วันนี้ (5 มิ.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด เจ้าหน้าที่กู้ภัยและพรานป่า สามารถนำร่าง น.ส.วันทนีย์ อายุ 54 ปี ชาว จ.นนทบุรี นักท่องเที่ยวหลงป่าเขาเจ็ดยอด เทือกเขาบรรทัด รอยต่อระหว่าง จ.ตรัง-พัทลุง และไกด์นำเที่ยวซึ่งเป็นชุดค้นหาที่มีอาการป่วยลงมาพื้นราบได้แล้ว หลังใช้เวลาในการเดินทางอย่างยากลำบาก ทั้งตอนขึ้นและลงกว่า 5 ชั่วโมง
สำหรับภารกิจดังกล่าว เจ้าหน้าที่ใช้เส้นทางน้ำตกโตนเต๊ะในการเดินเท้าขึ้นสู่จุดพบศพ บริเวณหนานย่านไทร ซึ่งอยู่เหนือน้ำตกโตนเต๊ะ ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยเป็นเส้นทางที่มีความลาดชันสูงและเข้าถึงได้ยาก
อย่างไรก็ตามในช่วงขากลับเจ้าหน้าที่ได้ปรับเปลี่ยนแผนการเคลื่อนย้าย โดยเลือกใช้เส้นทางอ้อมลงทางบ้านควนไม้ดำ เนื่องจากเป็นเส้นทางที่สะดวกและปลอดภัยกว่า โดยมีรถพยาบาลและรถกู้ภัยจอดรอรับบริเวณสวนปาล์มน้ำมัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุดปฏิบัติการ โดยเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ทีมชุดแรกสามารถช่วยเหลือนำตัวนายสินฤาศักดิ์ ไกด์นำเที่ยวชาว จ.พัทลุง ลงมาถึงพื้นที่ด้านล่างได้สำเร็จก่อน เนื่องจากมีอาการช็อกจากการเป็นผู้พบศพลูกทีมคนแรก ประกอบกับมีอาการอ่อนล้าสะสมจากการร่วมค้นหาผู้สูญหายตลอดหลายวันที่ผ่านมา
ต่อมาเวลาประมาณ 23.40 น. เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายร่างของ น.ส.วันทนีย์ ลงมาถึงพื้นราบได้ ก่อนเร่งนำร่างขึ้นรถกู้ภัยไปส่งตรวจพิสูจน์และเก็บศพ ไว้ที่โรงเรียนปะเหลียน เพื่อรอญาติมาติดต่อรับศพ
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า จุดที่พบร่างของ น.ส.วันทนีย์ อยู่ห่างจากจุดที่ก่อนหน้านี้ทีมค้นหาพบกระดาษทิชชูและกระป๋องน้ำ เพียงประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น โดยผู้ที่พบร่างเป็นคนแรกคือไกด์นำเที่ยวหนุ่ม ซึ่งสร้างความสะเทือนใจอย่างมาก เนื่องจากตลอดการค้นหาเขายังคงมีความหวังว่า ลูกทีมของตนจะรอดชีวิต
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการพลัดตกหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร และคาดว่าเสียชีวิตก่อนพบศพไม่เกิน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยการพยายามเอาชีวิตรอดของผู้เสียชีวิตในพื้นที่ ทั้งถุงเกลือแร่ หยวกกล้วย และขวดน้ำพลาสติก ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการประคองชีวิต ระหว่างรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
สำหรับ น.ส.วันทนีย์ เดินทางขึ้นเขาเจ็ดยอดพร้อมเพื่อนรวม 13 คน ก่อนขอตัวเดินลงจากเขาเพียงลำพัง กระทั่งเพื่อนไม่สามารถติดต่อหรือพบตัวได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือและระดมกำลังค้นหาก่อนมาพบศพดังกล่าว
อ่านข่าว :










