จากจุดเริ่มต้นถึงจุดจบ "เหมา เจ๋อตง" ผู้นำแห่งความชั่วและความดี


ประวัติศาสตร์

Thai PBS Digital Media

Thai PBS
แชร์

จากจุดเริ่มต้นถึงจุดจบ "เหมา เจ๋อตง" ผู้นำแห่งความชั่วและความดี

https://www.thaipbs.or.th/now/content/313

จากจุดเริ่มต้นถึงจุดจบ "เหมา เจ๋อตง"  ผู้นำแห่งความชั่วและความดี

"เหมา เจ๋อตง"  มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐประชาธิปไตยของจีนให้เข้าสู่ระบอบสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์ คือบุคคลสำคัญที่ทำให้ชีวิตชาวจีนเปลี่ยนไปตลอดกาล

 "เติ้ง เสี่ยวผิง" ผู้นำจีนคนถัดมา ให้นิยามว่า 
"เหมา เจ๋อตง" มีความดี 7 ส่วน และความชั่ว 3  ส่วน 

เหมา เจ๋อตง ชายผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน คนนี้ เกิดวันที่ 26 ธันวาคม 1896  ในยุคที่สังคมศักดินาของจีนกำลังตกต่ำ เป็นลูกชายของ เหมา อี๋ชาง ชาวนาผู้มั่งคั่ง กับ เหวิน ซู่ฉิน ในวัยเด็ก  “เด็กชายเหมา”  เข้าโรงเรียนประถมเสาซาน ร่ำเรียนคำสอนหลักลัทธิขงจื๊อ ปลูกฝังความคิดตามจารีตโบราณ

หลังจบการศึกษาเขาได้เดินทางมายังกรุงปักกิ่ง แล้วทำงานเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ทำให้เขามีโอกาสอ่านหนังสือดี ๆ มากมาย และว่ากันว่าจากความรู้ตรงนี้นี่แหละ เป็นต้นทุนสำคัญทำให้เขาสามารถปฏิวัติได้สำเร็จ

เหมา เจ๋อตง อดีตผู้นำประเทศและผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน

เหมา เจ๋อตง อดีตผู้นำประเทศและผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ท่ามกลางจุดที่สำคัญ ๆ ในเชิงประวัติศาสตร์ ของจีนอีกด้านหนึ่ง ก็คงจะมองข้ามชีวิต ส่วนตัวของ เหมา เจ๋อตง ไปไม่ได้เช่นกัน เพราะว่าอาจจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสิน ใจในวินาที หรือว่าในช่วงเวลาที่สำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ด้วย

เหมา เจ๋อตง มีความดี 7 ส่วน และความชั่ว 3  ส่วน นี่คือคำนิยามที่ เติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำจีนคนถัดจากเหมา เจ๋อตง ได้นิยามเอาไว้ 

อ่าน : ไทม์ไลน์ "ผู้นำจีน" นับตั้งแต่ปี 1949 เมื่อ "พรรคคอมมิวนิสต์จีน" เถลิงอำนาจ

เมื่ออายุ 14 ปีเหมาถูกลงถุง ชนให้แต่งงานกับ หลัว อีซิ่ว ภรรยาคนแรกที่อายุมากกว่า ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องกิจการครอบครัว แต่เขาไม่เคยยอมรับการแต่งงานครั้งนี้ แม้ว่าจะเข้าพิธีแต่งงานร่วมกับภรรยาแล้วก็ตาม ด้วยวัยเยาว์ทำให้ไม่ประสากับชีวิตครอบครัว อีกทั้งต้องการก้าวสู่โลกกว้างมากกว่ามีชีวิตปลูกพืชเลี้ยงสัตว์อยู่กับบ้านไปวัน ๆ

ต่อมาได้ย้ายมาเรียนในอำเภอฉางชา เรียนหนังสือในโรงเรียนตามหลักสูตรรัฐบาล เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาท เหมาสมัครเข้าเรียนวิทยาลัยครูหูหนาน ด้วยเป้าหมายว่าจะประกอบอาชีพครูระหว่างนั้นเหมาเข้ามาทำงานเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์ที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เขาเริ่มสนใจแนวคิดมาร์กซ์ (Marxist) จากที่นี่ 

เหมา เจ๋อตง (ภาพจาก https://www.marxists.org)

เหมา เจ๋อตง (ภาพจาก https://www.marxists.org)

