วันที่ 19 มีนาคม ค.ศ. 2026 คณะนักวิทยาศาสตร์นำโดย ศาสตราจารย์ลิซา คาลเทนเนกเกอร์ (Lisa Kaltenegger) นักดาราศาสตร์และผู้อำนวยการสถาบันคาร์ล เซแกน (Carl Segan Institute) ที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ อิทาคา นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์รายงานในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society ผลการวิจัยศึกษาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะทั้งหมดกว่า 6,000 ดวง ที่ถูกค้นพบมาแล้ว พบว่า มีดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจำนวน 45 ดวงที่เข้าข่ายเป็นดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง (Goldilocks planet) ที่จะมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้ และอีก 24 ดวง เข้าข่ายเป็นไปได้ แต่จะต้องศึกษาเพิ่มเติม
การวิจัยส่งผลต่อเนื่องในเชิงบวก กับภาพยนตร์และหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์ Project Hail Mary ที่ภาพยนตร์เพิ่งออกฉายเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ. 2026 และหนังสือที่กลับมาเป็น “Best Seller อันดับหนึ่ง”
“วิทยาศาสตร์ ทันโลก ทันชีวิต” วันนี้ ขอนำท่านผู้อ่านไปเปิดดูผลการวิจัยที่เป็นโฟกัสเรื่องของเราวันนี้ และไปดูว่า หัวหน้าคณะวิจัยกล่าวถึงภาพยนตร์ Project Hail Mary อย่างไร ?

โจทย์และวิธีการวิจัย
ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (สอง) ดวงแรกที่ถูกค้นพบและได้รับการยืนยัน เป็นดาวเคราะห์บริวารของ พัลซาร์ (pulsar) ดวงหนึ่ง ชื่อ PSR 1829-10 อยู่ห่างจากโลก 2,300 ปีแสง
การค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะสองดวงนี้ เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1992
ถึงล่าสุด (19 มีนาคม ค.ศ. 2026) มีดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะถูกค้นพบแล้วรวม 6,150 ดวง
โจทย์การวิจัยที่เป็นโฟกัสเรื่องของเราวันนี้ มิใช่เป็นเรื่องของการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงใหม่ แต่เป็นการตรวจสอบ-ศึกษา-วิเคราะห์ ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ถูกค้นพบแล้วกว่า 6,000 ดวงว่า มีดวงใดบ้าง ที่มีสภาพเหมาะสมสำหรับการเกิดขึ้นและการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต ซึ่งมีชื่อเรียกในวงการดาราศาสตร์ เป็น “ดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง” (ดู “กล้องพลาโต” ตามล่าหาดาวเคราะห์ “หนูน้อยผมทอง”) , ชัยวัฒน์ คุประตกุล , วิทยาศาสตร์ ทันโลก ทันชีวิต , ThaiPBS Sci & Tech , 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569)
อย่างสั้นๆ โดยทั่วไป ดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง เป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีสภาพเหมาะสม คือ เป็นดาวเคราะห์มีพื้นผิวเป็นดินหิน มีอุณหภูมิเหมาะสม (ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป) ทำให้น้ำในสภาพของเหลวคงอยู่ได้
โจทย์ตรงๆ ของการวิจัยเรื่องวันนี้ คือ วิเคราะห์ศึกษาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ถูกค้นพบมาแล้วทั้งหมดกว่า 6,000 ดวงว่า มีดวงใดบ้าง ที่มีแนวโน้มจะเป็นดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง
เพื่ออะไร ?
เพื่อเป็นเป้าหมายสำหรับการศึกษาอย่างละเอียดลึกขึ้นอีก
แค่ไหน ?
อาจถึงระดับที่จะบอกถึงรายละเอียดเชิงกายภาพของดาวเคราะห์หนูน้อยผมทองได้มากขึ้น เช่น สภาพทางธรณีวิทยา น้ำในสภาพของเหลว และบรรยากาศ จากการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีการสำรวจศึกษาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ดังเช่น กล้องโทรทรรศน์ยุคก้าวหน้า ทั้งกล้องโทรทรรศน์บนโลกและในอวกาศ
สำหรับวัตถุดิบหรือตัวอย่างสำหรับการวิจัยศึกษา คณะวิจัยใช้ 2 แหล่งใหญ่ คือ จากอีซา (ESA) องค์การอวกาศยุโรป และนาซา (NASA) องค์การอวกาศของสหรัฐอเมริกา
(1) จากอีซา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากมิชชันไกอา (Gaia Mission) ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศสำรวจทางช้างเผือกอย่างละเอียดที่สุด โดยสำรวจดาวฤกษ์เป็นจำนวนเกือบ 2 พันล้านดวง และมีการสำรวจศึกษา ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะด้วย
(2) จากนาซา ซึ่งมีภารกิจในการค้นหาและศึกษาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจหลักอยู่แล้ว และก็ได้มีฐานข้อมูลมากมายเพื่อการศึกษาวิจัยต่อ และคณะวิจัยก็ได้ใช้ข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ เกี่ยวกับดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ เป็นวัตถุดิบสำหรับการวิจัยศึกษาครั้งใหม่นี้

