ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

รู้จัก North Atlantic Track หนึ่งในน่านฟ้าที่มีความหนาแน่นที่สุดในโลก

25 พ.ค. 674 นาที25 พ.ค. 67

น่านฟ้าเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นหนึ่งในน่านฟ้าที่มีความหนาแน่นของการจราจรทางอากาศสูงที่สุดในโลก ยิ่งไปกว่านั้นด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ของมหาสมุทรแอตแลนติกได้ให้การสื่อสารด้วยวิทยุกับเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศตามปกตินั้นเป็นไปได้ยาก

ขนาดตัวอักษร

น่านฟ้าเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นหนึ่งในน่านฟ้าที่มีความหนาแน่นของการจราจรทางอากาศสูงที่สุดในโลก ยิ่งไปกว่านั้นด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ของมหาสมุทรแอตแลนติกได้ให้การสื่อสารด้วยวิทยุกับเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศตามปกตินั้นเป็นไปได้ยาก และต้องใช้เทคโนโลยีการสื่อสารทางไกลอย่างการสื่อสารด้วยดาวเทียมแทน

นอกจากนี้หากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างทาง นักบินจะต้องตัดสินใจระหว่างการบินกลับท่าอากาศยานหรือจะพยายามบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกต่อเพื่อลงจอดฉุกเฉินในอีกฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติก

ด้วยปัจจัยเหล่านี้เอง จึงมีการสร้างเส้นทางการบิน Airway ที่เรียกว่า “North Atlantic Tracks” หรือ “NAT” ขึ้นมาเพื่อช่วยควบคุมการจราจรทางอากาศเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก

เส้นทาง North Atlantic Track หลักในปัจจุบัน สำหรับการเดินทางข้ามมหาสมุทรโดยอากาศยาน

เนื่องจากมหาสมุทรแอตแลนติกนั้นครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่คั่นกลางระหว่างแผ่นดินสองแผ่นดิน ซึ่งก็คือทวีปอเมริกาเหนือและทวีปยุโรป เราจึงไม่สามารถตั้งสถานีวิทยุหรืออุปกรณ์นำทางอย่างเสาสัญญาณ สถานีวิทยุเครื่องช่วยการเดินอากาศ (Very-High Frequency Omnidirectional Radio Range หรือ VOR) คู่กับสถานีวิทยุเครื่องช่วยการเดินอากาศ (Distance Measuring Equipment หรือ DME) ได้เลย นอกจากนี้เอง เสาสัญญาณ VOR/DME ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกก็ไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจาก ระบบ VOR/DME จำเป็นต้องมี “Line-of-Sight” กับเครื่องบิน แต่เพราะโลกนั้นเป็นทรงกลม ทำให้ในที่สุด เสาสัญญาณ VOR/DME จะลับขอบฟ้าและไม่สามารถใช้งานได้

ดังนั้นเครื่องบินในปัจจุบันจะต้องอาศัยระบบนำทางด้วยดาวเทียม (Global Navigation Satellite System หรือ GNSS) อย่าง GPS เท่านั้น

แผนที่ทางเข้า NAT จากฝั่งตะวันตกหรือฝั่งสหรัฐอเมริกา

NAT ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยในการควบคุมและเว้นระยะห่างระหว่างเครื่องบินแต่ละลำเสมือนถนนในน่านฟ้าเพื่อป้องกันการชนกันกลางอากาศหรือการรุกล้ำระยะของกันและกัน เนื่องจากสัญญาณเรดาร์นั้นไม่ครอบคลุมบางส่วนของมหาสมุทรแอตแลนติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณกลางมหาสมุทร ทำให้เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศจะไม่สามารถทราบสถานการณ์ใด ๆ ของเครื่องบินที่บินอยู่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติกได้เลยหากปราศจากข้อมูลจากดาวเทียม

แผนที่ทางเข้า NAT จากฝั่งตะวันออกหรือฝั่งทวีปยุโรป

NAT มีหลายเส้นทาง คล้ายกับถนนที่มีหลายเลน ก่อนที่เครื่องบินจะเข้าสู่เขตมหาสมุทรแอตแลนติก เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศเหนือมหาสมุทรจะจัดให้เครื่องบินแต่ละลำอยู่ในเลนที่แตกต่างกันโดยคำนึงถึงน้ำหนักของเครื่องบิน ชนิดของเครื่องบิน และปลายทาง ก่อนที่จะสั่งให้เครื่องบินลำดังกล่าวบินไปที่จุดเข้า NAT เมื่อเข้าสู่ NAT Airway แล้ว

เครื่องบินไม่สามารถเปลี่ยนเลน NAT โดยไม่ได้รับอนุญาตได้ เครื่องบินแต่ละลำจะต้องรักษาความเร็วของตนเนื่องจากจะมีเครื่องบินลำอื่นบินตามหลังมาตลอดเวลา โดยที่จะระยะห่างระหว่างเครื่องบินประมาณ 10 นาที