ในปี 1920 ครูเหมา เจ๋อตง เป็นครูใหญ่โรงเรียนประถมและแต่งงานใหม่กับ หยาง ไค่ฮุ่ย ปีถัดมาเหมามีส่วนร่วมในการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์สาขาฉางซาและเป็นกรรมการพรรค ช่วงนั้น เลนิน ผู้นำของรัสเซียเป็นผู้ให้การสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน จึงขอให้ทั้งฝ่ายของพรรคคอมมิวนิสต์และพรรคก๊กมินตั๋งร่วมมือกันสร้างชาติ 

ขณะนั้น เจียง ไคเชก ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำฝ่ายขวากำจัดพวกฝ่ายซ้ายของพรรค จึงเกิดสงครามกลางเมืองหรือการต่อสู้ระหว่างพรรคก๊กมินตังและพรรคคอมมิวนิสต์จีนขึ้น 

ความรักครั้งใหม่ของเหมาก็เบ่งบานอีกครั้งกับ เฮ่อ จื่อเจิน หญิงวัย 18 ปี แห่งกองทัพแดง แต่หลังจากนั้นไม่นาน หยาง ไค่ฮุ่ย ภรรยาคนที่ 2 ถูกพรรคก๊กมินตั๋งกำจัดในฐานะภรรยาของเหมา เจ๋อตง 

คอมมิวนิสต์จีนเปิดฉากการเดินทัพทางไกล 16 ตุลาคม 1934

คอมมิวนิสต์จีนเปิดฉากการเดินทัพทางไกล 16 ตุลาคม 1934

ต่อมาในปี  1934 ฐานทัพของเหมาที่เจียงซีถูกพรรคก๊กมินตั๋งรุกราน เขาจึงออกเดินทัพทางไกล (Long March) เดินทางไปกว่า 25,000 ลี้ หรือ 10,000 กิโลเมตร พร้อมกับนายทหารเกือบแสนคนและผู้หญิง 30 คน เมื่อถึงเมืองส่านซี กลับมีผู้รอดชีวิตจากการเดินทางเพียง 8,000 คนเท่านั้น เฮ่อ จื่อเจิน ภรรยาคนที่ 3 และคุณแม่ลูก 6 ของเหมา บาดเจ็บจากการเดินทางครั้งนี้เช่นกัน เธอจึงเดินทางไปรักษาตัวและเรียนต่อที่รัสเซีย

หลัง เฮ่อ จื่อเจิน ภรรยาคนที่ 3 ไปรัสเซีย ต้นรักใหม่ของเหมาก็เบ่งบานอีกครั้งกับ เจียง ชิง นักแสดงสาวดาวรุ่ง ทั้งที่ยังไม่ได้หย่าขาดจากภรรยาเก่า โดยมีข้อตกลงว่า เจียง ชิง ต้องอยู่ในฐานะภรรยาลับและไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองเป็นเวลา 20 ปี 

ในเรื่องการเมืองเหมาใช้วิธีกองโจรและวิธีป่าล้อมเมืองจัดการกับพรรคก๊กมินตั๋งได้สำเร็จ เจียง ไคเชก ต้องถอยร่นหนีไปอยู่เกาะฟอร์โมซา หรือ ไต้หวัน ในปัจจุบัน จากนั้นเหมาประกาศมติพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในปี 1945 เพื่อรวบอำนาจ

เหมา เจ๋อตง สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 ภาพจาก BEIJING, CHINA / AFP

เหมา เจ๋อตง สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 ภาพจาก BEIJING, CHINA / AFP

วันที่ 1 ตุลาคม 1949 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ถูกจารึกขึ้น เหมา เจ๋อตง ประกาศการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน และดำรงตำแหน่งประธานสาธารณรัฐฯ ทำให้เริ่มมีบทบาทระดับนานาชาติ ตั้งแต่การส่งกองทัพไปช่วยในสงครามเกาหลีและเริ่มต้นความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ เหมาออกแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับแรก มุ่งหวังให้จีนเป็นประเทศเกษตรกรรมและริเริ่มโครงการ "ร้อยบุปผา" รวมปัญญาชนจีนมาช่วยออกความเห็นเกี่ยวกับการบริหารประเทศ แต่กลับได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการบริหารของตัวเอง เหมา จึงใช้โอกาสนี้ในการกำจัดผู้ที่เห็นต่าง 

แผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2 ของเหมา ออกนโยบายการก้าวกระโดดไปข้างหน้า (Great Leap Forward) ให้ประชาชนทำนารวมและผลิตเหล็กกล้าแบบคอมมูน แต่ผลจากการโก่งตัวเลขผลผลิตทางบัญชีส่งผลให้จีนเข้าสู่ภาวะอดอยากอย่างรุนแรง มีการประมาณการผู้เสียชีวิต กว่า 10 ล้านคน จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ 

