ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

“รหัสรัก รหัสลับ” ศาสตร์ตัวเลขสื่อแทนใจของหนุ่มสาวจีนในวันแห่งความรัก


Lifestyle

โสภิต หวังวิวัฒนา

แชร์

“รหัสรัก รหัสลับ” ศาสตร์ตัวเลขสื่อแทนใจของหนุ่มสาวจีนในวันแห่งความรัก

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3667

“รหัสรัก รหัสลับ” ศาสตร์ตัวเลขสื่อแทนใจของหนุ่มสาวจีนในวันแห่งความรัก

 

วาเลนไทน์-วันแห่งความรักปีนี้ คิดไว้หรือยังคะว่าจะบอกรักแฟนและคู่รักของคุณอย่างไร?วันนี้เรามีสื่อรักอีกแบบที่เอามาฝาก เผื่อคุณผู้อ่านจะเอาไปใช้ได้ไม่ซ้ำใคร...

ผู้คนโดยเฉพาะชาวตะวันตกจะคุ้นเคยและจดจำได้ว่า14 กุมภาพันธ์ เป็นวันแห่งความรัก จากตำนานนักบุญวาเลนไทน์ (St. Valentine) ผู้ที่มีศรัทธาและความกล้าหาญมาสู่เทศกาลเฉลิมฉลองและแสดงออกถึงความรักของหนุ่มสาว  

กุหลาบสีแดง ช็อกโกแลต ของขวัญ จึงกลายเป็นตัวแทนของการสื่อความหมายที่โรแมนติกระหว่างกันและเป็นของแทนใจใครหลาย ๆ คน

สำหรับสังคมจีนซึ่งมีความเชื่อเรื่องศาสตร์แห่งตัวเลขในหลายมิติ  เช่นเชื่อว่าเลข 8 (八 - bā) หมายถึงที่สุดของความเฮง ความร่ำรวยและมั่งคั่ง หรือเลขต้องห้าม เช่น 4 (sì) ที่ไปพ้องเสียงกับคำว่า 死 (sǐ) ที่แปลว่า "ตาย"  ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่า โรงแรมและตึกสูงหลายแห่งในจีน อาจไม่มีชั้น 4 ในลิฟต์ (เหมือนกับคนตะวันตกที่หลีกเลี่ยงเลข 13 ว่าเป็นตัวเลขแห่งความโชคร้าย) หรือหลีกเลี่ยงการให้ของจำนวน 4 ชิ้น เป็นต้น

เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลและทุกคนสื่อสารหลักบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หนุ่มสาวจีนยุคใหม่จึงเริ่มมีธรรมเนียมและค่านิยมใหม่เข้ามาสู่การบอกรักและความคิดถึง โดยการใช้ตัวเลขที่มีความพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายดี ๆ หรือสื่อถึงถ้อยคำที่บอกความในใจ แล้วเอาเลขเหล่านั้นมาประกอบหรือผสมกันให้ได้เป็นความหมายใหม่  เช่น

เลขมหาเสน่ห์: "520"  ฉันรักเธอ 
การอ่านออกเสียงเรียงตัวของเลข 520 ว่า อู่-เอ้อ-หลิง (Wǔ èr líng:五二零)  มีความใกล้เคียงกับคำว่า  หว่อ-อ้าย-หนี่ (Wǒ ài nǐ : 我爱你) ที่แปลว่า ฉันรักเธอ  ดังนั้น หนุ่มสาวจีนจึงนิยมส่งรหัสเลขนี้ให้คู่รักในโอกาสสำคัญ ๆ โดยเฉพาะวันวาเลนไทน์

ยิ่งไปกว่านั้น 520 ยังถูกเอาไปเชื่อมโยงกับวันที่ 20 พฤษภาคม ของทุกปี ใช้ในความหมายว่าเป็นวันแห่งความรักออนไลน์ของหนุ่มสาวชาวจีนด้วย เพราะจีนมีระบบการนับปฏิทินแตกต่างจากประเทศอื่น คือ จะเรียงลำดับเป็น ปี/เดือน/วัน  ขณะที่ทั่วโลกเรียงจากวัน/เดือน/ปี  ดังนั้นคนรุ่นใหม่จึงรู้กันว่าเดือน 5 วันที่ 20 เป็นวันวาเลนไทน์ของจีน

 “1314”  ชั่วนิจนิรันดร
ชุดตัวเลข 1314 ถ้าอ่านเรียงตัวจะออกเสียงว่า อี-ซาน- อี- สื่อ (yī sān yī sì) ซึ่งไปพ้องเสียงกับ (yī shēng yī shì:一生一世 ) หมายถึง ตลอดกาล / ตลอดไป  / ตราบจนชั่วฟ้าดินสลาย หรือชั่วนิจนิรันดร เวลาใช้ก็มักจะจับคู่กับ 520 รวมเป็นชุดเดียวคือ 5201314 หมายถึง “ฉันจะรักเธอไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย” หรืออาจย่อเหลือเพียง 201314 เพื่อบอกว่า รักเธอตลอดไปก็ได้

ในเทศกาลแห่งความรัก สาว ๆ จีนจะปลื้มเป็นพิเศษ หากได้รับยอดการโอนเงินหรือส่งซองแดง "อั่งเปาดิจิทัล" จากชายคนรักด้วยตัวเลขข้างต้น มีการสำรวจด้วยว่า ช่วงเวลานี้การโอนเงินจะคึกคักเป็นพิเศษ ทั้งช่องทาง Wechat pay  และ Ali pay ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่คนจีนใช้สำหรับธุรกรรมทางการเงิน

ภาพประกอบบทความ

ยังมีเลขชุดอื่น ๆ ที่คนจีนรุ่นใหม่นิยมใช้ส่งข้อความหากันเพื่อบอกความในใจอีกหลายตัว เช่น  

520 我爱你 (wǒ ài nǐ) ฉันรักคุณ (เป็นที่มาของวันวาเลนไทน์ 20 พ.ค.)
521 我愿意 (wǒ yuàn yì) ฉันเต็มใจ/ฉันตกลง (มักใช้ตอบรับคำสารภาพรัก)
530 我想你 (wǒ xiǎng nǐ) ฉันคิดถึงคุณ
770 亲亲你 (qīn qīn nǐ) จูบคุณหน่อย / จุ๊บๆ
920 就爱你 (jiù ài nǐ) ก็รักแค่คุณ
1314 一生一世 (yī shēng yī shì) ชั่วฟ้าดินสลาย /  ชั่วนิจนิรันดร
5201314 我爱你一生一世 (wǒ ài nǐ yī shēng yī shì) ฉันจะรักคุณ ชั่วนิจนิรันดร
201314 爱你一生一世 (ài nǐ yī shēng yī shì) รักคุณไปชั่วชีวิต
9420 就是爱你 (jiù shì ài nǐ) ก็คือรักคุณนั่นแหละ

ตัวเลขที่พ้องกับเสียงอื่น ที่ถูกเอามาใช้แทนความหมายสำหรับสื่อสารความรัก

0 (líng): พ้องเสียงกับคำว่า 你 (nǐ) ที่แปลว่า "คุณ"
1 (yī): แทนความหมายว่า "หนึ่งเดียว" หรือ "ตลอดไป"
2 (èr): พ้องเสียงกับคำว่า 爱 (ài) ที่แปลว่า "รัก"
5 (wǔ): พ้องเสียงกับคำว่า 我 (wǒ) ที่แปลว่า "ฉัน"
9 (jiǔ): พ้องเสียงกับคำว่า 久 (jiǔ) ที่แปลว่า “ยาวนาน/ยั่งยืน”

ภาพประกอบบทความ

นอกจากนี้ยังมีเลขอีกชุดคือ 52010000 : Wǒ ài nǐ yī wàn nián  (我爱你一万年 )
ซึ่งเปรียบเปรยหมายถึง “รัก(หนึ่ง) หมื่นปี” มาจากการประกอบชุดตัวเลข 2 ชุด คือ 520 กับเลข 10000 (หนึ่งหมื่น) 

คำว่า หมื่นปี หรือ หมื่น ๆ ปี นี้ ยังถูกใช้ในการถวายพระพรกษัตริย์จีนในสมัยโบราณเพื่อสื่อความ
หมายถึงการมีอายุที่ยืนยาว จึงนับเป็นตัวเลขมงคลสูงสุด ที่อีกนัยหนึ่งหมายถึงความเป็นอมตะ การอยู่เหนือกาลเวลาและไม่มีวันตายด้วย  

แต่สำหรับคนจีนรุ่นใหม่ หากนับความนิยมและสั้นกระชับก็มักเลือกใช้ 5201314 ที่ให้ความหมายเทียบเคียงแบบเดียวกันมากกว่า

รักหมื่นปี กลายเป็นวลีฮิตในตำนานจากภาพยนตร์เรื่อง A Chinese Odyssey (ไซอิ๋ว 95 รักเทวดาควรต้องรอ) ซึ่งประสบความสำเร็จมหาศาลในจีนแผ่นดินใหญ่ช่วงปี 1990-2000 ทำให้กลุ่มวัยรุ่นจีนในยุคนั้นนำตัวเลขมาแทนค่าคำพูด ต้นทางคือบทพูดของนักแสดงโจวซิงฉือ ที่บอกว่า 

ความรักที่แท้จริงวางอยู่ตรงหน้า แต่ฉันกลับไม่รักษาไว้ จนเมื่อสูญเสียไปจึงได้แต่เสียดาย หากสวรรค์ให้โอกาสฉันอีกครั้ง ฉันจะบอกผู้หญิงคนนั้นว่า 'ฉันรักเธอ' และถ้าต้องใส่กำหนดเวลาให้ความรักนี้ ฉันขอให้มันเป็น…หนึ่งหมื่นปี

อย่างไรก็ตาม "รักหมื่นปี" ในความหมายของภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ใช่แค่การบอกรักที่หวานชื่น แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเสียใจและเสียดายมากกว่า เป็นบทเรียนเพื่อบอกว่า  “จงบอกรักและดูแลกันให้ดีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"

ส่งท้ายเรื่องตัวเลขในความหมายของชาวจีน ที่แม้จะใช้เลขเดียวกับเรื่องรัก 520 แต่ความหมายคนละขั้ว นั่นคือ 250 (èr bǎi wǔ) เพราะนอกจากความหมายตรงตัวว่า เป็นเลข สอง ห้า ศูนย์ หรือ สองร้อยห้าสิบแล้ว ยังมีความหมายสแลงในภาษาจีนด้วย แต่เป็นคำด่าว่าหมายถึง"คนปัญญาอ่อน" หรือ "ไอ้ซื่อบื้อ" ฉะนั้น ห้ามเขียนถึงใครหรือส่งเลขนี้ให้สุ่ม ๆ โดยไม่ระวัง เพราะจะถูกแปลและตีความผิดได้

เลขอีกชุดที่หากใช้ผิดบริบทก็จะผิดความหมายนั่นคือ 555 สำหรับภาษาไทยจะพ้องกับเสียงหัวเราะ ฮ่าฮ่าฮ่า ที่เรามักใช้ส่งหาเพื่อนหรือคนใกล้ชิด แต่ในความหมายที่คนจีนเข้าใจและใช้ 5 (อู่ :Wǔ ) เสียงใกล้เคียงกับ 呜呜呜 (wū wū wū) ฟังคล้ายเสียงร้องไห้หรือสะอึกสะอื้นมากกว่า

ฉะนั้นหากจะแชตคุยกับคนจีน ก็ให้ระวังว่าอย่าส่งรหัสผิด ชีวิตอาจเปลี่ยนได้ แต่สำหรับวาเลนไทน์นี้ ใช้รหัสลับ รหัสรักแบบจีน โอนอั่งเปาให้คนรัก ก็อาจได้รอยยิ้มหวาน ๆ และอาจมีเซอร์ไพร์สพิเศษตอบแทนกลับคืนมาก็ได้

ภาพประกอบบทความ

เกร็ดน่ารู้วาเลนไทน์: รู้จักเทศกาลวันแห่งความรักของชาติต่าง ๆ และตำนานเล่าขานอันคล้ายคลึงกัน

จีน: เทศกาลชีซี (Qixi Festival - 七夕节)
ที่มาของเทศกาลนี้ ได้รับการเล่าขานเป็นตำนานที่ชื่อ “หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า” โดย หนิวหลาง หนุ่มเลี้ยงวัว กับ จือหนี่ ธิดาของเง็กเซียนฮ่องเต้/สาวทอผ้า เกิดความรักต่อกันจนละเลยหน้าที่ ทำให้เง็กเซียนฮ่องเต้กริ้ว จึงใช้ปิ่นปักผมกรีดฟ้าเกิดเป็น "ทางช้างเผือก" กั้นทั้งสองไว้คนละฟากฝั่ง โดยจะมีโอกาสได้กลับมาเจอกันเพียงปีละครั้ง คือในคืนวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ เมื่อนก Magpie มาต่อตัวเป็นสะพานให้ข้ามไปหากัน 

ภาพประกอบบทความ

ในอดีตเทศกาลนี้ หญิงสาวจีนจะตั้งโต๊ะบูชาและขอพรจากจือหนี่ ให้มีสติปัญญาเฉียบแหลม มีทักษะงานฝีมือ มีความงามและได้คู่ครองที่ดี คนมักจะนิยมกินแป้งทอด “เฉี่ยวโกว” (巧果 - Qiǎoguǒ) เพราะคำว่า "เฉี่ยว" พ้องกับคำว่า "ฉลาด" หรือ "มีทักษะ" จึงเชื่อกันว่ากินแล้วจะทำให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด   

ปัจจุบันจะเป็นช่วงเวลาที่คู่รักชาวจีนไปออกเดต มอบของขวัญแทนใจให้กัน กินข้าวกลางแสงเทียนหรือแคมป์ปิ้งเพื่อดูดาวและชมทางช้างเผือก มองหาดาวเวก้ากับดาวอัลแตร์ที่จะโคจรมาใกล้กันที่สุดในคืนนี้ หรือกินอาหารที่มีส่วนประกอบของ “ถั่วแดง” ที่เป็นสัญลักษณ์ของความรักและความคิดถึง (คนโสดนิยมกินและเชื่อว่าจะได้พบคู่ในไม่ช้า)

