เอ่ยชื่อ “วอลเลย์บอลหญิงไทย” นี่คือหนึ่งในกีฬามหาชนของชาวไทย และเป็นกีฬาความหวังในซีเกมส์มาหลายยุคสมัย รวมทั้งครองความยิ่งใหญ่ในกีฬาซีเกมส์ ด้วยผลงานคว้าแชมป์เหรียญทองติดต่อกันกว่า 14 สมัย และสำหรับซีเกมส์ 2025 กับการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยครั้งนี้ วอลเลย์บอลหญิงถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่แฟนกีฬารอคอย
Thai PBS ชวน “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนกีฬาวอลเลย์บอล ที่เพิ่งหวนกลับมารับงานคุมทัพนักตบลูกยางสาวไทยอีกครั้งในรอบหลายปี มาร่วมพูดคุย อะไรคือความยากกับการทำทีมหนนี้ และทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยจะทำได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่ ทั้งหมดไปฟังจากปากโค้ชอ๊อตร่วมกัน
โค้ชอ๊อต กับการเตรียมความพร้อมวอลเลย์บอลหญิงไทยในซีเกมส์ 2025
โค้ชอ๊อตเริ่มต้นเล่าถึงการเตรียมความพร้อมทีมวอลเลย์บอลหญิงในซีเกมส์ 2025 โดยอธิบายว่า ปฏิทินกีฬาวอลเลย์บอลของโลก มีผลต่อการเตรียมตัวของทัพนักตบลูกยางสาวไทยเช่นกัน
“ตามกรอบระยะเวลาการแข่งขันวอลเลย์บอลของสหพันธ์วอลเลย์บอลโลก เขาวางการแข่งขันเอาไว้ 2 ช่วงเวลา ช่วงหนึ่งคือ เดือนพฤษภาคมไปจนถึงตุลาคม ช่วงนี้จะเป็นเกมระดับทีมชาติ ซึ่งเราจะได้เห็นการจัดแข่งวอลเลย์บอลทัวร์นาเมนต์เนชันส์ลีก (VNL) หรือการแข่งชิงแชมป์โลก ชิงแชมป์เอเชีย ส่วนพอหลังจากเดือนตุลาคม ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ช่วงเวลานี้จะเป็นของการแข่งขันระดับอาชีพ หรือสโมสร ซึ่งนักวอลเลย์บอลส่วนใหญ่จะแยกย้ายไปเล่นให้กับสโมสรต้นสังกัดของตัวเอง”
“ทีนี้ที่ผ่านมา สักราว ๆ 20 ปีก่อน ประเทศไทยยังไม่ค่อยมีนักกีฬาวอลเลย์บอลอาชีพมากสักเท่าไร จนหลังจากปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา นักกีฬาวอลเลย์บอลไทยก้าวไปสู่การเล่นระดับอาชีพมากขึ้น ซึ่งทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามกฎกติกาของสหพันธ์วอลเลย์บอลโลก"
"แต่บังเอิญว่า การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ส่วนใหญ่มักจะจัดกันในช่วงปลายปี หรือตั้งแต่เดือนตุลาคม - ธันวาคม ซึ่งไปชนกับรอบเวลาการแข่งขันระดับอาชีพพอดี ตรงนี้จึงทำให้ต้องมีการขอตัวนักวอลเลย์บอลที่เล่นในสโมสรต่าง ๆ กลับมาเล่นให้กับทีมชาติเป็นกรณีพิเศษ”

