ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"นักการเมืองหญิง" สนามอารมณ์ทางเพศ (ครั้งแล้วครั้งเล่า) บนถนนสายการปกครอง


Insight

นวพร เรืองศรี

แชร์

"นักการเมืองหญิง" สนามอารมณ์ทางเพศ (ครั้งแล้วครั้งเล่า) บนถนนสายการปกครอง

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3523

"นักการเมืองหญิง" สนามอารมณ์ทางเพศ (ครั้งแล้วครั้งเล่า)  บนถนนสายการปกครอง

ประเด็นร้อนส่งท้ายปี 2568 คงหนีไม่พ้นข่าวของ “โดม ปกรณ์ ลัม” นักร้อง-นักแสดงชายชื่อดัง ซึ่งได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นที่คุกคามทางเพศ ใต้ภาพของ “จินนี่ - ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ” ลูกสาวของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ในวันที่มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุกคามทางเพศ ฉบับปรับปรุงใหม่ เป็นครั้งแรก

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ (ยัง) ไม่ดับไป กับนักการเมืองหญิง ทั่วโลก และสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน สังคมก็ยังมองพวกเธอเป็นเพียงวัตถุทางเพศชิ้นหนึ่งอยู่ดี

Thai PBS ชวนถอดบทเรียนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ผ่านบทความพิเศษชิ้นนี้ พร้อมตั้งคำถามถึงก้าวต่อไปของกฎหมายคุกคามทางเพศ ซึ่งยังต้องพัฒนาต่อไปในปี 2569 

นักการเมืองหญิง “ไม้ประดับ” แห่งแวดวงการเมือง

ย้อนกลับไปในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 น.ส.พรรณิการ์ วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้ยกมือขึ้น เพื่อกล่าวในสภา ก่อนที่จะมีการออกเสียงเลือกรองประธานสภาคนที่ 1 ซึ่งมีแคนดิเดตคือ "เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์" จากพรรคอนาคตใหม่ และ "สุชาติ ตันเจริญ" จากพรรคพลังประชารัฐ 

น.ส.พรรณิการ์ วานิช ขอให้ทั้งสองแคนดิเดตได้มีโอกาสพูดแสดงวิสัยทัศน์สั้น ๆ เพื่อพิสูจน์ว่าเพศใด ๆ ก็มีความสามารถ มีคุณวุฒิที่จะทำหน้าที่รองประธานสภาได้ หลังถูกสื่อมวลชนบางสำนักลงข่าวว่า การที่ 7 พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย เสนอชื่อแคนดิเดตผู้หญิงที่มาจากพรรคอนาคตใหม่นั้น เป็นเพียง "ไม้ประดับ" เท่านั้น ทำให้ ส.ส. ชาย และ สส. หญิงที่อยู่ในการประชุมสภาครั้งนั้น ต่างพากันยกมือ เพื่อแสดงความเห็นด้วยและคัดค้านอย่างไม่ขาดสาย จนนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาในขณะนั้น ต้องสั่งพักการประชุมชั่วคราว ก่อนลงคะแนนตามข้อบังคับตามเดิม

"พรรณิการ์ วานิช" สส.จากพรรคอนาคตใหม่ ขอให้ 2 แคนดิเดตรองประธานสภา แสดงวิสัยทัศน์ เจอ ส.ส. ยกมือประท้วง จนประธานต้องสั่งพักการประชุม

หรือแม้กระทั่ง วันที่ 27-28 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งมีการเปิดรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการเลือกตั้งใหญ่ ที่กำลังจะมาถึงในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นอกจากการแสดงความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเชียร์ผู้สมัครและพรรคการเมืองที่ชื่นชอบแล้ว ยังมีการรวบรวมภาพตัวแทนนักการเมืองหญิงจากพรรคต่างๆ มาแสดงความคิดเห็น

นานาทรรศนะถึงเหล่านักการเมืองหญิง วันเปิดรับสมัคร สส.