ญี่ปุ่น: เทศกาลทานาบาตะ (Tanabata - 七夕)
เรื่องราวของ ฮิโกะโบชิ หนุ่มเลี้ยงวัว กับ โอริฮิเมะ เจ้าหญิงทอผ้า ที่รักกันแต่ต้องพลัดพรากได้เจอเพียงปีละหนึ่งครั้ง ในบางพื้นที่ของญี่ปุ่นจะเฉลิมฉลองตามปฏิทินสุริยคติ (7 กรกฎาคม) ไม่ใช่ วันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ ชาวญี่ปุ่นมีธรรมเนียม เขียนคำอธิษฐานลงบนกระดาษสีที่เรียกว่า ทันซากุ (Tanzaku) แล้วนำไปแขวนไว้กับกิ่งไผ่ โดยเชื่อว่าดวงดาวจะบันดาลให้สมปรารถนา

เกาหลี: เทศกาลชิลซอก (Chilseok )
เรื่องราวของ กยอนอู หนุ่มเลี้ยงวัว  และ จิกนยอ สาวทอผ้า ต่างตกหลุมรักซึ่งกันและกัน แต่กลับละเลยหน้าที่จนทำให้พระราชาเจ้าสวรรค์จับแยกไปอยู่คนละฟากฝั่งของทางช้างเผือก ให้โอกาสได้เจอกันเพียงปีละครั้ง 

ในวันนี้มีโอกาสที่จะเกิดฝนตก ดังนั้น ชาวเกาหลีเชื่อว่าหากฝนตก หยาดฝนคือหยดน้ำตาแห่งความดีใจที่ทั้งคู่ได้พบกัน แต่หากว่าฝนตกในเช้าวันรุ่งขึ้น แปลความหมายถึงความเสียใจและเป็นน้ำตาแห่งการจากพราก 

คนเกาหลียังนิยมกินบะหมี่แป้งสาลีและขนมพื้นเมือง ด้วยความเชื่อว่า เวลานี้แป้งสาลีจะอร่อยที่สุด หลังจากผ่านวันนี้ไป จะเป็นช่วงเวลาที่ลมหนาวมาเยือน

เวียดนาม: เทศกาล ทัด ติ๊ก (Thất Tịch)
เรื่องราวของ จึก นือ (Chức Nữ) เทพธิดาทอผ้าที่ลงมายังโลกมนุษย์ แล้วพบรักกับ หงู ลาง (Ngưu Lang) หนุ่มเลี้ยงวัว แต่โดนสวรรค์ลงทัณฑ์ จับคู่รักพรากจากกันไปอยู่คนจะฟากฝั่งของท้องฟ้า ให้โอกาสได้เจอกันเพียงปีละครั้ง บนสะพานนก ในวันที่ 7/7 ตามปฏิทินจันทรคติ

ในวันนี้ วัยรุ่นเวียดนามนิยมทาน "ถั่วแดง" เพราะความเชื่อว่า ใครที่ยังโสดแล้วกินถั่วแดง จะพบรัก 
แท้ ส่วนคนที่มีคู่ก็จะรักกันยั่งยืน ยาวนานยิ่งขึ้น

เป็นที่น่าสังเกตว่า ตำนานรักโรแมนติกนี้ โด่งดังในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก โดยมีจุดเริ่มจากจีนแล้วแพร่หลายไปสู่ประเทศอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเวียดนาม โดยมีพล็อตเรื่องในลักษณะคล้ายคลึงกัน ต่างกันแค่ชื่อเรียกตัวละครและรายละเอียดของแต่ละวัฒนธรรม มีแก่นเรื่องหลักคือ การรอคอยด้วยความหวังจะได้พบกับคนรักที่มีโอกาสเพียงปีละครั้ง โดยใช้ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อย่าง ทางช้างเผือก และดวงดาวสว่างสองดวงเป็นสัญลักษณ์ร่วมกัน

ภาพประกอบบทความ

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับศาสตร์ตัวเลขและความเชื่อของจีนได้เพิ่มเติมที่รายการมองจีนมุมใหม่ ทางไทยพีบีเอสพอดแคสต์ 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วาเลนไทน์วันแห่งความรักความรักตัวเลขเลข
โสภิต  หวังวิวัฒนา

ผู้เขียน: โสภิต หวังวิวัฒนา

ผู้จัดการฝ่ายสื่อเสียง ไทยพีบีเอสพอดแคสต์ คนข่าวที่เล่าเรื่องได้ สนใจเรื่องราวของจีนที่เกี่ยวข้องกับไทยและอาเซียน เรื่องน่ารู้ของโลกต่างประเทศ รวมทั้งความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมและชีวิตของผู้คน

บทความ NOW แนะนำ