเดือน ให้กับกลุ่มบุคคลในพื้นที่ เพื่อให้สามารถขับรถในพื้นที่ได้สะดวกขึ้น เป็นเวลานานกว่า 4 ปีแล้ว

ด้านนายณัฐพล ด่านจิตร์ตรง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ระบุว่า หลังรับเรื่องแล้วกระทรวงยุติธรรม จะให้คำปรึกษาด้านกฎหมายกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งในด้านการดูแลคดีความและคุ้มครองผู้เสียหาย รวมถึงการเยียวยากรณีที่ผู้เสียชีวิตถูกกระทำจนเสียชีวิต ผ่าน พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544

ส่วนความคืบหน้าทางคดี กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ชี้แจงว่า หลังเกิดเหตุตำรวจ ไม่ได้นิ่งนอนใจ หรือปล่อยให้คดีเงียบไป โดยได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตาม ผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยตำรวจได้สืบสวนลงพื้นที่ติดตามอย่างต่อเนื่อง พบว่า ผู้ก่อเหตุได้ขับรถหลบหนีและจอดรถทิ้งไว้พื้นที่เขาป้อม และได้ประสานกับ สภ.เกาะสมุย ในการตรวจสอบท่าเรือซึ่งผู้ก่อเหตุอาจจะใช้หลบหนี

ต่อมาชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณที่เกิดเหตุต่าง ๆ เพื่อหาพยานหลักฐาน พร้อมกับได้เรียกพยานบุคคลมาสอบเพื่อจะเร่งออกหมายจับ กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้ได้ออกหมายจับไปแล้วบางส่วน และได้ควบคุมตัวผู้ร่วมก่อเหตุได้แล้ว 1 คน ส่วนผู้ก่อเหตุที่ได้ออกหมายจับ ตำรวจจะเร่งนำตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

อ่านข่าว :

DSI ลุยสอบนอมินี "สมุย-พะงัน" 34 บริษัท ส่อถือหุ้นแทนต่างชาติ

ค้นพื้นที่เป้าหมาย 24 จุดบนเกาะพะงัน เข้าข่ายต่างชาติทำธุรกิจผิดกฎหมาย

ล้างบางต่างชาติ ยึด “เกาะพะงัน-สมุย” สกัดกั้นทุนเทาใช้คนไทยเป็นนอมินี