ประเทศจีนเริ่มใช้กฎระเบียบกำหนด เริ่มเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2025 โดยให้เนื้อหาสร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ต้องระบุให้ผู้ชมเห็นชัดเจนว่าเป็นผลงานที่สร้างด้วยเอไอ และมี Metadata ซึ่งเป็นเครื่องมือมองไม่เห็นที่ทำหน้าที่เสมือนระบบการติดป้ายกำกับสำหรับการตรวจสอบติดตาม โดยกฎระเบียบนี้สอดรับกับจำนวนผู้ใช้เอไอ (AI) ในจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และหน่วยงานรัฐเรียกร้องการกำกับดูแลที่เข้มงวดยิ่งขึ้น
ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลสารสนเทศและโครงข่ายอินเทอร์เน็ตแห่งประเทศจีนระบุว่าจำนวนผู้ใช้ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) ในจีนอยู่ที่ 515 ล้านคน เมื่อนับถึงเดือนมิถุนายน 2025 เพิ่มขึ้น 266 ล้านคนจากเดือนธันวาคม 2024 และเพิ่มขึ้นเกือบเป็นสองเท่าในเวลาเพียงหกเดือน

“เนื้อหาสร้างจาก AI” กับแนวทางแก้ไขที่จับต้องได้
หน่วยงานกำกับดูแลจีนกังวลว่ารูปภาพ วิดีโอ และเสียงปลอมอาจสร้างความเข้าใจผิดและกลายเป็นเครื่องมือการฉ้อโกง ท่ามกลางกระแส Generative AI ที่หลั่งไหลสู่สื่อสังคมออนไลน์ การติดป้ายกำกับเนื้อหาเอาไว้จึงช่วยฟื้นฟูความโปร่งใสได้โดยไม่เป็นการปิดกั้นนวัตกรรม โดยแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นอย่างโต่วอิน (Douyin) ซึ่งเป็น TikTok เวอร์ชันจีน และไคว่โซ่ว (Kuaishou) แอปพลิเคชันแชร์วิดีโอจีน ได้เพิ่มการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ระบุว่าเนื้อหานั้นสร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือไม่ ขณะที่แพลตฟอร์มเสียงออนไลน์อย่างสี่หม่าลาหย่า (Ximalaya) เพิ่มคำเตือนทั้งแบบเสียงพูดและข้อความ
หลังจากบังคับใช้กฎระเบียบดังกล่าวเป็นเวลาสี่เดือน แพลตฟอร์มสร้างคอนเทนต์ปัญญาประดิษฐ์รายใหญ่ เช่น โต้วเปา (Doubao) ดีปซีก (DeepSeek) เควน (Qwen) และอีเหยียน (Yiyan) ได้ติดป้ายกำกับเนื้อหาสร้างจากเอไอในเนื้อหาที่สร้างขึ้นมากกว่า 1.5 แสนล้านชิ้น ทั้งข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ ส่วนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชั้นนำได้เพิ่มการเปิดเผยข้อมูลบนหน้าจออย่างชัดเจนให้กับเนื้อหาสร้างด้วยเอไอกว่า 220 ล้านรายการ
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยซีอัน เจียวทงเผยว่าตั้งแต่กฎระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ ผู้ใช้งานมีความระแวดระวังต่อเนื้อหาที่ไม่คุ้นเคยเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 40 ขณะที่การระบุข้อมูลแฝงยังช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถระบุเครื่องมือที่ใช้สร้างเนื้อหาและเส้นทางการเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ติดตามตัวผู้รับผิดชอบทำได้รวดเร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น กรณีการสอบสวนข้ามพรมแดนเกี่ยวกับข่าวปลอมที่สร้างด้วยเอไอ (AI) ซึ่งใช้ระยะเวลาสืบหาต้นตอลดลงจากค่าเฉลี่ย 72 ชั่วโมง เหลือเพียง 12 ชั่วโมง

“เนื้อหาสร้างจาก AI” กับความท้าทายใหม่
เมื่อป้ายกำกับที่มองเห็นได้แพร่หลายมากขึ้น ความพยายามลบป้ายเหล่านี้จึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยธุรกิจบริการหลบเลี่ยงการระบุที่มาเนื้อหาเอไอ (AI) เริ่มถูกโฆษณาอย่างเปิดเผย มีตั้งแต่เครื่องมือพื้นฐานราคาเพียง 9.9 หยวน (ราว 45 บาท) ไปจนถึงบริการปรับแต่งแบบพิเศษที่มีราคาสูงถึงหลักพันหยวน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่ามีการพัฒนาจากการครอปตัดภาพอย่างง่าย ไปเป็นกระบวนการหลายชั้นที่รวมถึงการล้าง Metadata การแปลงรูปแบบไฟล์ซ้ำหลายครั้ง และการโพสต์ใหม่ข้ามแพลตฟอร์ม ทำให้เนื้อหาที่ถูกระบุบนแพลตฟอร์มหนึ่งอาจไม่ถูกตรวจพบในอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง
กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและผู้สังเกตการณ์ยังระบุว่าบทลงโทษสำหรับผู้ที่ละเมิดกฎการติดป้ายกำกับเนื้อหานั้นยังขาดความชัดเจน ขณะที่ตัวรูปแบบของเครื่องหมายเองก็ยังไม่ถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ด้านเจี่ยงเยี่ยนซวง ผู้ช่วยนักวิจัยจากสถาบันการศึกษาและการพัฒนาสังคมแห่งมหาวิทยาลัยครูปักกิ่ง เผยว่าเทคโนโลยีกำกับดูแลบนแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ยังเปราะบาง จึงเสนอให้เร่งการกำหนดมาตรฐานเทคโนโลยีการติดป้ายกำกับเนื้อหาสร้างจากปัญญาประดิษฐ์ และข้อกำหนดทางเทคนิคที่ชัดเจนขึ้นสำหรับแต่ละแพลตฟอร์มและประเภทเนื้อหา เพื่อป้องกันช่องว่างการกำกับดูแลที่เกิดจากความไม่สอดคล้องทางเทคนิค
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : Xinhua
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



