หากเกิดเหตุฉุกเฉินซึ่งทำให้เครื่องบินไม่สามารถรักษาระยะห่างได้ เครื่องบินสามารถเบนออกไปบินขนานกับ NAT Airway ได้เพื่อให้เครื่องบินลำอื่นแซง จากนั้นจึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศผ่านระบบการสื่อสารระยะไกล เช่น CPDLC (ระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม) หรือ วิทยุความถี่สูง (HF) ร่วมกับ SELCAL

ตัวอย่างการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศและนักบินผ่านระบบ CPDLC

CPDLC (Controller-Pilot Data Link Communication) นั้นเป็นการสื่อสารด้วยข้อความผ่านระบบดาวเทียม ข้อความที่ถูกส่งระหว่างเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศที่รับผิดชอบพื้นที่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติกและนักบินนั้นจะเป็นข้อความตัวหนังสือ เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศนั้นสามารถออกคำสั่งผ่านระบบ CPDLC ได้ เช่น การสั่งให้เครื่องบินเปลี่ยนเส้นทาง เปลี่ยนคลื่นวิทยุ หรือเพื่อให้ข้อมูลแก่นักบิน ขณะเดียวกัน นักบินก็สามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศเพื่อขออนุญาตเปลี่ยนเส้นทางการบินหรือประกาศเหตุฉุกเฉินได้ นอกจากนี้นักบินยังสามารถรับข้อมูลการบินอื่น ๆ จากระบบส่งข้อมูลการบินอัตโนมัติได้อีกด้วย

ในภาพนี้เป็นตัวอย่างของการสื่อสารด้วย CPDLC จากเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศถึงเครื่องบินรหัส 4X-EDL ซึ่งขณะนั้นบินอยู่เหนือบริเวณจุดเกิดเหตุเรือดำน้ำไททันสูญหายวันที่ 20 มิถุนายน 2023

เรียบเรียงโดย โชติทิวัตถ์ จิตต์ประสงค์


🎧 อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความที่เกี่ยวข้อง

เอลนีโญปีนี้รุนแรงมาก! ทำสีมหาสมุทรเปลี่ยนไป สร้างผลกระทบใหญ่เป็นห่วงโซ่สิ่งแวดล้อม

เอลนีโญปีนี้รุนแรงมาก! ทำสีมหาสมุทรเปลี่ยนไป สร้างผลกระทบใหญ่เป็นห่วงโซ่

เรื่องน่าห่วง! ข้อมูลจากดาวเทียม PACE (Plankton, Aerosol, Cloud, ocean Ecosystem) ซึ่งทำภารกิจสำรวจโลกของ NASA เผยภาพให้ทราบว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญปีนี้รุนแรงมากจนทำให้สีของมหาสมุทรเปลี่ยนแปลงไป

21 ต.ค. 69|6 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
9 เทคโนโลยีใกล้ตัวที่น่าจับตาในไทยช่วงไตรมาส 4 ปีนี้เทคโนโลยี

9 เทคโนโลยีใกล้ตัวที่น่าจับตาในไทยช่วงไตรมาส 4 ปีนี้

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร พลังงาน และการเดินทางที่กำลังส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคนไทย

21 ต.ค. 69|8 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
มอเตอร์เส้นด้าย! เลียนแบบกล้ามเนื้อ ต่อยอดหุ่นยนต์และอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหวเทคโนโลยี

มอเตอร์เส้นด้าย! เลียนแบบกล้ามเนื้อ ต่อยอดหุ่นยนต์และอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหว

นักวิจัยพัฒนามอเตอร์ไฟฟ้าเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 1–3 มิลลิเมตร ใช้เส้นใยสองชั้นเคลื่อนที่เข้าหากันโดยไม่ต้องพึ่งเฟือง เปิดทางพัฒนาหุ่นยนต์แบบนิ่ม เสื้อผ้าอัจฉริยะ และอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหวที่ยืดหยุ่นไปกับร่างกาย

21 ต.ค. 69|8 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ เศษฝุ่นจากดาวหางฮัลเลย์ คืน 21 ถึงรุ่งเช้า 22 ต.ค. 69อวกาศ

ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ เศษฝุ่นจากดาวหางฮัลเลย์ คืน 21 ถึงรุ่งเช้า 22 ต.ค. 69

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ชวนคนไทยเฝ้าติดตามชม "ฝนดาวตกโอไรออนิดส์" (Orionids) เศษฝุ่นจากดาวหางฮัลเลย์ คืน 21 ถึงรุ่งเช้า 22 ต.ค. 69 อัตราการตกเฉลี่ยสูงสุด 20 ดวง/ชม

21 ต.ค. 69|9 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →