แถลงการณ์ลาออกของ ‘ทรัสส์’ ใช้เวลาเพียง 1 นาทีครึ่ง และไม่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถาม ซึ่งถ้อยแถลงของเธอ ขัดแย้งกับคำพูดของตัวเองที่กล่าวไว้ไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนหน้านั้น โดยยืนยันว่าจะไม่ลาออก เพราะเธอไม่ใช่คนขี้แพ้
ประเด็นหลัก คือ การเสนอแผนลดภาษีครั้งใหญ่ที่อดีตรัฐมนตรีคลัง “ควาซี ควาร์เตง” ที่เสนอต่อสภาเมื่อปลายเดือนที่แล้ว แม้ว่าเป้าหมายของแผนการลดภาษี ซึ่งแผนนี้มูลค่าสูงถึง 45,000 ล้านปอนด์ หรือมากกว่า 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ผลตอบรับกลับไม่เป็นเช่นนั้น
“ควาร์เตง” ต้องการให้แผนการลดภาษีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปีของอังกฤษ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่พรรคฝ่ายค้านแย้งว่า แผนการดังกล่าวดูเหมือนจะช่วยคนรวยมากกว่าคนจน
เพราะหนึ่งในนั้นมีการลดภาษีขั้นสูงสุดของผู้ที่มีรายได้สูงจาก 45% เหลือ 40% ที่สำคัญ คือ รัฐบาลจะเอางบประมาณจากไหนมาถมแผนนี้ ซึ่งจะทำให้รัฐต้องแบกรับภาระหนี้จากการกู้ยืมเงินมากขึ้นไปอีก
แค่ประกาศแผน ก็ทำให้เงินปอนด์อ่อนค่าทันทีมากกว่า 3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ดัชนีฟุตซี 100 ตกลงไปเกือบ 2% ราคาพันธบัตรรัฐบาลทรุดหนัก จนธนาคารกลางอังกฤษต้องเข้ามาแทรกแซง
แรงกดดันจากแผนลดภาษีดังกล่าวทำให้ “ทรัสส์” ปลด “ควาร์เตง” ออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2565 และหวังว่า การปลดเขาออกจากตำแหน่งน่าจะช่วยลดความไม่พอใจของรัฐสภาและประชาชนได้ แต่หลายฝ่ายมองว่า “ทรัสส์” กำลังโยนความผิดทั้งหมดให้ “ควาร์เตง” และเธอเองควรจะลาออกไปด้วย เพื่อรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
หลังจากนั้นไม่ถึง 1 สัปดาห์ “ซูเอลลา บราเวอร์แมน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ประกาศลาออก เท่ากับว่า ในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ มีรัฐมนตรีหลุดพ้นจากตำแหน่งถึง 2 คน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ แต่ถ้าหากยึดตามกำหนด การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2568 (ค.ศ. 2025) เนื่องจากอังกฤษกำหนดให้การเลือกตั้งทั่วไปแต่ละครั้ง ห่างกันไม่เกิน 5 ปี
แต่ถ้าหากต้องการให้มีการเลือกตั้งทั่วไป นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจและจะต้องขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตยุบสภา จากนั้นจะมีการกำหนดวันเลือกตั้งในอีก 25 วันให้หลัง เพื่อเลือก ส.ส. มานั่งในสภา 650 คน
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ “ทรัสส์” เลือก เธอยอมลาออกเพื่อให้พรรคคอนเซอร์เวทีฟเฟ้นหาหัวหน้าพรรคคนใหม่ ขึ้นมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี คาดว่าจะทราบผลในสัปดาห์หน้า
แม้ว่า “ทรัสส์” จะอยู่ในตำแหน่งไม่นาน แต่ชื่อของเธอจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตำนานในฐานะนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 3 ของอังกฤษ และเป็นนายกรัฐมนตรีคนสุดท้ายในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
ชมคลิปข่าว พรรคอนุรักษ์นิยมอังกฤษเร่งหาผู้นำคนใหม่ https://www.thaipbs.or.th/program/ThisisThaipbs/watch/23H7zY