โค้ชอ๊อตเล่าต่อว่า สำหรับทัวร์นาเมนต์ซีเกมส์ 2025 ได้มีการเรียกตัวนักกีฬาที่สังกัดสโมสรในต่างประเทศ ให้กลับมารวมตัวสู้ศึกซีเกมส์ 2025 จำนวนราว 10 คน โดยจะมาผสมรวมกับนักกีฬาดาวรุ่ง และนักกีฬาที่เล่นอยู่ในประเทศ ทั้งหมดรวมแล้วกว่า 28 คน
“ในการเรียกนักกีฬากลับมาเล่นให้ทีมชาติทุกครั้ง ทางสมาคมวอลเลย์บอลฯ จะต้องทำหนังสือแจ้งกับสโมสรต้นสังกัดของนักกีฬาคนนั้น ๆ เสมอ ทั้งนี้ทางสหพันธ์วอลเลย์บอลโลก หรือ FIVB เขาจะมีมาตรการดูแลนักกีฬา โดยถ้าจะไปเล่นให้กับทีมชาติ ทางสโมสรจะต้องส่งตัวนักกีฬากลับมาก่อนแข่ง 14 วัน แล้วพอแข่งเสร็จ ก็ต้องให้นักกีฬาพักอีก 7 วัน ถึงจะกลับไปเล่นที่สโมสรอีกครั้ง สรุปว่า ถ้ามีการแข่งขันระดับชาติเกิดขึ้น จะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ที่นักกีฬาจะไม่ได้อยู่กับสโมสร”
โค้ชอ๊อต กับการผสมผสานนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงไทยในซีเกมส์ 2025
นักวอลเลย์บอลชุดสู้ศึกซีเกมส์ 2025 ถือเป็นชุดผสมผสาน มีทั้งนักกีฬาดาวรุ่ง และนักกีฬาที่ผลักดันจากชุดสำรองขึ้นมา รวมไปถึงนักกีฬาตัวหลักจากต่างประเทศ ดังนั้น ตัวแปรสำคัญของการเตรียมทีมครั้งนี้ จึงอยู่ที่การผสมผสานผู้เล่น เพื่อให้เกิดความเป็นทีมเวิร์คขึ้นมา
“ที่เราเน้นมาก ๆ คือเรื่องทีมเวิร์ค เพราะเรามีผู้เล่นที่หลากหลาย ตอนนี้จึงพยายามมอนิเตอร์นักกีฬาทุกคน พวกที่กลับมาจากต่างประเทศ ถ้าคนไหนไม่บาดเจ็บ เราก็พยายามฟื้นฟูสภาพร่างกาย เช่น ชมพู่ (พรพรรณ เกิดปราชญ์) ที่เพิ่งกลับจากลีกในอเมริกา หรือคนไหนที่ได้รับบาดเจ็บ เช่น เตย หัตถยา บำรุงสุข เราก็พยายามฟื้นฟูร่างกายให้เขา ส่วนคนที่บาดเจ็บเล่นไม่ได้แน่นอนในชุดนี้ คือ วิภาวี ศรีทอง และ ยูฟ่า ดลพร สินโพธิ์”
“อีกเรื่องที่กำลังโฟกัสคือ ผู้เล่นมีตำแหน่งซ้อนกัน ต้องจัดระเบียบให้ลงตัว ชุดนี้ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับผู้เล่นเยาวชน ที่จะเป็นกำลังเสริมในอนาคต นอกจากนี้ยังโฟกัสผู้เล่นซีเนียร์ กลุ่มที่ยังเป็นตัวสำรองอยู่ กลุ่มนี้เราจะพัฒนาขึ้นมา เพื่อให้เขาเป็นกำลังหลักต่อไป”

โค้ชอ๊อตเล่าต่อว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ การเพิ่มเติมเรื่องเทคนิคให้กับนักกีฬาชุดนี้
เป็นเรื่องเรื่องเทคนิคส่วนตัว เช่น การเสิร์ฟ การสกัดกั้น การตบ พวกนี้จะเน้นเป็นพิเศษ เพราะเป็นเรื่องของการทำคะแนน ที่เหลือก็คงเป็นเรื่องสร้างความเข้าใจในเกมการเล่น และสภาพร่างกายที่ต้องพร้อมในการแข่งขัน
โค้ชอ๊อต กับโจทย์ยากในวอลเลย์บอลหญิงไทยในซีเกมส์ 2025
แม้จะได้รับการยกระดับกลายเป็นทีมระดับ “แนวหน้า” ในเวทีวอลเลย์บอลระดับโลก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยในเวลานี้ จัดอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน นอกจากนี้ยังถือเป็นช่วงเวลาของการหวนกลับมาคุมทีมของโค้ชอ๊อตได้ไม่นาน ดังนั้น เรื่องความสำเร็จรอบใหม่ จึงยังต้องอาศัยเวลาพอสมควร
การสร้าง Create Top Players หรือการจะสร้างนักกีฬาที่เป็นสุดยอด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนการเตรียมทีมระยะยาว แต่โชคดีที่ทีมเรามี Core value ซึ่งที่ผ่านมา ผมพยายามสร้างให้ผู้เล่นทุกคนมีแก่นยึดในจิตใจ นั่นคือ การทำให้ทีมวอลเลย์บอลไทย ก้าวไปเป็นทีมผู้นำในอาเซียน
"ดังนั้น ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ เราต้องทำเพื่อเป็นที่ 1 ไม่ว่าจะกิน จะนอน จะฝึกซ้อม จะแข่งขัน จะเตรียมตัวอะไรสักอย่าง เราต้องมีความคิดว่า ต้องเป็นที่ 1 ในอาเซียน และต้องเป็นทีมลำดับต้น ๆ ในเอเชีย แล้วต้องอยู่ในอันดับเวิลด์คลาส ในระดับโลกด้วย”

โคชอ๊อตบอกว่า เรื่องความคาดหวัง ความกดดัน ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเจอ แต่ผลจากการสร้างนักกีฬาจากเมื่อ 20 ปีก่อน ได้กลายเป็นตัวช่วยหนึ่ง ให้นักกีฬาวอลเลย์บอลไทย เดินหน้าต่อไปได้ แม้จะมีช่วงที่ต้องเปลี่ยนผ่านอยู่บ้างก็ตามที
“เราไม่ได้มีนักกีฬาไปเล่นต่างประเทศแค่ 4 – 5 คนเหมือนในอดีต แต่ผลของการพัฒนา ทำให้เรามีนักกีฬาไปเล่นต่างประเทศนับสิบชีวิต และกำลังจะเติบโตขึ้นไปอีกมาก ผมจึงค่อนข้างเชื่อมั่นว่า วอลเลย์บอลไทย จะยังคงรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ต่อไป”

โค้ชอ๊อตยังบอกอีกด้วยว่า นักกีฬารุ่นใหม่ ๆ ในวันนี้ มีข้อได้เปรียบกว่ารุ่นพี่ ตรงที่มีรูปร่างที่ค่อนข้างพร้อมมากกว่า ที่เหลือเป็นเรื่องของการเพิ่มเติมพื้นฐานการเล่นที่ดี เพื่อก้าวขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ ๆ ที่เคยสร้างชื่อเสียงเอาไว้
“เด็กรุ่นใหม่มีรูปร่างที่ดี แต่ข้อแตกต่างคือ Skill (พื้นฐาน) อาจจะยังไม่แน่นมาก ร่างกายเขายังไม่แข็งแรง แต่เรื่องเหล่านี้สอนกันได้ แต่อย่างที่ผมบอกไป การพัฒนาฝีไม้ลายมือ ต้องพึ่งพาเรื่องของเวลา ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะทำให้ทีมสำเร็จได้ในระยะยาว”
โค้ชอ๊อตทิ้งท้ายด้วยการฝากให้แฟนกีฬาชาวไทย ส่งพลังใจเชียร์ทีมวอลเลย์บอลไทย รวมทั้งทัพกีฬาไทยในซีเกมส์ 2025 ให้ทำผลงานได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
“ในโอกาสที่ประเทศไทยเราเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันซีเกมส์ในปีนี้ ผมใคร่ขอเชิญแฟน ๆ ทุกท่าน มาร่วมเป็นกำลังใจ มาชม มาเชียร์กีฬา ทีมชาติไทย ในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ ผมเชื่อว่า ทุกชนิดกีฬาของเรา เต็มที่กับการแข่งขันกันทุกคน และจะพยายามนำชัยชนะ นำเหรียญมาฝากพี่น้องชาวไทยทุกคนครับ”

ติดตามและเป็นกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทย ในซีเกมส์ 2025 ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม 2568 และสามารถติดตามโปรแกรม ผลการแข่งขัน อัปเดตตารางเหรียญรางวัล ได้ที่ www.thaipbs.or.th/Seagames2025
- ถ่ายภาพบุคคลโดย : จิรภัทร สะแกขาว
อ่านบทความอื่น ๆ









