22 ก.ค. จับตาที่ประชุม ก.ตร. เคาะชื่อ ผบ.ตร. คนที่ 16

การเมือง
07:27
จำนวนผู้ชม 2,186
Thai PBS
22 ก.ค. จับตาที่ประชุม ก.ตร. เคาะชื่อ ผบ.ตร. คนที่ 16
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (22 ก.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ด้วยวาระสำคัญ คือ คัดเลือกแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 ซึ่งในปีนี้ มีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ เข้าชิงตำแหน่ง 4 นาย

ว่ากันตามความอาวุโสลำดับที่ 1 คือ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี ที่กำกับดูแลสำนักงานกฎหมายและคดี แต่ก็มีความสามารถงานบริหาร การพัฒนา อย่างโดดเด่น อาทิ พัฒนาแอปพลิเคชัน โปลิศ แคร์ แพลตฟอร์มที่รวบรวมบริการและข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สะดวกยิ่งขึ้น

และช่วงที่ผ่านมา ได้เดินหน้าปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ขยายผลถึงฐานผลิตในไทยหลายแห่งในพื้นที่ภาคกลางและตะวันออก อาทิ พื้นที่บางละมุง จ.ชลบุรี เรียกได้ว่า มีคุณสมบัติครบถ้วน และ พล.ต.อ.นิรันดร มีกำหนดเกษียณในปี 2571

ขณะที่อาวุโสลำดับที่ 2 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม ซึ่งขับเคลื่อนงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรม และต่อต้านขบวนการคอลเซนเตอร์ ตั้งแต่ครั้งยังนั่งจเรตำรวจแห่งชาติ ผลักดันให้เกิดความร่วมมือในระดับนานาชาติ ทั้งยังกำกับคดีกักตุนน้ำมัน ในห้วงที่เกิดวิกฤตขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง

ล่าสุดร่วมมือกับกรุงเทพมหานครยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการนับพันแห่งทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย ร้านอาหารย่านลาดพร้าว

จากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย เหลืออายุราชการเพียง 1 ปี หากจะถูกเสนอชื่อให้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนต่อไป ก็นับว่า เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ทั้งความอาวุโสและผลงานที่ไม่อาจปฏิเสธได้

อาวุโสลำดับที่ 3 คือ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รับผิดชอบงานความมั่นคงและกิจการพิเศษ ที่ผ่านมาเดินหน้าปราบปรามกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เช่น กลุ่มนอมินี ล่าสุดลุยคดีพ่อทิพย์ ที่ชาวจีน ว่าจ้างชายไทยจดทะเบียนรับรองบุตร เพื่อรับสิทธิสวัสดิการขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ในไทย โดยมิชอบ

"สำราญ นอนมา" คือ วลีในกระแสสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากการปรากฏตัวเคียงข้างกายนายกรัฐมนตรี บ่อยครั้ง แต่ก็เพราะว่า รับผิดชอบด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ

แน่นอนว่า ผลงานประจักษ์ แต่เมื่อลดหลั่นตามความอาวุโสและอายุราชการที่ยังเหลือถึง 7 ปี อาจจะต้องรออีกหน่อยค่อยมาลุ้นกันใหม่

แต่หากเบียดขึ้นมานั่ง ผบ.ตร. ได้ในปีนี้ พล.ต.อ.สำราญ จะกลายเป็น ผบ.ตร. ที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผู้เข้าชิงสุดท้าย คือ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ก่อนจะขึ้นมานั่งจเรตำรวจแห่งชาติ มีผลงานสืบสวนระดับชั้นครูในหลายคดี อาทิ คดีระเบิดป่วนกรุงเทพ ในช่วงปี 2562, คดี "ผอ.กอล์ฟ" ชิงทองกลางห้างลพบุรี, ไปจนถึงการสืบสวนไล่ล่าจับ "นายแป้ง นาโหนด"

แม้ว่า ฝีมือจะเป็นที่ยอมรับ แต่เพราะมีอาวุโสน้อยที่สุดประกอบกับผู้ที่อาวุโสกว่า ก็มีผลงานที่โดดเด่น การจะเบียดขึ้นรับมาตำแหน่งในปีนี้ จึงยังเป็นเรื่องยาก แต่ก็ยังได้ลุ้นต่ออีก 2 ปี เพราะเกษียณอายุราชการในปี 2572

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ปี 2567 ในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่มีกำหนดสัดส่วนคะแนน แต่ให้พิจารณาจากอาวุโสและความรู้ ความสามารถประกอบกัน

ซึ่งปัจจุบัน ก.ตร. มีจำนวน 16 คน แต่ผู้ที่มีชื่อเข้าชิงทั้ง 4 คน เป็น ก.ตร. โดยตำแหน่ง จะถูกยกเว้นการลงคะแนน เนื่องจากมีส่วนได้เสีย เท่ากับว่าจะมี ก.ตร. ร่วมลงคะแนน 12 คน หากเสียงข้างมากเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ นายกรัฐมนตรีนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

แต่หากไม่ผ่านความเห็นชอบ ก็จะต้องนัดประชุมขึ้นใหม่ แต่ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 31 ก.ค.นี้

อ่านข่าว :

เปิดตัว 4 นายพลสีกากี "แคนดิเดต" ผู้เข้าชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." คนที่ 16

“แต่งตั้ง ผบ.ตร.” มี “กฎหมายแม่บท” นำทาง แต่ “กติการอง” ยังตามไม่ทัน

“อนุทิน” ไม่ตอบสเปค “ผบ.ตร.คนใหม่” บอก “ฟังแล้วขนลุก”