ดาวศุกร์กับดาวอังคาร ก็เป็นตัวอย่างสำหรับการศึกษาวิจัยใหม่ด้วย !
ในการวิเคราะห์ศึกษาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ถูกค้นพบแล้วกว่า 6,000 ดวง คณะวิจัยแบ่งจำนวน ดาวเคราะห์ที่ “ผ่านการคัดเลือก” ขั้นต้นแล้ว เป็น 3 กลุ่ม
กลุ่ม 1 : เป็นกลุ่มที่มีสภาพความเป็นดาวเคราะห์หนูน้อยผมทองมากที่สุด คือ ไม่ร้อน ไม่เย็น เกินไป
กลุ่ม 2 : เป็นกลุ่มที่ “ค่อนข้างร้อนมาก” คือ อยู่ใกล้ดาวฤกษ์ดวงแม่ค่อนข้างมาก แต่ก็ยังอยู่ในกรอบ (ที่ขอบๆ) ของย่านหนูน้อยผมทอง (Goldilocks zone)
กลุ่ม 3 : เป็นกลุ่มที่ “ค่อนข้างเย็นมาก” คือ อยู่ไกลจากดาวฤกษ์ดวงแม่ค่อนข้างมาก แต่ก็ยังอยู่ในกรอบ (ที่ปลายๆ) ของย่านหนูน้อยผมทอง
ดาวศุกร์ จึงเป็น “ตัวอย่าง” ที่คณะวิจัยใช้ประกอบการศึกษาด้วย เพราะเป็นตัวอย่างของดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก ถัดจากโลก จึงมีอุณหภูมิสูง คือ ร้อน แต่ในอดีต หรือแม่แต่ในปัจจุบัน จึงอาจจะมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้
ดาวอังคาร เป็นตัวอย่างดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ออกไป ถัดจากโลก และจึงมีอุณหภูมิต่ำ คือ หนาวเย็น แต่ก็อาจจะเคยมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้น และแม้แต่ในปัจจุบัน ก็อาจจะยังมีสิ่งมีชีวิตระดับเล็กมากๆ อยู่
นอกเหนือไปจากดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่แยกเป็น 3 กลุ่ม และดาวศุกร์กับดาวอังคาร ที่คณะวิจัยจับเป็นตัวอย่างการศึกษาแล้ว คณะวิจัยก็ยังวิเคราะห์ศึกษาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ที่มีวิถีโคจรรอบดาวฤกษ์ดวงแม่แบบเป็นวงรีมาก จนกระทั่งมีช่วงเวลาที่ร้อน-เย็นแบ่งได้เป็น 5 ช่วง คือ
(1) ช่วงอบอุ่นพอดี (2) ช่วงค่อนข้างร้อนมาก (3) ช่วงค่อนข้างเย็นมาก (4) ช่วงร้อนมาก และ (5) ช่วงเย็นมาก…

ผลการวิจัย : “หลัก” และ “พิเศษ”
ชื่อเรื่องผลการทำงานของคณะนักวิจัยที่ตีพิมพ์ คือ “Probing the limits of hospitability : a catalogue of rocky exoplanets in the habitable zone” (“สำรวจขีดจำกัดความเป็นที่อาศัยอยู่ได้ : บัญชีรายชื่อของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเป็นหินในย่านหนูน้อยผมทอง) บ่งบอกถึงความเข้มข้นของการตรวจสอบค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ
เข้มข้นอย่างไร ?
คณะวิจัยใช้ทั้ง 2 เกณฑ์ คือ
(1) เกณฑ์ระดับทั่วไป เน้นระยะห่างจากดาวฤกษ์ดวงแม่ถึงตำแหน่งเป็นย่านหนูน้อยผมทอง และ...
(2) เกณฑ์ระดับ 3 มิติ เพิ่มจากระยะทาง (ผลต่ออุณหภูมิ) เป็นปัจจัยเกี่ยวกับบรรยากาศ การเคลื่อนไหวของสภาพภูมิอากาศ รวมถึงระดับของรังสี เช่น อินฟราเรด , อัลตราไวโอเลต , รังสีเอกซ์ และอื่นๆ จากดาวฤกษ์ดวงแม่
จากผลการวิเคราะห์ศึกษาตัวอย่างดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะทั้งหมด คณะวิจัยแยกผลการศึกษาเป็น 2 บัญชี คือ
หนึ่ง : บัญชีหลัก จำนวน 45 ดวง
สอง : บัญชีพิเศษ จำนวน 24 ดวง

