คำผวน ความกวนของคนไทย
สวัสดีท่านเขียดผู้มีแกกที่กำลังอ่านโพสต์นี้อยู่นะคะ เนื่องในวันนี้ 26 มิ.ย. เป็นวันสุนทรภู่ วันแห่งบรมครูกวีเอกของไทย ผู้มีความชำนิชำนาญด้านงานเขียน ทั้งกาพย์ โคลง กลอน เป็นที่สุด ทั้งยังมีความรอบรู้แตกฉานในงานวรรณคดีประเทศต่าง ๆ มากมาย ซึ่งสะท้อนผ่านผลงานชิ้นเอกอย่าง พระอภัยมณี ที่มีเรื่องราวแฟนตาซีน่าติดตาม พร้อมทั้งฉากและตัวละครก็ยังออกแบบมาอย่างน่าสนใจเสียด้วย
รู้หรือไม่ว่า ในบรรดาผลงานประพันธ์สนุก ๆ ของสุนทรภู่ ยังมีโคลงบทหนึ่งที่แต่งเป็นคำผวนเอาไว้ด้วย แต่หาใช่โคลงกลอนที่เขียนขึ้นเพื่อความสนุกสนาน แต่เพื่อลบคำสบประมาทที่มีคนมาปรามาสตนนั่นเอง
เป็นที่รู้กันว่าสุนทรภู่นั้น เชี่ยวชาญการแต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เป็นอันมาก แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่วายถูกดูหมิ่นดูแคลนจนได้ ครั้งหนึ่ง สุนทรภู่ถูกคนหนุ่มดูแคลนเอาว่า เขียนได้แต่เพียงกลอน คงแต่งอย่างอื่นไม่ได้กระมัง กวีเอกอย่างสุนทรภู่มีหรือจะยอม จึงตอกกลับไปด้วยโคลงสี่สุภาพ ที่ไม่ใช่โคลงธรรมดา แต่เป็นคำผวนทั้งหมด หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ
“เฉน็งไอมาเวิ่งเว้า วู่กา
รูกับกาวเมิงแต่ยา มู่ไร้
ปิดเซ็นจะมู่ซา เคราทู่
เฉะแต่จะตอบให้ ชีพม้วยมังรณอ”
แปลได้ความดังนี้
“เฉน็งไอมาเวิ่งเว้า วู่กา (ไฉนเอ็งมาเว่าเวิ้ง ว่ากู)
รูกับกาวเมิงแต่ยา มู่ไร้ (ราวกับกูมาเแต่เยิง* ไม่รู้)
ปิดเซ็นจะมู่ซา เคราทู่ (เป็นศิษย์จะมาสู้ ครูเฒ่า)
เฉะแต่จะตอบให้ ชีพม้วยมังรณอ” (ชอบแต่จะเตะให้ ชีพม้วยมรณัง)
*เยิง หมายถึง ป่า,ดง,ดอน
เรียกว่าหากอยากจะรู้ว่าสุนทรภู่ตอกกลับว่าอะไรแล้ว ก็ต้องนั่งผวนคำถึงจะรู้เรื่อง เป็นการลบคำสบประมาทที่แยบคาย สมเป็นกวีเอกแห่งสยามจริง ๆ เห็นแบบนี้แล้วรู้เลยว่า วัฒนธรรมคำผวนนี่อยู่คู่สังคมไทยมานมนานแล้ว ไม่อย่างนั้นคนร้อยพ่อพันแม่ จะกลายเป็นร้อยแพร่พันหม้อ ได้ไง แล้วแฟน ๆ ล่ะคะ เข้าใจกันไหม ว่าโคลงบทนี้ แปลได้ความว่าอะไร
เดี๋ยวจะหาว่าแอดจิตตุงแป่ง มาฟังต่อกันในคลิปนี้เลย >> https://www.thaipbs.or.th/news/clip/45558