ผลของความล้มเหลวนี้ ทำให้ในปี 1966 เหมาลุกขึ้นมาแก้เกมด้วยการปฏิวัติวัฒนธรรมเหล่ายุวชนแดง (Red Guards) ได้รับการสนับสนุนจากเหมาให้ลุกขึ้นมาทำลายความคิด วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมเก่า ๆ ทำลายสถานที่ทางแนวความคิดอย่าง สุสานของขงจื๊อ วัดว่าอาราม ก็ถูกทำลายและถูกประจานอย่างหนัก

การรายงานข่าว เหมา เจ๋อตง ว่ายข้ามแม่น้ำแยงซี ของหนังสือพิมพ์กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน

การรายงานข่าว เหมา เจ๋อตง ว่ายข้ามแม่น้ำแยงซี ของหนังสือพิมพ์กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน

วันที่ 16 กรกฎาคม ปีเดียวกัน ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเปยของจีน ได้มีการจัดการ แข่งขันว่ายข้ามแม่น้ำแยงซี เหมา เจ๋อตง ในวัย 73 ปี ยังเข้าร่วมการแข่งขันด้วย ท่ามกลางข่าวลือว่าเหมาป่วยหนัก

หนังสือพิมพ์ทั้งในจีนและต่างประเทศต่างพาดหัวข่าวว่า เหมา เจ๋อตง ว่ายน้ำในแม่น้ำแยงซี 15 กิโลเมตร ภายในเวลา 65 นาที (เร็วกว่า เคเลบ เดรสเซล นักกีฬาโอลิมปิก ปี 2020 เจ้าของสถิติว่ายน้ำเร็วที่สุดในโลกกว่า 2 เท่า) การแข่งขันว่ายน้ำครั้งนี้ เหมาต้องการสื่อสารกับประชาคมโลกเห็นว่าเขายังแข็งแรงดี และเป็นสัญลักษณ์ว่า เขาจะต่อสู้กับทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหน 

เหมา เจ๋อตง ต้อนรับซัลฟิการ์ อาลี บุตโต นายกฯปากีสถาน  27 พฤษภาคม 1976 นับเป็นภารกิจครั้งสุดท้ายในชีวิตของเหมาเจ๋อตง  (ภาพจาก Rare Historical Photos)

เหมา เจ๋อตง ต้อนรับซัลฟิการ์ อาลี บุตโต นายกฯปากีสถาน 27 พฤษภาคม 1976 นับเป็นภารกิจครั้งสุดท้ายในชีวิตของเหมาเจ๋อตง (ภาพจาก Rare Historical Photos)

เวลาผ่านไปไม่นานเหมา เจ๋อตง ประกาศสิ้นสุดการปฏิวัติวัฒนธรรม ในปี 1969 แต่ทุกอย่างกลับสิ้นสุดอย่างแท้จริงเมื่อเหมา เจ๋อตง ถึงแก่อสัญกรรม ด้วยโรค ALS โรคร้ายแรงที่ไม่มีทางรักษา เมื่อวันที่ 9 กันยายน 1976 ด้วยวัย 83 ปี

หลาย 10 ล้านชีวิตที่ล้มหายตายจากระหว่างการบริหารงานของ เหมา เจ๋อตง กลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง เติ้ง เสี่ยวผิง จึงบอกว่าเหมา เป็นผู้นำที่ดี 7 ส่วน และชั่ว 3  ส่วน 

ภาพเหมา เจ๋อตง ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน

ภาพเหมา เจ๋อตง ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน

ก่อนวันชาติจีนของทุกปี จะพิธีเปลี่ยนรูปภาพของอดีตประธานาธิบดี เหมา เจ๋อตง ด้วยการยกภาพน้ำหนัก 1.5 ตัน ลงมา และเปลี่ยนภาพใหม่ที่สีสดงดงามกว่าไปแขวนไว้ที่เดิม ภาพของ เหมา เจ๋อตง จะมีสีที่สดใหม่เสมือนหนึ่งว่าเขายังอยู่กับประชาชนจีนในฐานะผู้ก่อตั้งและผู้เสียสละเพื่อประชาชนไปตลอดกาล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ในอดีตจีนชาวจีนผู้มีชื่อเสียงเหมา เจ๋อตง

ผู้เขียน: Thai PBS Digital Media

บทความ NOW แนะนำ