หากล่องดำเครื่องบินตกในอินโดนีเซีย
ทีมผู้เชี่ยวชาญที่รัสเซียส่งไปร่วมกับหน่วยพิเศษของอินโดนีเซีย เดินทางสู่ที่พื้นเครื่องบินตกแล้ว และเริ่มทำงานทันที โดยมีรายงานว่า วันนี้ (13 พ.ค.) นักปีนเขามืออาชีพที่ร่วมในหน่วยพิเศษของอินโดนีเซียไต่ลงไปในปล่องภูเขาไฟซาลักที่ระดับลึกประมาณ 500 เมตร ซึ่งมีซากเครื่องบินกระจัดกระจายอยู่
ภารกิจหลัก นอกจากพยายามนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาแล้ว ยังมีความพยายามค้นหากล่องบันทึกข้อมูลการบิน (กล่องดำ) ที่คาดว่าจะอยู่ใกล้ๆ กับจุดที่เครื่องบินตก ซึ่งหน่วยค้นหาในพื้นที่ ทั้งเจ้าหน้าที่อินโดนีเซีย และเจ้าหน้าที่รัสเซีย ต่างกระจายกำลังค้นหารอบๆ บริเวณ เพื่อไขปริศนาการตกของเครื่องซูคอย ซูเปอร์เจ็ท-100 ข่าวบางกระแส ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์คล้ายกล่องดำค้างอยู่บนต้นไม้ใกล้ก้นเหว และพยายามจะลงไปเก็บ ขณะที่บางกระแส ระบุว่า ทีมค้นหาพบส่วนหางของเครื่องซึ่งเป็นจุดติดตั้งกล่องดำ ค้างอยู่ที่ระดับ 300 เมตรจากปากปล่อง และคาดว่าจะพบกล่องดำโดยเร็ว
ส่วนการกู้ร่างผู้เสียชีวิตจนถึงวันนี้ (13 พ.ค.) ทีมกู้ภัยส่งถุงบรรจุศพรวมกว่า 20 ถุงกลับไปยังกรุงจาการ์ต้าแล้ว เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ต่อไป
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของอินโดนีเซีย ประเมินว่า อาจต้องใช้เวลา 1 ปีในการค้นหาสาเหตุเครื่องบินตก แต่มีการสอบปากคำเจ้าหน้าที่หอบังคับการบินที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่เกิดเหตุแล้ว ท่ามกลางความสงสัยว่าเหตุใดเครื่องบินจึงชนภูเขาตก ทั้งที่นักบินที่บังคับเครื่อง เป็นผู้มีประสบการณ์ ขณะที่ทีมค้นหาความจริงของรัสเซีย ระบุว่า มีข้อบ่งชี้เกี่ยวกับการละเมิดข้อบังคับความปลอดภัย
กุญแจสำคัญของการหาสาเหตุของเครื่องบินตก คือ เหตุใดกัปตันจึงขออนุญาตลดระดับเครื่องจากระดับความสูง 10,000 ฟุต ลงมาอยู่ที่ 6,000 ฟุต บริเวณจุดสูงสุดของภูเขาซาลักที่สูงระดับ 7,200 ฟุต ส่วนข้อมูลจากหอบังคับการบิน ระบุว่า หอการบินอนุญาตให้นักบินลดระดับ เนื่องจากเครื่องกำลังมุ่งหน้าสู่สนามบินทหาร ซึ่งภูเขาบริเวณนั้นมีความสูง 3,000 ฟุต แต่ปรากฏว่าไม่นานหลังได้รับอนุญาตให้ลดระดับ เครื่องก็หายไปจากจอเรดาร์
