ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ดาวเอ๋ย…ดาวเรือง ดอกไม้แห่งการเลือกตั้งไทย


เลือกตั้ง69

สันทัด โพธิสา

แชร์

ดาวเอ๋ย…ดาวเรือง ดอกไม้แห่งการเลือกตั้งไทย

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3635

ดาวเอ๋ย…ดาวเรือง ดอกไม้แห่งการเลือกตั้งไทย

 

พูดถึงการเลือกตั้ง ผู้คนมักคิดถึงเหล่าบรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้ง รวมถึงบรรดานักการเมือง แต่ยังมีอีกหนึ่งสัญลักษณ์ ที่มักมาพร้อมกับการเลือกตั้งเสมอ ๆ นั่นคือ “พวงมาลัยดอกดาวเรือง” Thai PBS ชวนไปรู้จักดอกดาวเรือง และเหตุผลที่ทำให้เจ้าดอกไม้สีเหลืองอร่ามนี้ กลายเป็นที่นิยม ปรากฎอยู่บนคอของนักการเมืองในช่วงเทศกาลเลือกตั้งเป็นประจำ 

รู้จัก “ดอกดาวเรือง” ดอกไม้ที่ไม่ได้ถือกำเนิดในประเทศไทย

ดอกดาวเรือง เป็นไม้ดอกประเภทล้มลุก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tagetes electa L. โดยพื้นเพไม่ใช่ไม้พื้นถิ่นของไทย แต่มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก และประเทศแถบทวีปอเมริกาใต้ กระทั่งเมื่อเวลาผ่านไป ดอกดาวเรืองแพร่กระจายไปทั่วโลก ทั้งยุโรป รวมทั้งในทวีปแอฟริกา 

ดอกดาวเรือง เริ่มนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยครั้งแรก ราวปี พ.ศ. 2510 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยแรกเริ่มใช้เมล็ดพันธุ์ดาวเรืองที่ได้จากประเทศเนเธอร์แลนด์ 

ดอกดาวเรืองเป็นพืชที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี ปัจจุบันในประเทศไทยนิยมปลูกกันบริเวณภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน ระยะการเก็บเกี่ยวประมาณ 60 – 70 วัน ออกดอกเร็ว และให้ผลผลิตสูง

ก่อนจะมาอยู่บนคอนักการเมือง “ดอกดาวเรือง” ล้วนมีสรรพคุณ

ดอกดาวเรือง หรือในภาษาอังกฤษคือ Marigold มีสายพันธุ์ที่หลากหลาย แต่ที่นิยมมีอยู่ 5 สายพันธุ์ คือ ดาวเรืองอเมริกัน (American Marigold), ดาวเรืองฝรั่งเศส (French Marigold), ดาวเรืองนักเก็ต (Nugget Marigold), ดาวเรืองซิกเน็ต (Signet Marigold) และ ดาวเรืองใบ (Foliage Marigold) 

นอกจากสีสันอันสว่างสดใส ดาวเรืองยังมีคุณประโยชน์ในทางชีวภาพหลายประการ อาทิ กลีบของดอกดาวเรืองมีสารสีเหลืองที่เรียกว่า แซนโทฟิลด์ นิยมนำไปใช้ผสมในอาหารของไก่ไข่ เพื่อให้ไข่มีสีเหลืองสวย นอกจากนี้ ดาวเรืองยังขึ้นชื่อในเรื่องการเป็นพืชที่มีประโยชน์ในการปรับปรุงดิน เนื่องจากภายในรากของดาวเรือง มีสารที่เรียกว่า แอลฟ่า เทอร์เธียนิล (Alpha terthienyl) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยควบคุมปริมาณไส้เดือนฝอยในดินเป็นอย่างดี

ดาวเรืองสามารถนำมาทำน้ำมันหอมระเหยเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางและยา โดยมีสรรพคุณช่วยบำรุงผิว แก้อาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม นอกจากนี้ดาวเรืองยังปลูกเพื่อส่งไปโรงงานอาหารสัตว์ ใช้เป็นอาหารเสริมสร้างสุขภาพให้สัตว์ด้วยอีกทาง

“ดาวเรือง” และนัยความหมายอันทรงพลัง

ดอกดาวเรือง ในบริบทของชาวเอเชีย ได้รับการเชื่อมโยงในเรื่องศาสนาและความเชื่อ อาทิ ในอินเดีย มักนำดอกดาวเรืองมาร้อยเป็นมาลัย เพื่อใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ ไปจนถึงนำมาถวายบูชาเทพเพื่อขอพรให้ชีวิตรุ่งเรือง นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า ดาวเรืองเป็นดอกไม้แห่งจิตวิญญาณ

ดอกดาวเรืองปรากฏอยู่ในพิธีกรรมทางพุทธศาสนา อาทิ นำไปใช้ประดับบนแท่นบูชา หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สีสันอันสดใสของดาวเรือง ยังสื่อถึงความสว่างของชีวิต การมีปัญญา การมีเมตตา และการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด

ในอีกมุมหนึ่ง ดาวเรือง หรือ Marigold ในความหมายเชิงสากล มีความหมายเชื่อมโยงกับพระอาทิตย์ โดยเป็นตัวแทนของความทรงพลัง ความแข็งแกร่ง และแสงสว่างที่เปล่งประกายอยู่ภายในตัวบุคคล

“ดาวเรือง” กับปรากฎการณ์เลือกตั้ง

เพราะมีความหมายที่สื่อถึงความสว่างสดใส ความเจริญรุ่งเรือง และความทรงพลัง จึงเป็นเหตุให้มีการนำดอกดาวเรืองมาคล้องคอเหล่าบรรดานักการเมือง รวมไปถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งในช่วงลงหาเสียง

แม้ไม่อาจระบุได้ว่า การใช้ดอกดาวเรืองมาคล้องคอนักการเมืองไทย เริ่มต้นขึ้นในยุคสมัยใด แต่เริ่มมีปรากฏให้เห็นบ้างปะปรายในช่วงปี พ.ศ. 2531 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 15 โดยก่อนหน้านั้น ประชาชนยังนิยมมอบพวงมาลัยดอกมะลิให้กับบรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้ง กระทั่งในปี พ.ศ. 2535 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 16 พวงมาลัยดอกดาวเรือง ได้กลายมาเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยประชาชนมักนิยมนำมาคล้องคอให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งขณะลงพื้นที่หาเสียง นัยว่าเป็นการแสดงความชื่นชอบ อยากสนับสนุน และเปรียบเสมือนการมองถึงชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนั้นด้วย

พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ในการหาเสียงเลือกตั้ง ปี 2539

ปัจจุบัน ธรรมเนียมการมอบพวงมาลัยดอกดาวเรืองเพื่อคล้องคอ ยังคงได้รับความนิยมดังเช่นในอดีต แถมบางพื้นที่ ยิ่งคล้องมากเท่าไร ยิ่งเปรียบเสมือนการให้กำลังใจ และเป็นนัยะเรื่องฐานความนิยมมากเท่านั้น 

ทักษิณ ชินวัตร ในการลงพื้นที่หาเสียง เลือกตั้งปี 2544

ในช่วงเลือกตั้ง ดอกดาวเรืองกลายเป็นสินค้าขายดี จากที่เป็นดอกไม้อันเป็นที่นิยมตามเทศกาลงานบุญต่าง ๆ อยู่แล้ว ยอดขายกลับยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก ราคาต่อพวงอยู่ที่ 120-180 บาท 

นอกจากนี้ เคยมีผลการสำรวจจากศูนย์วิจัยของธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่ง เผยว่า ช่วงหาเสียงเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2550 (เลือกตั้งครั้งที่ 23) ได้เพิ่มเม็ดเงินให้กับธุรกิจร้อยมาลัยดอกดาวเรืองถึงกว่า 30 ล้านบาท และในช่วงการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2554 (เลือกตั้งครั้งที่ 24) มีเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจขายดอกดาวเรืองเพิ่มขึ้นกว่า 53 ล้านบาทเลยทีเดียว

ถึงชนะการเลือกตั้ง แต่อาจแพ้ “ดาวเรือง” ได้ 

แม้จะเป็นดอกไม้ที่แสดงสัญลักษณ์บางอย่างในการเลือกตั้ง แต่ในทางการแพทย์ การนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาคล้องไว้ที่คอ ละอองเกสรของดอกดาวเรือง อาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ขึ้นได้

นอกจากนี้กลิ่นของดอกดาวเรือง ยังอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผู้ที่เป็นโรคหอบหืดหรือผู้ที่มีความไวต่อกลิ่น ดังนั้น ผู้ที่มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกัน หรือผู้ที่มักเกิดอาการภูมิแพ้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดดอกดาวเรือง หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมแว่นตา หรือหน้ากากอนามัย เพื่อลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้จากละอองเกสรของดอกดาวเรืองนั่นเอง

ดาวเอ๋ย…ดาวเรือง ไม่ว่าจะอยู่ที่คอของนักการเมืองคนใด ล้วนสร้างความสดใส และสง่างาม แต่ดาวเรืองจะยิ่งสดใส หากนักการเมืองนั้น นำทุกความหวังของประชาชน ไปพัฒนาและสร้างคุณประโยชน์ให้กลับมาอย่างแท้จริง

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดาวเรืองดอกดาวเรืองพวงมาลัยดอกดาวเรืองนักการเมืองผู้สมัครรับเลือกตั้งเลือกตั้งการเลือกตั้งไทย
สันทัด โพธิสา

ผู้เขียน: สันทัด โพธิสา

เจ้าหน้าที่เนื้อหาออนไลน์อาวุโส Thai PBS สนใจความเคลื่อนไหวของสังคม ผู้คน และเทรนด์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ และรวมถึงเป็นสมาชิกทาสแมวมายาวนาน

บทความ NOW แนะนำ