ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ประวัติศาสตร์ของการป่วยใน “อวกาศ”


แชร์

ประวัติศาสตร์ของการป่วยใน “อวกาศ”

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3559

ประวัติศาสตร์ของการป่วยใน “อวกาศ”

ประวัติศาสตร์ของการป่วยใน “อวกาศ”

จากสถานการณ์ล่าสุดที่ลูกเรือบนสถานีอวกาศนานาชาติในเที่ยวบิน Crew-11 ของ SpaceX มีอาการป่วยและทางทีมแพทย์กังวลกับสถานการณ์ป่วยในครั้งนี้เป็นอย่างมากจนทำให้ต้องมีการส่งตัวกลับโลกอย่างเร่งด่วน ตลอดประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศโดยมนุษย์เคยมีการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุที่ส่งผลต่อร่างกายบ้างไหม แล้วมีเหตุการณ์ใดบ้างที่ส่งผลต่อภารกิจ

ภาพถ่ายของนักบินอวกาศทั้งสี่คนในภารกิจ Crew-11 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการวินิจฉัยการเจ็บป่วยในภารกิจสถานีอวกาศนานาชาติและส่งผลกระทบต่อภารกิจ ภาพจาก NASA

เมาอวกาศจนกลายเป็นหน่วยวัด

เกอร์มัน ตีตอฟ (Gherman Titov) นักบินอวกาศจากภารกิจวอสต็อก 2 (Vostok 2) ได้รับการบันทึกว่าเป็นนักบินอวกาศคนแรกที่มีอาการป่วยในอวกาศ เขามีอาการเวียนหัวและคลื่นไส้ หรืออาจเรียกได้ว่า “เมาอวกาศ” (space motion sickness) อาการนี้เกิดจากการที่หูชั้นในส่งสัญญาณการทรงตัวเข้าไปในสมองไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริงเนื่องจากไม่มีแรงโน้มถ่วง ต่อมาได้พบว่ามีนักบินอวกาศจำนวนมากที่ประสบกับอาการนี้ และแม้แต่นักบินอวกาศที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงที่สุดหรือมีประวัติที่มาจากนักบินเครื่องบินรบมาก่อน ก็ไม่รอดพ้นจากอาการนี้เช่นกัน มีเพียงส่วนน้อยที่สมองสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของน้ำในหูได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีอาการเมาอวกาศเกิดขึ้นเลย

นักบินอวกาศส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้นภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากอยู่ในอวกาศ จากการที่สมองสามารถจัดการความไม่สอดคล้องของภาพที่ตาเห็นกับทิศทางของน้ำในหูได้ แต่ก็มีนักบินอวกาศอยู่คนหนึ่งที่เมื่อขึ้นไปแล้วกลับมีอาการเมาที่มากกว่าคนอื่น เขาชื่อเจก การ์น (Jake Garn) นักบินอวกาศในเที่ยวบิน STS-51-D ของกระสวยอวกาศ เจกมีอาการแย่มากจนไม่สามารถปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายในสี่วันแรกได้เลย และหลาย ๆ คนก็ไม่คิดว่าอาการของเขาจะย่ำแย่ถึงขนาดนี้ เพราะตามประวัติแล้ว เขาเป็นนักบินตั้งแต่อายุ 16 และผ่านประสบการณ์บินบนเครื่องบินรบถึง 17,000 ชั่วโมง อีกทั้งในเที่ยวบินไร้น้ำหนักเขาก็ไม่แสดงอาการอะไรตลอดการฝึกทั้งสามเที่ยวบิน ทำให้นาซานำชื่อสกุลของเขามาตั้งเป็นหน่วยวัดความเมาอวกาศว่าหน่วยการ์น (Garn) อาการเมาอวกาศหนึ่งการ์นจะเท่ากับอาการของเจกที่ไม่สามารถปฏิบัติอะไรในอวกาศได้เลย ซึ่งนักบินอวกาศทั่วไปจะอยู่ที่ 0.1 การ์นเท่านั้น

ภาพของนักบินอวกาศทั้งสามคนในภารกิจอะพอลโล 7 ซึ่งนักบินทั้งสามติดหวัดกันระหว่างอยู่ในอวกาศ และเป็นการติดหวัดครั้งแรกในภารกิจอวกาศ ภาพจาก NASA

ติดหวัดในอวกาศ

อะพอลโล 7 (Apollo 7) เป็นภารกิจแรกในโครงการอะพอลโลที่มีการส่งมนุษย์ขึ้นไปในอวกาศของตัวโครงการ ซึ่งเพียงเริ่มต้นภารกิจ ผู้บัญชาการ วอลลี ชิร์รา (Wally Schirra) ก็มีอาการหวัดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังขึ้นสู่วงโคจร และพาให้นักบินอวกาศดอนน์ ไอซีลี (Donn Eisele) และวอลเตอร์ คันนิงแฮม (Walter Cunningham) ติดหวัดในเวลาไม่นานหลังจากนั้น ซึ่งทั้งสามคนปฏิบัติภารกิจอย่างยากลำบากเนื่องจากบนอวกาศไม่มีแรงโน้มถ่วง น้ำมูกจึงคั่งและสะสมอยู่ในโพรงจมูก ปิดกั้นทางเดินหายใจและท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube) ในหูชั้นกลาง ทำให้พวกเขาหายใจไม่สะดวกและไม่สามารถปรับแรงดันช่องหูได้

และเมื่อถึงช่วงที่ต้องเดินทางกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก พวกเขาถูกเจ้าหน้าที่ภาคพื้นบังคับให้สวมหมวกปรับความดันเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการสูญเสียความดันอย่างฉับพลันภายในยานเมื่อเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ แต่ทั้งหมดกลับเลือกที่จะปฏิเสธคำสั่งของภาคพื้นและกล่าวว่าถ้าสวมหมวกแล้วจะเช็ดน้ำมูกหรือปรับความดันในช่องหูไม่ได้ แก้วหูอาจถึงขั้นฉีกขาด ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิด วอลลี ในฐานะผู้บัญชาการภารกิจจึงใช้ตำแหน่งของเขาปฏิเสธคำสั่งและให้นักบินทุกคนไม่ต้องสวมหมวกระหว่างกลับสู่ชั้นบรรยากาศ การกลับสู่ชั้นบรรยากาศเป็นไปโดยปลอดภัย แต่การขัดคำสั่งของภาคพื้นทำให้นักบินอวกาศทั้งสามไม่ได้ขึ้นไปสู่อวกาศอีกเลย

เหตุการณ์ของอะพอลโล 7 ทำให้เกิดมาตรการกักตัวนักบินอวกาศก่อนเดินทางขึ้นสู่อวกาศเพื่อป้องกันการติดเชื้อระหว่างการปฏิบัติงานในอวกาศ ซึ่งยังคงใช้มาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้การเดินทางสู่อวกาศในปัจจุบันไม่พบการติดเชื้อระหว่างอยู่ในอวกาศอีกเลย

กระดูกพรุนในอวกาศ

อีกหนึ่งอาการที่นักบินอวกาศพบมากที่สุดคือการสูญเสียมวลกระดูกระหว่างอยู่ในอวกาศ นักบินที่อยู่ในอวกาศเป็นระยะเวลานานจะมีการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูกอยู่ที่อัตรา 1–1.5% ต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนหลายเท่า เพื่อให้นักบินอวกาศสามารถปฏิบัติภารกิจในระยะยาวได้และป้องกันอาการเจ็บป่วยจากการสูญเสียมวลกระดูกและกล้ามเนื้อ นักบินอวกาศจำเป็นอย่างมากที่จะต้องออกกำลังกายเป็นเวลาสองถึงสองชั่วโมงครึ่งต่อวัน เป็นประจำทุกวัน เพื่อป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกของร่างกาย

ภาพถ่ายของนักบินอวกาศทั้งสามคนของโครงการ Skylab 4 ที่เผชิญหน้ากับภาวะความเครียดเรื้อรังระหว่างปฏิบัติภารกิจในอวกาศ จนพวกเขาเลือกที่จะประท้วงหยุดงานกันในอวกาศ ภาพจาก NASA

ความเครียดและผลกระทบทางจิตใจ

ความเครียดถือว่าเป็นหนึ่งในสภาวะที่พบได้บ่อยในนักบินอวกาศ เนื่องจากการทำงานในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากบนโลก กิจวัตรประจำวันที่เข้มงวด และการต้องทำงานภายใต้ความกดดันสูง ทุกอย่างล้วนก่อให้เกิดความเครียดและส่งผลกระทบหนักหนาตามมาเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์แรกที่น่าสนใจคือ ภารกิจสกายแล็บ 4 (Skylab 4) นักบินอวกาศทั้งสามคน เจอรัลด์ คารร์ (Gerald Carr) เอ็ดเวิร์ด กิบสัน (Edward Gibson) และวิลเลียม โพก (William Pogue) ไม่เคยทำภารกิจในอวกาศมาก่อน แต่กลับต้องใช้ชีวิตในอวกาศยาวนานถึง 84 วัน ซึ่งการทำงานภายใต้ความเครียด ความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานติดต่อกันหลายสัปดาห์ และอาการป่วยจากการเมาอวกาศ ทำให้ทั้งหมดเกิดความเครียดสะสมเป็นอย่างมาก จึงนัดประท้วงหยุดงานโดยการปิดเครื่องมือสื่อสารกับภาคพื้นและใช้เวลาไปกับการพักผ่อนมองดูโลกจากอวกาศ จากนั้นจึงเปิดเครื่องมือสื่อสารอีกครั้งหนึ่งในวันรุ่งขึ้น การประท้วงหยุดงานนี้ทำให้เกิดการจัดการงานของนักบินอวกาศใหม่ทั้งหมดและเป็นรากฐานสำคัญของการบริหารงานของนักบินอวกาศ แต่ถึงอย่างนั้นนักบินอวกาศทั้งสามคนก็ไม่ได้ขึ้นไปอวกาศอีกเลยจากการกระทำดังกล่าว

อีกเหตุการณ์คือเพลิงไหม้และยานโพรเกรส (Progress) พุ่งชนสถานีอวกาศมีร์ (Mir Space Station) ในปี 1997 ซึ่งเลวร้ายและสร้างบาดแผลทางใจให้กับนักบินอวกาศเป็นอย่างมาก เหตุการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นในระยะห่างกันเพียงไม่กี่เดือน ซ้ำเติมจิตใจของนักบินอวกาศให้ต้องแบกรับความเครียดหนักหน่วง จนนำมาสู่การปรับปรุงระบบการทำงานของนักบินอวกาศให้ดียิ่งขึ้นและลดความเหนื่อยล้าสะสมของนักบินอวกาศได้

การเจ็บป่วยของนักบินอวกาศในภารกิจครูว์-11 (Crew-11) นี้นับว่าเป็นอาการเจ็บป่วยครั้งแรกที่เกิดขึ้นในอวกาศภายใต้โครงการสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งแม้ในรายงานจะกล่าวว่าการเจ็บป่วยนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมในอวกาศและอุบัติเหตุในการปฏิบัติงาน แต่สิ่งนี้ก็ส่งผลต่อภารกิจในอวกาศเป็นอย่างมาก และจะต้องมีการพัฒนาระบบในการบริหารนักบินอวกาศและผู้ป่วยในอวกาศที่ดีขึ้นกว่าในปัจจุบัน เพราะเมื่อเราเดินทางออกไปไกลขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดวงจันทร์หรือดาวอังคาร การเจ็บป่วยย่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นการวางแผนรับมือสร้างมาตรการในการดูแลผู้ป่วยในอวกาศจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นและควรได้รับการพัฒนาอย่างยิ่ง

เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

ที่มาข้อมูล : Space, NASA

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เมาอวกาศนักบินอวกาศอวกาศสถานีอวกาศนานาชาติสถานีอวกาศISSThai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech Space - AstronomySpace
Thai PBS Sci & Tech

ผู้เขียน: Thai PBS Sci & Tech

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความ NOW แนะนำ