เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 69 ซีอีโอของ Meta ต้องขึ้นศาลต่อหน้าคณะลูกขุน และให้การภายใต้คำสาบานเป็นครั้งแรกในคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยสำหรับเด็กบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของบริษัท
แม้มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) จะเคยชี้แจงเรื่องความปลอดภัยของโซเชียลมีเดียต่อหน้าสภาคองเกรสหลายครั้ง แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ Meta บริษัทของเขา ถูกไต่สวนในคดีความประชาชน คดีนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2566 เมื่อเค.จี.เอ็ม. (K.G.M. – นามแฝง) หญิงวัย 20 ปีในรัฐแคลิฟอร์เนีย ยื่นฟ้อง Meta, YouTube, TikTok และ Snap ที่สร้างแอปพลิเคชันให้เอื้อต่อการใช้งานแบบ “หุนหันผลันแล่น (compulsive)” จนทำลายสุขภาพจิตของเธอ โดยเค. จี. เอ็ม. เริ่มใช้ Instagram ที่มี Meta เป็นเจ้าของ ตั้งแต่อายุ 9 ปี – แม้ว่าเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ Instagram ก็ตาม

มาร์ก ลานิเยร์ (Mark Laniers) ทนายความของเค.จี.เอ็ม ใช้เอกสารภายในของ Instagram เมื่อปี 2558 – ซึ่งเป็นปีที่เค.จี.เอ็ม เริ่มใช้ Instagram – เป็นหลักฐานพิจารณาคดีชิ้นหนึ่ง เอกสารดังกล่าวระบุว่า ปีนั้น เด็กอเมริกันอายุระหว่าง 10-12 ปี กว่า 1 ใน 3 หรือราว 4 ล้านคน ใช้ Instagram แม้จะอายุไม่ถึง ทำให้เค.จี.เอ็ม สมัครใช้งานได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งในบันทึกชิ้นหนึ่ง ซักเกอร์เบิร์กยังกระตุ้นให้ผู้บริหารให้ความสำคัญต่อการเพิ่มเวลาการใช้งานแพลตฟอร์มของ Meta ในหมู่วัยรุ่น

ด้านซักเกอร์เบิร์กและทีมกฎหมาย Meta ได้โต้แย้งในคดีดังกล่าวว่า ปัญหาสุขภาพทางจิตของเค.จี.เอ็ม. มาจากการทำร้ายข่มเหงภายในครอบครัว และบันทึกทางการแพทย์ไม่ได้กล่าวถึงปัญหาการใช้งานโซเชียลมีเดียของเธอ ส่วนเอกสารภายในของ Instagram ที่ลานิเยร์นำมาเสนอนั้น ก็เก่าเป็น 10 ปีแล้ว และอาจไม่เกี่ยวข้องกับคดี นอกจากนี้ ในการพิจารณาคดีเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า อดัม มอสเซอริ (Adam Mosseri) ผู้บริหารของ Instagram ได้ให้การว่า แพลตฟอร์มดังกล่าว “ไม่ใช่สิ่งเสพติดทางการแพทย์ (clinically addictive)” แต่เขาก็กล่าวเสริมว่า บริการดังกล่าวอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานที่ใช้มากเกินไป

นอกจาก Meta แล้ว Google เจ้าของ YouTube ก็เป็นผู้ถูกฟ้องด้วยเช่นกัน โดยตัวแทนของ YouTube ระบุในคำแถลงเปิดคดีว่า ฟีเชอร์ต่าง ๆ ของ YouTube ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นเสพติดกับแพลตฟอร์ม ส่วน TikTok และ Snap ได้ทำข้อตกลงยอมความกับเค.จี.เอ็ม. ไปแล้ว จึงไม่ถูกไต่สวนในชั้นศาล ทั้งนี้ การไต่สวนคดีนี้ได้รับความสนใจทั้งจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวและผู้ปกครองที่สูญเสียบุตรหลานจากภัยออนไลน์ และจะดำเนินไปจนถึงปลายเดือน มี.ค. นี้ หลังจากนั้น ยังมีคดีความฟ้องร้องบริษัทโซเชียลมีเดียอีกหลายคดี ทั้งจากผู้เยาว์ ครอบครัวผู้เสียหาย อัยการรัฐ และสำนักงานการศึกษาต่าง ๆ ในสหรัฐฯ
ปัจจุบัน หลายประเทศออกมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยของโซเชียลมีเดียต่อเด็กและเยาวชน เช่น เมื่อปลายปี 2568 ออสเตรเลียได้สั่งห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ส่วนปีนี้ อินเดียและสเปนนั้นก็กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะออกกฎหมายดังกล่าว จริงอยู่ที่ว่า สื่อสังคมออนไลน์จะเชื่อมโยงคนทั้งโลกไว้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันถึงความกังวลเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ คดีของเค.จี.เอ็ม. จึงอาจเป็นบรรทัดฐานถึงความรับผิดชอบของกลุ่มบริษัทเทครายใหญ่ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการของปัญหาสุขภาพจิตในหมู่คนรุ่นเยาว์
รู้เท่าทันสื่อไปกับบทความจาก Thai PBS Sci & Tech
- ผลการมีสมาร์ตโฟนก่อนอายุ 13 ปี : ผลวิจัยใหม่ !
- รู้จัก News Diet! เมื่อคุณมีอาการเบื่อข่าว เห็นฟีดรายการ Political Talk แล้วปัดผ่าน
- 5 Tips ปลอดภัย ห่างไกลสแกมเมอร์ Google เปิดเทรนด์กลโกงออนไลน์พร้อมวิธีรับมือ
ที่มา: AFP, The New York Times
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech: www.thaipbs.or.th/SciandTech



















