วันนี้ (29 ก.ย.2569) นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับการสื่อสารของกรมอุตุนิยมวิทยา หลังนายกรัฐมนตรีมอบนโยบายให้หน่วยงานสื่อสารข้อมูลด้านสภาพอากาศและภัยพิบัติให้ประชาชนเข้าใจง่ายขึ้นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นแนวทางที่กระทรวงและกรมอุตุนิยมวิทยา พยายามดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
นายไชยชนก ระบุว่า เบื้องต้นกรมอุตุนิยมวิทยาปรับรูปแบบและแนวทางการโพสต์ข้อมูล ซึ่งได้รับผลตอบรับดีขึ้น แต่ยังต้องพัฒนาให้มากกว่านี้ โดยไม่ควรเน้นเพียงการเพิ่มความถี่ในการเผยแพร่ข้อมูลเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต แต่ต้องปรับเนื้อหาและวิธีนำเสนอให้ประชาชนสามารถเข้าใจ และนำข้อมูลไปใช้เตรียมความพร้อมได้จริง
ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ยังมีแนวทางยกระดับการสื่อสารข้อมูลสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลมีความชัดเจนและเข้าถึงประชาชนมากขึ้น
ชี้ข้อมูลพยากรณ์เปลี่ยนแปลงได้ ต้องแจ้งล่วงหน้า
กรณีมีข้อวิจารณ์ว่า กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนหลังเกิดเหตุแล้ว ทำให้ประชาชนมองว่าข้อมูลมาถึงล่าช้า นายไชยชนก กล่าวว่า จำเป็นต้องตรวจสอบเหตุผล และกระบวนการทำงานของกรมอุตุนิยมวิทยาว่าเกิดจากปัจจัยใด
โดยตามหลักการกรมจะพยายามแจ้งข้อมูลให้เร็วที่สุด เท่าที่สามารถทำได้ แม้ข้อมูลในช่วงแรกอาจยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่ต้องเป็นข้อมูลที่มีระดับความมั่นใจเพียงพอ เพื่อไม่ให้การสื่อสารสร้างความวิตกกังวลโดยไม่จำเป็น
นายไชยชนก อธิบายว่า ข้อมูลการพยากรณ์อากาศสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้เป็นระยะ แต่เมื่อเข้าใกล้ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ข้อมูลก็มีโอกาสเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยทางสภาพอากาศ จึงมีประชาชนจำนวนหนึ่งรอข้อมูลที่ใกล้วันเกิดเหตุ เช่น ประมาณ 1 สัปดาห์หรือ 3 วัน เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเตรียมตัว
อย่างไรก็ตาม แนวทางต่อไปคือกรมอุตุนิยมวิทยา ควรสื่อสารข้อมูลล่วงหน้าให้ชัดเจน โดยระบุทั้ง สถานการณ์ที่ทราบในปัจจุบัน และความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยง และตัดสินใจได้ด้วยตนเองว่า จะต้องเตรียมความพร้อมในระดับใด
แยกบทบาท ข้อมูลอากาศ-คำแนะนำการรับมือ
สำหรับการทำให้ข้อมูลด้านปริมาณน้ำและสถานการณ์อากาศเข้าใจง่ายขึ้น นายไชยชนก ระบุว่า การสื่อสารข้อมูลทางวิชาการ โดยเฉพาะปริมาณน้ำหรือสภาพอากาศ ควรปรับให้เป็นภาษาที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย ขณะที่การให้คำแนะนำว่าประชาชนควรดำเนินการอย่างไรเมื่อเกิดภัยพิบัติ เป็นภารกิจของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการปรับระบบสื่อสารข้อมูลสภาพภูมิอากาศ ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินการร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท. โดยมีแนวทางให้ข้อมูลใช้สัญลักษณ์และระดับตัวเลข เพื่อช่วยให้ประชาชนเห็นระดับความรุนแรงได้ง่ายขึ้น รวมถึงเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา เพื่อให้เห็นภาพความเสี่ยงและเตรียมรับมือได้เร็วขึ้น
ชี้กรมอุตุฯ ต้องพิสูจน์ตัวเอง
ผู้าื่อข่าวถามถึงการสร้างความเชื่อมั่น หลังมีประชาชนบางส่วนเลือกติดตามข้อมูล จากเพจด้านสภาพอากาศหรือเพจข่าวสารมากกว่า ช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา นายไชยชนก กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่กรมอุตุนิยมวิทยา ต้องพิสูจน์ตัวเองผ่านการทำงานและการสื่อสารกับประชาชน
นายไชยชนก ยังระบุว่า ข้อมูลที่เพจต่าง ๆ นำไปเผยแพร่มีที่มาจากข้อมูลของหน่วยงานรัฐ รวมถึงข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ดังนั้น สิ่งที่กรมควรดำเนินการต่อไปคือการสื่อสารข้อมูลจากต้นทางให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยตรง พร้อมปรับวิธีนำเสนอให้ละเอียดขึ้น ชัดเจนขึ้น และเข้าใจง่ายขึ้น
รมว.ดีอี ย้ำว่า การพัฒนาการสื่อสาร ไม่ได้จำกัดเฉพาะช่วงที่เกิดวิกฤต แต่ต้องดำเนินการต่อเนื่องทั้งในภาวะปกติ และช่วงที่เกิดภัยพิบัติ โดยต้องพัฒนาทั้งรูปแบบการสื่อสาร บุคลากร และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำและเผยแพร่ข้อมูล
อ่านข่าว :
คนโดนตัดสิทธิ"บัตรคนจน"ดิ้นรนสู้ชีวิตต่อ หนุน อปท.รับช่วงแก้จนอย่างมีระบบ
เลขาฯ สภาพัฒน์ ชง ครม.เคาะโครงการระบายน้ำเส้นทางชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย
