ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

27 ครั้ง “การเลือกตั้งไทย” เกิดอะไรขึ้นบ้าง?


Insight

สันทัด โพธิสา

แชร์

27 ครั้ง “การเลือกตั้งไทย” เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3548

27 ครั้ง “การเลือกตั้งไทย” เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

 

8 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยนับเป็นครั้งที่ 28 ของการเลือกตั้งใหญ่ของประเทศ ก่อนที่ประชาชนคนไทยจะออกไปใช้สิทธิใช้เสียง Thai PBS รวมเกร็ดอันน่าสนใจของ “การเลือกตั้งไทย” มาบอกกัน

เกร็ดเรื่องราวอันน่าสนใจของการเลือกตั้งไทย  

1. ประเทศไทยมีการเลือกตั้งใหญ่ทั้งสิ้น 27 ครั้ง การเลือกตั้งไทยครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2476 ส่วนครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2566 นอกจากนี้ ยังเคยมีการเลือกตั้งเพิ่มเติม เกิดขึ้นในการเลือกตั้งไทยครั้งที่ 4 เพิ่มเติม พ.ศ. 2489 และการเลือกตั้งไทยครั้งที่ 5 เพิ่มเติม พ.ศ. 2492

2. จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไทยครั้งแรก พ.ศ. 2476 อยู่ที่จำนวน 1,773,532 คน เวลาผ่านมา 90 ปี การเลือกตั้งไทยครั้งล่าสุด พ.ศ.2566 มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 39,293,867 คน

3. การเลือกตั้งไทยครั้งแรก พ.ศ. 2476 มีการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนทั้งสิ้น 78 คน ผ่านมาถึง พ.ศ. 2566 ในการเลือกตั้งไทยครั้งที่ 27 มีการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 500 คน

4. จำนวนของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งไทยครั้งแรก พ.ศ.2476 คือจำนวน 1,773,532 คน ผ่านมาถึงการเลือกตั้งไทยครั้งที่ 27 พ.ศ. 2566 มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิกว่า 39,293,867 คน

5. ตลอด 90 ปี กับการเลือกตั้งไทยทั้ง 27 ครั้ง ใช้รูปแบบการเลือกตั้งมาแล้วทั้งสิ้น 4 แบบ คือ

  • การเลือกตั้งทางอ้อม คือการเลือกตั้งสองระดับ โดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะทำการเลือกตัวแทนหรือคณะบุคคล จากนั้นตัวแทนหรือคณะบุคคลที่ได้รับการเลือกตั้ง จะไปดำเนินการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป ซึ่งการเลือกตั้งลักษณะนี้ เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในการเลือกตั้งครั้งแรกของประเทศ พ.ศ.2476
  • การเลือกตั้งแบบระบบแบ่งเขตคะแนนสูงสุด เป็นการเลือกตั้งที่ผู้ออกเสียงลงคะแนน ระบุผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ตนเลือกในบัตรเลือกตั้ง และผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดเป็นผู้ชนะ ระบบการเลือกตั้งนี้ ใช้ในการเลือกตั้งประเทศไทยครั้งที่ 2 พ.ศ. 2480 การเลือกตั้งครั้งที่ 3 พ.ศ. 2481 และการเลือกตั้งครั้งที่ 4 ที่มีการจัดเลือกตั้งสองครั้ง คือ มกราคม พ.ศ. 2489 และสิงหาคม พ.ศ. 2489
  • การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตหลายคน (หรืออาจเรียกว่า แบ่งเขตหลายเบอร์) คือระบบการลงคะแนนแบบไม่เป็นสัดส่วน ที่ใช้สำหรับการเลือกตั้งผู้แทนมากกว่าหนึ่งคนต่อหนึ่งเขตเลือกตั้ง โดยผู้ชนะการเลือกตั้งจะได้รับการเลือกพร้อมกันหลายคน ประเทศไทยเคยใช้รูปแบบการเลือกตั้งนี้ นับตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่ 5 พ.ศ. 2491 มาจนถึงการเลือกตั้งครั้งที่ 19 พ.ศ. 2539
  • การเลือกตั้งแบบระบบคู่ขนาน เป็นระบบการลงคะแนนแบบผสม ซึ่งผู้ลงคะแนนจะใช้การลงคะแนน 2 ใบ คือใบแรกเลือก สส. แบบแบ่งเขต 1 คนต่อ 1 เขต และใบที่สอง เลือกพรรคการเมืองเพื่อคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยใช้ระบบการเลือกตั้งแบบคู่ขนาน นับตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่ 20 พ.ศ. 2544 มาจนถึงครั้งที่ 27 พ.ศ. 2566 โดยใช้การเลือกตั้งระบบคู่ขนานแบบ “แบ่งเขตคะแนนสูงสุด + บัญชีรายชื่อ” มาตลอด มีเพียงแค่การเลือกตั้งครั้งที่ 23 พ.ศ. 2550 เพียงหนเดียว ที่เลือกใช้วิธีคู่ขนานแบบ “แบ่งเขตหลายเบอร์ + สส.แบบสัดส่วน”

ภาพประกอบบทความ

6. โดยปกติ การเลือกตั้งไทย จะเกิดขึ้นทุก ๆ 4 ปี ตามวาระของสภาผู้แทนราษฎร แต่สามารถจัดการเลือกตั้งใหม่ก่อนครบวาระได้ หากมีการยุบสภา ทว่าที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยเกิดการเลือกตั้งซ้ำในปีเดียวกันจำนวน 3 ครั้งด้วยกัน นั่นคือ

  • การเลือกตั้งครั้งที่ 4 เดือนมกราคม พ.ศ. 2489 และการเลือกตั้งเพิ่มเติม เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2489
  • การเลือกตั้งครั้งที่ 7 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 และครั้งที่ 8 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2500
  • การเลือกตั้งครั้งที่ 16 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2535 และครั้งที่ 17 เดือนกันยายน พ.ศ. 2535

7. การเลือกตั้งไทยครั้งที่ 21 พ.ศ. 2548 ถือเป็นการเลือกตั้งที่พรรคการเมืองพรรคเดียว สามารถกวาดเก้าอี้ สส. เข้าสภามากที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นคือ พรรคไทยรักไทย โดยสามารถเอาชนะการเลือกตั้ง ได้ที่นั่ง สส. ไปทั้งหมด 377 ที่นั่ง แบ่งเป็น สส.แบ่งเขต 310 ที่นั่ง (จาก 400 ที่นั่ง) และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ อีก 67 ที่นั่ง (จาก 100 ที่นั่ง) คิดเป็น 75.4% ของจำนวน สส. ในสภาทั้งหมด

ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย พ.ศ.2548

8. การเลือกตั้งทั่วไปของประเทศไทย เคยถูกพิจารณาว่าเป็น “การเลือกตั้งโมฆะ” เกิดขึ้นทั้งหมด 2 ครั้ง นั่นคือ

  • การเลือกตั้งไทยครั้งที่ 22 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 โดยมีเหตุจากหลายปัจจัย อาทิ การกำหนดวันเลือกตั้งไม่เหมาะสม โดยใช้เวลาเพียง 35 วันหลังการยุบสภา นอกจากนี้พรรคฝ่ายค้านกว่า 3 พรรค ยังบอยคอตไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง ประกอบกับเกิดปัญหาในช่วงระหว่างการเลือกตั้ง อาทิ การหันช่องลงคะแนนเสียงออกนอกคูหา ทั้งหมดทั้งมวล ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีวินิจฉัย ให้การเลือกตั้ง 2 เมษายน พ.ศ. 2549 เป็นโมฆะ 
  • การเลือกตั้งไทยครั้งที่ 25 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 สาเหตุเกิดจากความวุ่นวายทางการเมือง โดยกลุ่ม กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข) มีความพยายามขัดขวางการเลือกตั้ง รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ คว่ำบาตรไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้จากเหตุการณ์การถูกขัดขวางการเลือกตั้ง ทำให้หน่วยเลือกตั้งบางหน่วย ไม่สามารถเปิดให้ลงคะแนนได้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการได้ พร้อมทั้งจัดให้มีการเลือกตั้งชดเชย ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีวินิจฉัยให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ เนื่องจากการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จทั่วประเทศได้ภายในวันเดียว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 วรรคสอง

ภาพประกอบบทความ

9. ในการเลือกตั้งไทยกว่า 27 ครั้งที่ผ่านมา เคยมีพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง สามารถคว้าเก้าอี้ สส. ในสภาได้มากที่สุด แต่หัวหน้าพรรค กลับไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมีเหตุการณ์ดังนี้้

  • การเลือกตั้งไทยครั้งที่ 12 พ.ศ. 2522 พรรคกิจสังคม ที่นำโดย ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เอาชนะการเลือกตั้ง ได้ สส. 88 ที่นั่ง ทว่าจำนวนที่นั่ง สส. ยังไม่พอกึ่งหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล แถมในเวลานั้น สว.ยังมีสิทธิในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี จึงส่งผลให้ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ อดีตนายกรัฐมนตรีจากรัฐบาลก่อนหน้า ได้รับการลงมติจากทั้ง สว.และ สส.จากพรรคการเมืองอื่น ๆ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกสมัย
  • การเลือกตั้งไทยครั้งที่ 13 พ.ศ. 2526 พรรคชาติไทย ที่นำโดย พล.อ. ประมาณ อดิเรกสาร หัวหน้าพรรค เอาชนะการเลือกตั้ง ได้ที่นั่งในสภาไป 110 เสียง ทว่าเสียงยังไม่พอเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 163 เสียง จาก 324 เสียงในสภา ทำให้ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลแบบเบ็ดเสร็จได้ ในคราวเดียวกัน พรรคกิจสังคม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชากรไทย รวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาล และตกลงกันที่จะสนับสนุน พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้พรรคชาติไทยต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้านในที่สุด
  • การเลือกตั้งไทยครั้งที่ 14 พ.ศ. 2529 พรรคประชาธิปัตย์ ที่นำโดย นายพิชัย รัตตกุล หัวหน้าพรรค เอาชนะการเลือกตั้ง โดยได้ที่นั่ง สส. ในสภาไป 100 เสียง และได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ทว่าพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาล คือ พรรคชาติไทย 64 เสียง พรรคกิจสังคม 51 เสียง และพรรคราษฎร 20 เสียง พร้อมใจกันเห็นชอบให้ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกสมัย
  • การเลือกตั้งไทยครั้งที่ 16 พ.ศ. 2535 พรรคสามัคคีธรรม ที่นำโดย นายณรงค์ วงศ์วรรณ เป็นหัวหน้าพรรค เอาชนะการเลือกตั้ง โดยได้ที่นั่ง สส. ในสภาไป 79 เสียง และมีโอกาสเป็นแกนนำเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ทว่าระหว่างนั้น เกิดข่าวในด้านลบกับนายณรงค์ ทำให้แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่เหลือ เสนอชื่อ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนที่ในเวลาต่อมา จะเกิดกระแสการต่อต้าน จนนำมาซึ่งเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ และทำให้ในปี พ.ศ. 2535 เกิดการเลือกตั้งใหม่ขึ้นอีกครั้งในเดือนกันยายน
  • การเลือกตั้งไทยครั้งที่ 26 พ.ศ. 2562 พรรคเพื่อไทย เอาชนะการเลือกตั้ง โดยได้ที่นั่งในสภา 136 เสียง แต่ยังไม่เพียงพอต่อการจัดตังรัฐบาลเสียงข้างมาก ขณะเดียวกัน พรรคพลังประชารัฐ สามารถรวมเสียงจากพรรคการเมืองอื่น ๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาล นอกจากนี้ ในการเลือกโหวตนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดต ได้รับเสียงสนับสนุนจาก สส. และ สว. 250 เสียง เพื่อโหวตเป็นนายกฯ ส่งผลให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกสมัย และพรรคเพื่อไทยทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา
  • การเลือกตั้งไทยครั้งที่ 27 พ.ศ. 2566 พรรคก้าวไกล ที่นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค เอาชนะการเลือกตั้ง โดยได้ที่นั่งในสภาไป 151 เสียง เดิมทีมีการจับขั้วรัฐบาล 8 พรรค โดยมีก้าวไกลเป็นแกนนำ แต่เนื่องจากมีแนวทางการแก้ไขกฎหมาย มาตรา 112 ที่เห็นไม่ตรงกัน พรรคเพื่อไทยจึงจัดตั้งรัฐบาลพรรคร่วมใหม่ ก่อนที่ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย จะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และส่งผลให้พรรคก้าวไกลทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา

MOU 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้ง 66

10. นับจากการเลือกตั้งไทยครั้งที่ 1 จนมาถึงครั้งที่ 28 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มีพรรคการเมืองที่เคยชนะการเลือกตั้ง และยังคงดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอยู่ถึงปัจจุบัน จำนวน 2 พรรค นั่นคือ พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคเพื่อไทย

  • พรรคประชาธิปัตย์ เคยเอาชนะการเลือกตั้งได้ทั้งหมด 5 ครั้ง คือการลือกตั้งครั้งที่ 5 พ.ศ. 2491, การเลือกตั้งครั้งที่ 10 พ.ศ. 2518 การเลือกตั้งครั้งที่ 11 พ.ศ. 2519 การเลือกตั้งครั้งที่ 14 พ.ศ. 2529 และการเลือกตั้งครั้งที่ 17 พ.ศ. 2535
  • พรรคเพื่อไทย เคยเอาชนะการเลือกตั้งได้จำนวน 2 ครั้ง คือการเลือกตั้งครั้งที่ 24 พ.ศ. 2554 และการเลือกตั้งครั้งที่ 26 พ.ศ. 2562

ภาพประกอบบทความ

11. การเลือกตั้งไทยจำนวนกว่า 27 ครั้ง ตลอดระยะเวลานับตั้งแต่ พ.ศ. 2476 มาจนถึง พ.ศ. 2566 เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 20 ฉบับ

ภาพประกอบบทความ

การเลือกตั้งทั่วไปของประเทศไทย กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถติดตามรื่องราวการเลือกตั้งได้ทาง Thai PBS เลือกตั้ง 69 เสียงของทุกคน ฝ่าวิกฤตประเทศไทย www.thaipbs.or.th/Election69

อ้างอิง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งเลือกตั้งไทยเลือกตั้ง 69การเลือกตั้งประเทศไทยการเลือกตั้งไทย
สันทัด โพธิสา

ผู้เขียน: สันทัด โพธิสา

เจ้าหน้าที่เนื้อหาออนไลน์อาวุโส Thai PBS สนใจความเคลื่อนไหวของสังคม ผู้คน และเทรนด์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ และรวมถึงเป็นสมาชิกทาสแมวมายาวนาน

บทความ NOW แนะนำ