การเดินกลางแดดหรือฝนโดยไม่ต้องถือร่มอาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เมื่อนักพัฒนาอิสระสร้างแนวคิด “ร่มบินได้” ที่ใช้เทคโนโลยีโดรนขับเคลื่อนอัตโนมัติ และมีเซนเซอร์ช่วยให้ร่มลอยตามผู้ใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน
ในยุคที่เทคโนโลยีโดรนถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ล่าสุด John Tse วิศวกรและนักประดิษฐ์จากช่อง "I Build Stuff" ในแคนาดา ได้เปิดตัวนวัตกรรม "ร่มบินได้" ที่สามารถลอยตัวและเคลื่อนที่ตามผู้ใช้งานได้เองโดยไม่ต้องใช้มือจับ มอบอิสระในการเดินทางแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบเซนเซอร์อัจฉริยะที่ช่วยป้องกันทั้งแสงแดดและสายฝนอย่างแม่นยำ ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่

จากโดรนถ่ายภาพ สู่แนวคิด “ร่มบินได้” ที่ลอยตามผู้ใช้
การพัฒนาเทคโนโลยีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลลัพธ์จากการวิจัยและลองผิดลองถูกอย่างต่อเนื่องนานกว่า 3 ปี โดยนักประดิษฐ์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมประยุกต์ การศึกษานี้เริ่มต้นจากการตั้งคำถามถึงขีดจำกัดของร่มแบบเดิมที่มนุษย์ต้องถือมานานหลายศตวรรษ ทีมพัฒนาได้วิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของผู้ใช้งานที่ต้องเผชิญกับสภาพลมแรงหรือการมีสัมภาระเต็มมือ จนนำไปสู่การออกแบบโดรนต้นแบบที่สามารถติดตั้งกับอุปกรณ์กันฝนได้อย่างสมบูรณ์ โดยเน้นไปที่การลดภาระทางกายภาพของผู้ใช้งาน
การผสานคาร์บอนไฟเบอร์และเทคโนโลยี 3D Printing
ในด้านวิศวกรรมวัสดุ ผู้ผลิตได้เลือกใช้เส้นใยคาร์บอน (Carbon Fiber) มาเป็นโครงสร้างหลักของตัวเครื่องแทนโลหะทั่วไป เนื่องจากเป็นวัสดุที่ให้ความแข็งแกร่งสูงแต่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ช่วยให้มอเตอร์ขับเคลื่อนไม่ต้องรับภาระหนักจนเกินไปและสามารถประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ได้มากขึ้น นอกจากนี้ ชิ้นส่วนเชื่อมต่อสำคัญและฐานยึดมอเตอร์ยังถูกผลิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) เพื่อให้ได้รูปทรงที่ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์ ลดแรงต้านของอากาศขณะลอยตัว และช่วยให้ระบบใบพัดทั้งสี่สามารถพยุงร่มให้คงระดับความสูงที่เหมาะสม โดยไม่ส่งแรงลมลงมารบกวนผู้ใช้งานเบื้องล่าง

เซนเซอร์ติดตามตัวที่ไม่ต้องใช้รีโมตคอนโทรล
หัวใจสำคัญของร่มบินได้ คือระบบสมองกลควบคุมการบินอัตโนมัติ (Flight Controller) ที่เชื่อมต่อกับระบบเซนเซอร์ติดตามตำแหน่งอัจฉริยะ เทคโนโลยีนี้จะทำการคำนวณระยะห่างระหว่างตัวร่มและผู้ใช้งานตลอดเวลาผ่านสัญญาณ GPS และตัวรับสัญญาณไร้สายที่ติดตั้งไว้กับตัวผู้ใช้ เมื่อผู้ใช้งานเริ่มออกเดิน เซนเซอร์จะส่งสัญญาณให้มอเตอร์ปรับทิศทางและเร่งความเร็วตามโดยอัตโนมัติด้วยความแม่นยำสูง ไม่ว่าจะเป็นการเดินเลี้ยวหรือหยุดกะทันหัน ร่มจะยังคงตำแหน่งอยู่กึ่งกลางศีรษะเพื่อมอบร่มเงาและป้องกันฝนได้อย่างต่อเนื่อง
การแก้ปัญหาแรงต้านลมและระบบความปลอดภัย
อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการพัฒนาคือสภาวะลมแปรปรวน เนื่องจากร่มมีลักษณะเป็นพื้นผิวขนาดใหญ่ที่ดักลม ซึ่งมักจะทำให้เครื่องสูญเสียการควบคุมได้ง่าย ทีมพัฒนาจึงได้พัฒนาซอฟต์แวร์พิเศษเพื่อช่วยในการทรงตัว (Stabilization System) ซึ่งสามารถปรับรอบหมุนของใบพัดแต่ละข้างอย่างอิสระหลายร้อยครั้งต่อวินาที เพื่อต้านทานแรงลมที่เข้ามากระแทกจากทิศทางต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบระบบความปลอดภัยโดยติดตั้งกรงป้องกันใบพัด (Propeller Guards) รอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งาน รวมถึงผู้คนที่เดินสัญจรไปมาในพื้นที่สาธารณะ

บทบาทของการเป็นผู้ช่วยส่วนตัว
แม้จะยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเพื่อเพิ่มระยะเวลาการทำงานของแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น แต่เทคโนโลยีนี้ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของโดรน ในอนาคตเราอาจได้เห็นการพัฒนาวัสดุผ้าใบที่บางเบาลงและสามารถกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ขับเคลื่อนมอเตอร์ได้ในตัว ซึ่งจะช่วยลดข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักและระยะเวลาการบิน นอกจากนี้ เทคโนโลยีร่มบินอัตโนมัติยังเป็นต้นแบบของ "หุ่นยนต์ส่วนตัว" ที่จะเข้ามามีบทบาทในการดูแลและปกป้องเราจากสภาพแวดล้อม ช่วยให้มนุษย์มีอิสระในการใช้ชีวิตได้สะดวกสบายยิ่งขึ้นในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล
นวัตกรรมร่มบินติดตามตัวอัตโนมัติเป็นการนำวิศวกรรมโดรนมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน การเปลี่ยนร่มแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่ไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังเป็นเทคโนโลยีที่สร้างความเท่าเทียมให้แก่ผู้สูงอายุและผู้พิการในการเดินทางกลางแจ้ง แม้จะยังมีความท้าทายเรื่องพลังงานและเสถียรภาพท่ามกลางลมแรงที่ต้องพัฒนาต่อ แต่ก็นับเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนให้เครื่องใช้ในบ้านกลายเป็นหุ่นยนต์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ให้ดียิ่งขึ้น
เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร
ที่มาข้อมูล: techeblog, designboom, laughingsquid, yankodesign
ที่มาภาพ: I Build Stuff
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



















