น้ำท่วมนอกจากข้าวของที่เสียหายแล้ว อีกสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือโรคระบาดที่มาในช่วงน้ำท่วมอย่างโรคฉี่หนู
Thai PBS รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคฉี่หนู เหตุใดต้องเฝ้าระวังในช่วงน้ำท่วม และมีโรคร้ายอื่น ๆ อะไรอีกบ้าง ?
โรคฉี่หนูคืออะไร ? ไม่ได้มาจากฉี่ของหนูเท่านั้น
โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis, Weil Disease) ถือเป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน เกิดจากเชื้อก่อโรคฉี่หนู (pathogenic Leptospires) ที่อยู่ในฉี่ของสัตว์ เช่น หนู หมู ม้า สุนัข ควาย รวมถึงสัตว์ฟันแทะต่าง ๆ โดยสัตว์ที่เป็นพาหะอาจไม่แสดงอาการแต่มีการติดเชื้อที่ท่อไตทำให้มีการปล่อยเชื้อออกมากับปัสสาวะ
โรคฉี่หนูมากับฉี่และปนเปื้อนในน้ำ จึงต้องระวังช่วงน้ำท่วมและหน้าฝน
การแพร่ระบาดของโรคฉี่หนูจากสัตว์สู่คนสามารถเกิดได้ 2 ทางหลัก ๆ ได้แก่ การสัมผัสโดยตรงจากฉี่ของสัตว์พาหะ เกิดในกลุ่มอาชีพปศุสัตว์ และสัตวแพทย์ และการสัมผัสทางอ้อมจากน้ำที่ปนเปื้อน ซึ่งมักเกิดขึ้นจากการย้ำน้ำที่ปนเปื้อนในช่วงหน้าฝนหรือน้ำท่วมนั่นเอง
โดยฉี่ของสัตว์พาหะจะปนเปื้อนมาในน้ำฝน ดินที่เปียกชื้น โครน ร่องน้ำเป็นตัวนำเชื้อสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านทางผิวหนังตามรอยแผล รอยขีดข่วน เยื่อยุของปาก ตา จมูก
การติดต่อของโรคฉี่หนูโดยปกติแล้วมักเกิดในกลุ่มเกษตกร ชาวไร่ ชาวนา คนสวน คนทำงานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ยังเกิดแพร่ระบาดได้ในพื้นที่น้ำท่วมอีกด้วย จึงมักพบในกลุ่มผู้ประสบอุทกภัยเช่นกัน
ช่วงน้ำท่วมหลายคนต้องเดินลุยน้ำ อาจเกิดการติดโรคฉี่หนูได้
อาการของโรคฉี่หนู เฝ้าระวังอย่างไร ?
อาการของโรคฉี่หนูจะเกิดหลังได้รับเชื้อโรคประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ โดยกลุ่มที่อาการไม่รุนแรง จะมีอาการไข้สูงแบบทันทีทันใด ปวดศีรษะ สับสน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งอาการดังกล่าวคล้ายโรคติดเชื้อหลายชนิดเช่น ไข้เลือดออก เป็นต้น อาการที่พบบ่อยและทำให้นึกถึงโรคฉี่หนูได้แก่ อาการปวดกล้ามเนื้อที่รุนแรง อาการตาแดง หรือ เลือดออกใต้ตาขาว ผู้ป่วยกลุ่มนี้ถ้าได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะไม่พบภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงของโรค และเป็นอยู่ได้นานถึง 1 สัปดาห์
ส่วนกลุ่มที่อาการรุนแรง พบน้อยกว่ากลุ่มแรก ผู้ป่วยนอกจากจะมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อย เหมือนกลุ่มแรกแล้ว จะมีอาการแทรกซ้อนของโรคร่วมด้วย เช่น ตาเหลือง ตัวเหลือง คอแข็ง ความดันโลหิตต่ำ การทำงานของไตลดลง ปอดอักเสบ เลือดออกผิดปกติ รายที่รุนแรงมากอาจพบเลือดออกในปอดได้ กลุ่มนี้ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันการเสียชีวิต
โรคฉี่หนูสามารถหายได้เองในกลุ่มคนที่มีอาการไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม หากตัวเองมีความเสี่ยง เช่น อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมต้องเดินลุยน้ำนาน มีอาการไข้สูงทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดตามกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะบริเวณน่องควรรีบพบแพทย์ โรคนี้รักษาได้ด้วยการรับประทานยาฆ่าเชื้อตามแพทย์สั่งอย่างรวดเร็วและเหมาะสม
โรคฉี่หนู ป้องกันอย่างไร ?
