"ชัชชาติ" ชี้ "คลองประเวศบุรีรมย์" ระบายน้ำยากสุด คาดทยอยนำน้ำออกจากชุมชนราว 7 วัน

สังคม
13:09
จำนวนผู้ชม 146
Thai PBS
"ชัชชาติ" ชี้ "คลองประเวศบุรีรมย์" ระบายน้ำยากสุด คาดทยอยนำน้ำออกจากชุมชนราว 7 วัน

วันนี้ (28 ก.ย.2569) เวลา 12.35 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย วันที่ 28 ก.ย. 2569 ถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเขตลาดกระบังที่ยังมีสถานการณ์วิกฤตว่า เมื่อคืนมีฝนตกในพื้นที่ด้านตะวันออก ตั้งแต่มีนบุรีถึงลาดกระบัง ปริมาณประมาณ 60 มิลลิเมตร ซึ่งน้อยกว่าช่วงที่ผ่านมา ที่มีฝนตกสูงถึงประมาณ 200 มิลลิเมตร

ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในช่วง 3 วันข้างหน้าปริมาณฝนจะลดลง ซึ่งเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการเร่งระบายน้ำ โดยสถานการณ์น้ำในคลองสายหลักหลายแห่งเริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะคลองแสนแสบที่ช่วยระบายน้ำในพื้นที่คลองจั่นและบางกะปิ ขณะที่คลองเปรมประชากรมีสถานการณ์ดีขึ้นเช่นกัน เห็นได้จากปริมาณน้ำบนถนนวิภาวดีรังสิตเริ่มคลี่คลาย

ส่วนพื้นที่ที่ยังระบายน้ำได้ยากคือคลองประเวศบุรีรมย์ ที่ต้องดึงน้ำจากลาดกระบัง มายังคลองสูบน้ำพระโขนงที่มีความคดเคี้ยวค่อนข้างมาก โดยที่ประชุมได้สั่งการให้หน่วยงานที่มีเครื่องช่วยผลักดันน้ำ เช่น กรมชลประทาน ทหารเรือ มาช่วยสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์สู่ประตูระบายน้ำที่พระโขนง

นายชัชชาติกล่าวว่า หลักการสำคัญคือการเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด โดยขณะนี้สามารถสูบน้ำได้ประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และทุกเครื่องสูบน้ำก็เดินหน้าอย่างเต็มที่ ซึ่งคลองหลักจะใช้เวลาในการผลักดันน้ำประมาณ 2 วัน แต่ในชุมชนต้องทยอยเอาออกคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน

สำหรับพื้นที่รับน้ำบึงหนองบอน ปัจจุบันยังสามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่การนำน้ำเข้าไปยังบึงหนองบอนมีข้อจำกัด ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติโครงการทำอุโมงค์ผันน้ำไปแล้ว ซึ่งเชื่อมจากคลองประเวศเข้าสู่บึงหนองบอน ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้าง โดยบึงหนองบอนสามารถบรรเทาสถานการณ์น้ำได้เพียงรอบ ๆ ถนนเฉลิมพระเกียรติ และในพื้นที่เป็นหลัก แต่ในอนาคตหากโครงการแล้วเสร็จก็จะสามารถช่วยได้มากขึ้น

ส่วนการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม นายชัชชาติกล่าวว่า ทุกเขตต้องจัดทำข้อมูลผู้ที่ต้องการรับการช่วยเหลือ ทั้งผู้ป่วยติดเตียง อาหาร โดยเบื้องต้นคาดว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบและต้องการอาหารประมาณ 60,000-70,000 คน โดยทุกเขตจะต้องรับผิดชอบพื้นที่ของตนเอง

ขณะที่การชดเชยเยียวยา นายชัชชาติ กล่าวว่า จะยังคงใช้หลักของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เนื่องจากมีการประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้ว ประชาชนสามารถเก็บหลักฐานความเสียหายเพื่อรับการเยียวยาต่อไป โดยถือว่าเป็นหลักการปกติที่ทำ ส่วนจะมีการเยียวยาพิเศษเพิ่มเติมหรือไม่คงต้องรอรัฐบาลพิจารณา

เมื่อถามถึงโอกาสเกิดน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครอีก นายชัชชาติกล่าวว่า ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ โดยน้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากฝนตกหนัก ปริมาณใกล้เคียงกับที่หาดใหญ่ และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็อาจเกิดขึ้นได้อีก แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้หรือปีหน้า

นายชัชชาติกล่าวว่า กทม. จึงต้องเตรียมแผนรับมือในระยะยาว รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการน้ำ เช่น อุโมงค์ผันน้ำ ที่จะเชื่อมโยงไปจุดต่าง ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น และหลังจากนี้จะต้องเตรียมรับมือให้ดีที่สุด

อ่านข่าว

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ม.หอการค้าไทย ประเมินน้ำท่วม 5 วัน กระทบเศรษฐกิจ 1.23 หมื่นล้าน กทม.หนักสุด

กรมอุตุฯ เตือนภัยฝนตกแบบใหม่ ปรับภาษา-การสื่อสาร ให้เข้าใจง่ายขึ้น สังคมออนไลน์ชื่นชม