"ธรรมยาตรา" และ "ธุดงค์" เป็นคำที่คนไทยคุ้นเคยและมักใช้เรียกการเดินทางของพระสงฆ์จนหลายครั้งเข้าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ในทางพระพุทธศาสนา ทั้งสองคำมีความหมายและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะในช่วงที่การเดินของพระสงฆ์กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจจากอุบัติเหตุล่าสุด
ไทยพีบีเอสออนไลน์ พูดคุยกับ ผศ.ดร.ชัยณรงค์ ศรีมันตะ หัวหน้าภาควิชาศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่ออธิบายความหมายของ "ธรรมยาตรา" และ "ธุดงค์" พร้อมชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของทั้งสองแนวปฏิบัติ วัตถุประสงค์ของการจาริกเผยแผ่พระธรรม และบทเรียนที่สังคมควรนำไปปรับใช้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
"ธรรมยาตรา" กับ "ธุดงค์" ต่างกันอย่างไร ?
ผศ.ดร.ชัยณรงค์ ได้ให้คำอธิบายถึงนิยามระหว่างคำว่า "ธุดงค์" และ "ธรรมยาตรา" หรือ "ธรรมจาริก" ในทางวิชาการศาสนา "ธุดงค์" เป็นคำกว้างที่หมายถึงวิธีการขัดเกลาตัวตน เช่น การอยู่ป่า (อารัญญิกธุดงค์) หรือการอยู่ป่าช้า (โสสานิกธุดงค์) ส่วน "ธรรมยาตรา" หรือ ธรรมจาริก มาจากคำสันสกฤตว่า "ญาตรา" ที่แปลว่าการเดิน รวมกับ "ธรรม" จึงหมายถึง การเดินไปเพื่อเผยแผ่ธรรม
"ธรรมยาตรา" ไม่ได้หมายถึงการใช้คำพูดเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่างผ่าน "กาย" ทุกย่างก้าวจึงเป็นการเจริญสติ การเดิน ธรรมยาตรานอกจากจะเป็นการฝึกความอดทนของพระสงฆ์เองแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้พระได้สัมผัสวิถีชีวิตของชุมชน และให้พุทธศาสนิกชนได้ทำบุญและฟังธรรมตามรายทาง
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 คำว่า "ยาตรา" หมายถึง "เดิน หรือเดินเป็นกระบวน" ขณะที่คำว่า "จาริก" หมายถึง "การท่องเที่ยวไปเพื่อสั่งสอนหรือแสวงบุญ" จึงเป็นอีกคำหนึ่งที่ใช้สื่อถึงการเดินทางเพื่อจุดมุ่งหมายทางพระพุทธศาสนา
ธรรมยาตรา เดินเพื่อวัตถุประสงค์ใด
การเดินธรรมยาตราในปัจจุบันมักมีเป้าหมายหลากหลายประการ
- เผยแผ่พระพุทธศาสนา - ปลุกให้ชาวพุทธหันมาสนใจศึกษาและปฏิบัติธรรมมากขึ้น
- เดินตามรอยสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา
- ฝึกจิตและฝึกสติ - การเดินอย่างมีสติเปรียบเสมือนการเดินจงกรมระยะไกล ร่างกายได้เคลื่อนไหว จิตใจได้ฝึกความอดทนและความสงบไปพร้อมกัน
- สร้างความสามัคคีในชุมชน - เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนในพื้นที่ต่างๆ ได้มีส่วนร่วม ทำบุญ สวดมนต์ และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมร่วมกัน
- เดินรณรงค์สันติภาพ
หลายกิจกรรมเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเดินด้วย จึงมีมิติด้านสังคมควบคู่กับการปฏิบัติธรรม
บทเรียนจากอุบัติเหตุ เด็ก 11 ขวบขับรถชนพระ
กรณีอุบัติเหตุที่เยาวชนขับรถพุ่งชนคณะพระระหว่างเดินธรรมยาตรา ผศ.ดร.ชัยณรงค์ มองว่า สังคมไม่ควรตั้งคำถามเพียงว่าพระควรเดินบนถนนหรือไม่ เพราะการเดินริมถนนในพื้นที่ต่างจังหวัดเป็นวิถีปฏิบัติที่พบได้ตามปกติ สิ่งสำคัญกว่าคือการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่าย เพื่อให้การใช้ถนนเป็นไปอย่างปลอดภัย
อาจารย์เสนอว่า คณะสงฆ์ควรประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ก่อนออกเดินธรรมยาตรา โดยเฉพาะเส้นทางที่มีความเสี่ยง ควรมีเจ้าหน้าที่อำนวยการจราจร รวมถึงใช้รถนำทางหรือระบบแจ้งเตือนผู้ใช้ถนน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
พร้อมยกตัวอย่างกิจกรรม "Walk for Peace" ในสหรัฐฯ ซึ่งแม้เคยเกิดอุบัติเหตุจนพระสงฆ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ภายหลังหน่วยงานภาครัฐได้จัดระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งการจัดเจ้าหน้าที่จราจร รถนำทาง และมาตรการดูแลตลอดเส้นทาง ทำให้การเดินจาริกสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างปลอดภัย
ผศ.ดร.ชัยณรงค์ กล่าวว่า ในอดีตการจาริกเป็นวิถีปกติของพระสงฆ์ เนื่องจากการเดินเท้าเป็นรูปแบบการเดินทางหลัก แต่เมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนแปลง มีรถยนต์และการจราจรหนาแน่นมากขึ้น การเดินธรรมยาตราจึงจำเป็นต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมควบคู่ไปด้วย
เดินธรรมยาตราอย่างไรให้ปลอดภัย
เพราะเป็นกิจกรรมที่ใช้คนจำนวนมากและเดินระยะไกลในที่สาธารณะ ความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ
- วางแผนเส้นทางล่วงหน้า มีทำแผนที่รายวัน กำหนดจุดเริ่ม จุดพัก และจุดหมายที่ชัดเจน พร้อมประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าเพื่อให้ผู้สัญจรหลีกเลี่ยงเส้นทางได้
- มีระบบติดตามขบวน ประสานงานกับเจ้าหน้าที่จราจรและหน่วยพยาบาลได้ทันท่วงที
- เตรียมร่างกายให้พร้อม ผู้เดินระยะไกลควรพักผ่อนเพียงพอ พกน้ำดื่มและอุปกรณ์ป้องกันแดดฝนตามความจำเป็น
- จัดจุดพักและปฐมพยาบาล ตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนจัดหรือฝนตก เพื่อดูแลผู้เข้าร่วมที่อาจเพลียหรือเป็นลม
- เคารพกฎจราจรและพื้นที่สาธารณะ ประสานงานกับตำรวจท้องที่ล่วงหน้า จัดคนดูแลสองข้างทางไม่ให้กีดขวางการจราจรเกินจำเป็น
- ระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยส่วนรวม โดยเฉพาะในกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก
การเดินธรรมยาตราโดยหลักการแล้วเป็นสิ่งที่ดีและควรส่งเสริมเพราะทำให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างศาสนากับชุมชน แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันถอดบทเรียนเรื่องความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดซ้ำรอย
กกล.ผาเมือง ปะทะคาราวานยาเสพติด วิสามัญฯ 4 คน ยึดยาบ้า 7.6 แสนเม็ด-เฮโรอีน 4 กก.
คุม "สามีชาวไทย-ภรรยาชาวลาว" คนส่งพัสดุซุกเฮโรอีน สอบปากคำที่ ป.ป.ส.