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นทัศนคติของสื่อมวลชนและคนในสังคม ซึ่งยังมองนักการเมืองหญิงเป็นเพียง ‘ไม้ประดับ’ หรือสีสันทางการเมือง โดยเลือกที่จะสนใจและตัดสินเธอจากรูปลักษณ์ภายนอกมากกว่าความสามารถ ไม่ว่าพวกเธอเหล่านั้น จะมีนโยบายในการขับเคลื่อนประเทศอย่างไรก็ตาม

นำเรื่อง ‘ใต้สะดือ’ มาลดทอนคุณค่าผู้หญิง

ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยให้สัมภาษณ์กับ Thai PBS ประเด็น ‘ความรุนแรงทางเพศ’ ที่ผู้นำหญิงระดับประเทศต้องเจอ ในบทความ จากชายแดนถึงใต้สะดือ ส่องค่านิยม "ปิตาธิปไตย" ผ่านข่าว "มาลี โสเจียตา" โดยกล่าวว่า ความรุนแรงทางเพศมีความหมาย ‘กว้าง’ กว่าการล่วงละเมิดทางเพศ หรือการนำเรื่อง ‘ใต้สะดือ’ มาดิสเครดิต หรือลดทอนคุณค่าผู้หญิง

ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เวลาที่คุณชมนักการเมืองหญิง หรือผู้นำหญิง คุณพูดถึงแต่เรื่องที่ว่าเขาสวยยังไง เขาแต่งตัวยังไง ถ้าไปลงลึกในรายละเอียดจริงๆ มันแปลว่าคุณไม่ได้เห็นอะไรอย่างอื่นของคนคนนั้นเลยนะ นอกจากรูปลักษณ์ภายนอก

เพราะสังคมตีกรอบคุณค่าของผู้หญิงด้วยความสวยงามทางกายภาพเป็นด่านแรก จนทำให้ “ความสวยงาม” ถูกยึดโยงเป็นองค์ประกอบหลักของความเป็นหญิง และทำให้ “ความขี้เหร่”  หรือ “ความน่าเกลียด” ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อลดทอนคุณค่าและความน่าเชื่อถือของพวกเธอด้วยเช่นเดียวกัน

ในขณะที่ผู้นำชายหรือนักการเมืองชาย อาจจะถูกตัดสินจากรูปลักษณ์และการแต่งกายในลักษณะเดียวกันนี้น้อยกว่า หรือถูกตัดสินในระดับที่ไม่ ‘ลึกซึ้ง’ เท่าผู้หญิง

และที่เลวร้ายไปกว่านั้น การที่สังคมยึดโยงคุณค่าของผู้หญิงอยู่กับความสวยงามทางกายภาพ ยังสามารถนำไปสู่การคุกคามทางเพศได้ ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย หรือการแสดงความคิดเห็น ซึ่งมีความรุนแรงในระดับที่เท่าเทียมกัน

กรณี “จินนี่” สะท้อนโครงสร้างการคุกคามทางเพศที่ฝังรากลึก 

ดร.ชเนตตี ทินนาม นักวิชาการด้านเพศภาวะและเพศวิถี อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “จินนี่” ว่า เข้าข่ายการคุกคามทางเพศในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เกิดจากการกระทำทางร่างกายโดยตรง แต่เป็นการละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายผ่านสายตา ภาษา และทัศนคติของผู้กระทำ

ดร.ชเนตตี ทินนาม นักวิชาการด้านเพศภาวะและเพศวิถี อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดร.ชเนตตี ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สังคมไทยยังคงขาดความเข้าใจและความตระหนักรู้เกี่ยวกับ “สิทธิในเนื้อตัวร่างกายของผู้อื่น” อย่างเป็นระบบ แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะมีความพยายามผลักดันการแก้ไขกฎหมายและนโยบายสาธารณะ เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิของผู้หญิง และผู้มีความหลากหลายทางเพศก็ตาม แต่ในระดับวัฒนธรรมทางสังคม

ความคิดที่มองร่างกายของผู้อื่นเป็นสิ่งที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ หรือครอบครองเชิงสัญลักษณ์ได้ ยังคงดำรงอยู่อย่างเหนียวแน่น

การคุกคามทางเพศด้วยวาจาในโลกออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องเล็ก

ในกรณีของ “โดม ปกรณ์ ลัม” ดร.ชเนตตี มองว่า เป็นตัวอย่างของการคุกคามทางเพศด้วยวาจา (verbal sexual harassment) ที่เกิดขึ้นผ่านพื้นที่สื่อออนไลน์ ซึ่งมีลักษณะสำคัญคือ การกระทำไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสองฝ่าย แต่ขยายผลไปสู่พื้นที่สาธารณะ ที่มีผู้รับรู้และร่วมเสพเนื้อหาจำนวนมาก

แม้พฤติกรรมดังกล่าวจะยังไม่พัฒนาไปสู่การละเมิดทางร่างกายโดยตรง แต่การแสดงออกเช่นนี้ก็ถือเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของผู้ถูกกระทำอย่างชัดเจน

“สิ่งที่เกิดขึ้นคือการคุกคามทางเพศ ซึ่งตอกย้ำอย่างมีนัยสำคัญว่า ชุดความคิดของผู้คนในสังคมยังคงมองร่างกายของผู้หญิงในฐานะวัตถุทางเพศ และเมื่อข้อความที่มีลักษณะคุกคามเหล่านี้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ ก็เท่ากับเป็นการส่งต่อความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์ไปในวงกว้าง”

การทำความเข้าใจการคุกคามทางเพศในกรอบสตรีนิยม ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการป้องกันอันตรายทางร่างกายเท่านั้น แต่ต้องมองไปถึงโครงสร้างทางอำนาจ ภาษา และวัฒนธรรม ที่ทำให้การละเมิดลักษณะนี้ถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ และถูกลดทอนความร้ายแรงลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสังคมไทย
 

"โดม ปกรณ์ ลัม" กับการแสดงความคิดเห็นคุกคามทางเพศ

ยกระดับการคุ้มครอง ‘ผู้ถูกคุกคามทางเพศ’

นิยามของคำว่า “คุกคามทางเพศ” ในพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30/2568) จะขยายความครอบคลุมถึงการกระทำทางกาย วาจา การส่งเสียง การแสดงอากัปกิริยาหรือท่าทาง การติดต่อสื่อสาร การเฝ้าดู การติดตามรังควาน หรือกระทำด้วยประการใดๆ รวมถึงกระทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์โทรคมนาคม หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ที่สามารถแสดงผลให้เข้าใจความหมายได้ต่อผู้อื่น อันมีลักษณะส่อไปในทางเพศ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเดือดร้อนรำคาญ อับอาย ถูกเหยียดหยาม หวาดกลัว หรือได้รับความไม่ปลอดภัยในทางเพศ

รวมถึงมีการแก้ไขนิยามของคำว่า “กระทำชำเรา” ให้ครอบคลุมถึงกรณีการใช้อวัยวะอื่นของผู้กระทำความผิด หรือใช้วัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น โดยรวมอวัยวะเพศที่เกิดจากการผ่าตัดด้วย

นอกจากนี้ยังเพิ่มโทษ แยกความผิดตามลักษณะพฤติกรรม ได้แก่ การติดตามคุกคาม (stalking), การคุกคามต่อเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และการคุกคามทางเพศของนายจ้างต่อลูกจ้างโดยใช้อำนาจเหนือ รวมถึงกำหนดโทษให้ชัดเจน กรณีคุกคามผ่านช่องทางออนไลน์  และวางกลไกการคุ้มครองผู้เสียหาย เช่น ออก “คำสั่งงดเว้นกระทำการ” โดยศาล เพื่อแยกผู้กระทำออกจากผู้เสียหายชั่วคราวด้วย


พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30/2568) ที่แก้นิยามการถูกคุกคามทางเพศ

แนวคิดชายเป็นใหญ่ ที่ฝังรากลึกในถนนสายการเมือง

สิ่งหนึ่งที่นักการเมืองหญิงทุกคนต้องเจอ คือการถูกเชื่อมโยงหรือถูกโจมตีทางการเมือง โดยนำ ‘ความเป็นเพศหญิง’ เข้ามาเป็นจุดอ่อน เพื่อสกัดไม่ให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เพศชายเคยครอบครองมาก่อน

เมื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของผู้หญิงที่เล่นการเมืองในประเทศไทย เราจะพบว่านักการเมืองหญิง มักจะตกเป็นเป้าหมายของการทำให้กลายเป็นวัตถุทางเพศในทางการเมืองเสมอ เช่น มีข้อกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวที่ไม่ถูกต้องตามคำนองคลองธรรมกับคนนั้นคนนี้ หรือนำสรีระร่างกายของนักการเมืองหญิงมาเป็นส่วนหนึ่งของการวิพากษ์วิจารณ์

น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด จากวาทกรรม “ว.5 โฟร์ซีซั่นส์” หรือ “ปูเอาอยู่” ที่อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายศิริโชค โสภา, นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต และนายเทพไท เสนพงศ์ ได้นำเหตุการณ์ที่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ พักการประชุมสภาฯ ไปพบปะ ‘นักธุรกิจ’ ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2555 มา ‘ขยายความ’ ในรายการ “สายล่อฟ้า” ซึ่งออกอากาศผ่านสถานีดาวเทียม ช่องบลูสกาย

"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี / ภาพจาก PORNCHAI KITTIWONGSAKUL (AFP)

“ห้องนี้เอากันอยู่หรือแขกก็เอากันอยู่ อ๊ะๆๆๆๆ และปูโฟร์ซีซั่นส์ ปู ว.5 ปูเอาอยู่ เยอะมากๆ นะฮะ คำกล่าวขานท่านนายกเนี่ย”

แม้ภายหลัง นายศิริโชค โสภา อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ จะโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อขอโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาสั่งจำคุกในคดีหมิ่นประมาท แต่ก็ทำให้ชื่อเสียงของอดีตนายกฯ คนดังกล่าว เสียหายไปแล้วเรียบร้อย

จดหมายเปิดผนึกถึง "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" จาก "ศิริโชค โสภา"

การโจมตีด้วยเรื่องเพศ เป็นยุทธวิธีในการเบี่ยงเบนความสนใจอย่างหนึ่ง เพื่อให้สังคมมองว่า ‘ผู้หญิง’ ไม่สมควรที่จะมีบทบาทโดดเด่นในพื้นที่สาธารณะ และสะท้อนให้เห็นแนวคิดแบบปิตาธิปไตย (ชายเป็นใหญ่) ที่ฝังลึกในสังคมอย่างแยบยล

ถ้าเปรียบสังเวียนการเลือกตั้งเป็นลู่วิ่ง ที่นักการเมืองหญิงและนักการเมืองชายต้องลงแข่ง เพื่อพุ่งทะยานไปยังจุดมุ่งหมายเดียวกัน ณ จุดเริ่มต้นเท่ากัน เมื่อกรรมการยิงปืนหนึ่งนัด เพื่อปล่อยตัวนักวิ่ง นักการเมืองชายสามารถปลดปล่อยพลัง และศักยภาพความสามารถของตัวเอง เพื่อวิ่งเข้าสู่เส้นชัยได้ ‘ราบรื่น’ กว่านักการเมืองหญิง ซึ่งมักมีปราการเรื่องเพศ (Gender) เข้ามาเป็นอุปสรรคขัดขวาง

“นักการเมืองหญิง ถ้าไม่ถูกใส่ร้ายเรื่องเพศ ก็จะถูกกล่าวหาว่าอ่อนแอ ใช้น้ำตาหาเสียงเลือกตั้ง ใช้ความสวยดึงดูดคะแนนเสียง ทิ้งลูกทิ้งผัวมาเล่นการเมือง ซึ่งนักการเมืองชายจะไม่เจอคำพูดอะไรแบบนี้เลย เพราะเขาเป็นผู้ชาย” ชเนตตีอธิบาย

ในทางสตรีนิยม เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า "กำแพงกระจก" (Glass Ceiling) หรืออุปสรรคที่มองไม่เห็น ซึ่งขัดขวางการเลื่อนตำแหน่งหรือความก้าวหน้าในอาชีพของผู้หญิง ทำให้พวกเธอไปไม่ถึงจุดสูงสุดสักที แม้ว่าจะมีคุณสมบัติครบถ้วน เพราะมีกำแพงกระจก ซึ่งมีกรอบของเพศสภาพคอยกั้นเอาไว้ เห็นได้จากสัดส่วนของนักการเมืองหญิงในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งอยู่ในสัดส่วนที่น้อยอย่างน่าใจหาย 

ผู้หญิงกับอำนาจและการตัดสินใจ สำรวจพื้นที่ของผู้หญิงไทย ในส่วนงานต่างๆ ปี 2567

อีกหนึ่งเหตุการณ์ร้อนแรง ซึ่งถูกพูดถึงกันในสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลายในช่วงเวลาเดียวกัน คือข่าวของไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.จากพรรคประชาชน ซึ่งได้ออกมาตอบโต้อาจารย์จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่หยิบประวัติชีวิตส่วนตัวของเธอไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก และมีการกล่าวว่าแม่ของเธอทำอาชีพเป็นผู้ให้บริการทางเพศ (Sex Worker)  

"ไอซ์ รักชนก ศรีนอก" โพสต์ระบายสิ่งที่ต้องเจอทุกวัน ตั้งแต่เป็นนักการเมือง

การขุดคุ้ยภูมิหลังของไอซ์ รักชนก สะท้อนให้เห็นมิติเพศสภาพที่ชัดเจน โดยยึดโยงกับมาตรฐานความเป็นผู้หญิงดี-ผู้หญิงเลว ที่ซ้อนทับกับอาชีพผู้ให้บริการทางเพศ ซึ่งถูกเหมารวมว่า เป็นอาชีพสำหรับคนที่มีสถานะทางสังคมต่ำต้อยด้อยค่า เพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอนั้นขาดคุณสมบัติที่จะเป็นนักการเมืองที่ดี

“สังคมไทยไม่เคยให้คุณค่ากับอาชีพผู้ให้บริการทางเพศ ยิ่งเป็นผู้ให้บริการทางเพศ ซึ่งเป็นผู้หญิง ยิ่งถูกลดทอนคุณค่ามากกว่าผู้ชาย เพราะสังคมเชื่อว่า ‘ผู้หญิงที่ดี’ จะไม่ทำอาชีพนี้”  ชเนตตีกล่าว

กฎหมายคุกคามทางเพศ กับสิ่งที่ต้องไปต่อในปี 2026

ในฐานะนักสื่อสารมวลชนและนักวิชาการด้านสตรีนิยม ดร.ชเนตตี ได้ฉายภาพใหญ่ของวัฒนธรรมความยินยอมทางเพศ (Sexual Consent) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการคุกคามทางเพศโดยตรง รวมทั้งเสนอแนะแนวทางในการพัฒนากฎหมายให้ครอบคลุมเรื่องความยินยอมทางเพศมากขึ้นในอนาคต

“พฤติกรรมแบบไหน จะใช่หรือไม่ใช่การคุกคามทางเพศ มันขึ้นอยู่กับความยินยอม (Consent) ของคนที่เราจะสื่อสารด้วย ซึ่งกฎหมายอาจจะยังไม่ได้อธิบายหรือให้ความสำคัญขนาดนั้น”

ความยินยอมพร้อมใจทางเพศ (Sexual Consent) คือการได้รับอนุญาตหรือตกลงเข้าร่วมความสัมพันธ์ทางเพศ ด้วยความสมัครใจ เป็นอิสระและปราศจากการใช้อำนาจบังคับ หรืออยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ซึ่งมีความหลากหลายมากกว่าการตอบตกลง (Say Yes) หรือไม่ตกลง (Say No) 

ระดับของ "ความยินยอมทางเพศ" ซึ่งเป็นอิสระ และปราศจากการบังคับ
 

“สิ่งที่กฎหมายต้องอธิบายต่อ คือการตีความความหมายของการคุกคามทางเพศ ให้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกหรือความยินยอมของคู่กรณี เพราะมันคือสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์”

ท้ายที่สุด แม้ว่าการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นกับนักการเมืองหญิงในครั้งนี้ จะเป็นเพียงหนึ่งเม็ดทรายในท้องทะเล ที่ถูกกดทับและมองข้ามมาเนิ่นนาน ด้วยมิติเพศสภาพและความเป็นหญิง แต่มันคงถึงเวลาแล้ว ที่สังคมจะต้องลุกขึ้นมาตั้งคำถามและทำความเข้าใจถึง 'กำแพงกระจก' ที่ผูกติดพวกเธอให้เป็นได้เพียงวัตถุทางเพศอย่างลึกซึ้งและจริงจัง

เพราะการสื่อสารที่ละเมิดและคุกคามทางเพศเช่นนี้ ไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องปกติในสังคม และไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น ไม่ว่าคนคนนั้นจะมีสรีระทางเพศเป็นแบบไหน ประกอบอาชีพอะไร จะเป็นนักการเมือง หรือเป็นเพียงผู้ให้บริการทางเพศก็ตาม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปิตาธิปไตยจินนี่ ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศความยินยอมทางเพศการคุกคามทางเพศเพศสภาพและความเป็นหญิง
นวพร เรืองศรี

ผู้เขียน: นวพร เรืองศรี

หญิงสาวหัวล้านและหัวรั้น ผู้อุทิศชีวิตให้หนังสือ, ภาพยนตร์-ซีรีส์ และชานมไข่มุกหวาน 100% มีแมว 4 ตัว กับศิลปินที่ชอบเป็นแรงบันดาลใจในการหาเงิน ชอบกินส้มตำกุ้งสดและหมูกระทะที่สุดในโลก

บทความ NOW แนะนำ