โรคฉี่หนูมีการติดต่อผ่านการสัมผัสเป็นหลัก ดังนั้นวิธีป้องกันจึงเป็นการล้างมือทุกครั้งหากต้องสัมผัสกับเนื้อ ซากสัตว์ หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหรือพื้นที่ชื้นแฉะด้วยเท้าเปล่า หากจำเป็นควรสวมรองเท้าบู๊ทเพื่อป้องกัน หรืออาบน้ำล้างทำความสะอาดร่างกาย ล้างมือล้างเท้าให้สะอาดทันทีหลังลุยน้ำ กำจัดหนูที่เป็นพาหะน้ำโรคสำคัญ ปิดฝาถังขยะ กำจัดเศษอาหารขยะไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของหนู
กรณีเป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์ควรให้เป็นพื้นเรียบและแห้งอยู่เสมอ หากมีสัตว์เลี้ยงป่วยต้องแจ้งสัตวแพทย์เพื่อรักษา
นอกจากโรคฉี่หนูแล้ว โรคอื่น ๆ ที่ควรระวังในช่วงน้ำท่วมมีอะไรบ้าง ?
โรคกลุ่มนี้เรียกรวมว่า กลุ่มโรคติดเชื้อทางบาดแผลหรือเยื่อบุผิวหนัง มักเกิดจากการสัมผัสน้ำที่ปนเปื้อน ทำให้มักแพร่ระบาดได้ง่ายในช่วงน้ำท่วม มีดังนี้
โรคตาแดง หรือ โรคเยื่อบุตาอักเสบ (pink eye หรือ conjunctivitis) เกิดจากการอักเสบติดเชื้อที่เยื่อบุตา ถือเป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าฝนและน้ำท่วม มักพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่และระบาดตามโรงเรียน โรคหน้าฝนนี้เกิดจากการติดเชื้อโรคจากขี้ตาหรือน้ำตาของผู้ป่วย รวมถึงการใช้สิ่งของร่วมกัน สามารถติดต่อผ่านการหายใจได้ อาการที่พบคือ ตาแดง และมีอาการปวดเบ้าตา คันละคายเคืองตา เปลือกตาบวม
โรคไข้ดิน หรือเมลิออยโดสิส (Melioidosis) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Burkholderia pseudomallei ที่พบได้ทั่วไปในดิน น้ำ เชื้อโรคไข้ดิน หรือเมลิออยโดสิส (Melioidosis) สามารถเข้าสู่ร่างกายจากสิ่งแวดล้อมทั้งดินน้ำรวมถึงอาหารที่มีการปนเปื้อน ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสดิน ดื่มกินน้ำหรืออาหาร รวมถึงการสูดหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีการปนเปื้อนเข้าไป พบได้มากในช่วงหน้าฝนโดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่ต้องสัมผัสกับดินและน้ำบ่อย ๆ อย่างกลุ่มคนทำอาชีพเกษตรกร สำหรับประเทศไทยพบได้มากในภาคอีสาน
โรค มือ เท้า ปาก (Hand Foot Mouth Disease) พบบ่อยในเด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า 5 ปี) ประเทศไทยมีข่าวการระบาดอยู่บ่อยครั้ง ตามโรงเรียนอนุบาลรวมถึงสถานรับเลี้ยงเด็กเล็ก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสผ่านการสัมผัสน้ำลาย น้ำมูก น้ำในตุ่มพอง แผล หรืออุจจาระของผู้ป่วย สามารถติดต่อทางอ้อมผ่านการสัมผัสของเล่น ภาชนะใช้ร่วมกัน มือของผู้ดูแลเด็ก น้ำ อาหารที่ปนเปื้อน
อ้างอิง
- กรมควบคุมโรค