ผลการวิจัย : บัญชีหลัก (45 ดวง)
จากตัวอย่างดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะทั้งหมดกว่า 6,000 ดวง คณะวิจัยคัดออกมาได้ 45 ดวง ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ที่จะเป็นดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง ตามเงื่อนไขหลัก คือ อยู่ห่างไกลจากดาวฤกษ์ดวงแม่ที่ไม่ใกล้หรือไกลเกินไป
ตัวอย่างดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะในบัญชีรายชื่อหลัก และน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะอยู่ห่างไกลจากโลกไม่มาก มี เช่น
*Proxima Centauri อยู่ห่างจากโลกประมาณ 4.2 ปีแสง
*TRAPPIST-1f อยู่ห่างจากโลกประมาณ 40 ปีแสง
*LHS 1140 b อยู่ห่างจากโลกประมาณ 48 ปีแสง
*TOI-175 e อยู่ห่างจากโลกประมาณ 50 ปีแสง
แล้วก็มีอีกดังเช่น Kepler-186 f อยู่ห่างไกลจากโลกออกไปมากกว่า 4 ดวงที่กล่าวถึงไปแล้ว คือ ระหว่าง 500-580 ปีแสง
ผลการวิจัย : บัญชีพิเศษ (24 ดวง)
อย่างตรงๆ ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ถูกจัดให้อยู่ในบัญชีพิเศษ หมายถึง ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ที่ยังมีความเป็นไปได้จะเป็นดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง แต่ไม่ชัดเจนเท่าที่อยู่ในบัญชีหลัก
ดาวเคราะห์ในบัญชีพิเศษทั้ง 24 ดวง เป็นดาวเคราะห์อยู่ที่ขอบใน (ของย่านหนูน้อยผมทอง) ใกล้ดาวฤกษ์ดวงแม่มากที่สุด และอยู่ที่ขอบนอก (ของย่านหนูน้อยผมทอง) ไกลจากดาวฤกษ์ดวงแม่มากที่สุด รวมถึงดาวเคราะห์ที่มีวิถีโคจรเป็นแบบวงรีมาก
การคัดสรรดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มาอยู่ในบัญชีพิเศษนี้ ยุ่งยากและซับซ้อนกว่าการคัดเลือกหาดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง (ในบัญชีหลัก) เพราะมีตัวแปรเพิ่มมากขึ้น ความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น และคณะวิจัยต้องใช้เกณฑ์การคัดเลือกดาวเคราะห์หนูน้อยผมทองแบบ 3 มิติ
ตัวอย่างดาวเคราะห์หนูน้อยผมทอง ในบัญชีพิเศษที่อยู่ใกล้ดาวฤกษ์ดวงแม่มาก มีเช่น K2-239 d , TOI-700 e และ Wolf 106 c
ส่วนตัวอย่างในบัญชีพิเศษ ที่อยู่ไกลจากดาวฤกษ์ดวงแม่ออกไป มีเช่น TRAPPIST-1g , Kepler-441b และ GJ-102

ผลการวิจัย : ก้าวต่อไป
ก้าวต่อไปจากผลงานการวิจัยที่เป็นโฟกัสเรื่องวันนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนของคณะวิจัย และส่วนของวงการดาราศาสตร์ทั่วไป
สำหรับส่วนของคณะวิจัย มี 2 ภารกิจที่จะเจาะทำต่อไป คือ
(1) เลือกดาวเคราะห์หนูน้อยผมทองในบัญชีหลักบางดวง เพื่อเจาะศึกษาอย่างลงลึกขึ้นไปอีก ซึ่งในรายงานได้เลือกเพื่อเจาะศึกษาต่อแล้ว 2 ดวง คือ TRAPPIST-1e และ TOI-715 b
(2) ศึกษาตรวจสอบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะในบัญชีพิเศษ เพื่อความแน่ชัดมากขึ้นว่า จะเลื่อนระดับความเป็นดาวเคราะห์หนูน้อยผมทองที่แน่ชัดขึ้นอีกได้หรือไม่ ?
สำหรับวงการดาราศาสตร์ทั่วไป ก็มี 2 ส่วนสำคัญ
(1) เป็นเป้าหมายและนำทางสำหรับกล้องโทรทรรศน์ และโครงการค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ทั้งที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เวบบ์ และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งในอวกาศและบนพื้นโลก เช่น
*กล้องโทรทรรศน์อวกาศแนนซี เกรซ โรมัน (Nancy Grace Roman Space Telescope)
*กล้องโทรทรรศน์ใหญ่มาก (The Extremly Large Telescope) มีกำหนดจะเริ่มทำงานปี ค.ศ. 2027
*หอดูดาวหนูน้อยผมทอง (The Habitable Worlds Observatory) มีกำหนดจะถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในปี ค.ศ. 2029

ผลการวิจัยกับภาพยนตร์ Projet Hail Mary
Projet Hail Mary เป็นภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ประเภทฮาร์ดไซไฟ (hard sci-fi) นำแสดงโดย ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling) สร้างจากนิทานวิทยาศาสตร์ชื่อเดียวกัน เขียนโดย แอนดี เวียร์ (Andy Weir)
แอนดี เวียร์ เป็นนักเขียนชาวอเมริกัน เริ่มต้นเขียนนิยายวิทยาศาสตร์และอื่นๆ ตั้งแต่สมัยเป็นหนุ่มวัยยี่สิบ (ปัจจุบันอายุ 53 ปี) ส่วนใหญ่เผยแพร่ในเว็บไซต์ มีผลงานนิยายวิทยาศาสตร์ตีพิมพ์เป็นเล่มครั้งแรกในปีค.ศ. 2011 กับเรื่อง The Mantian ได้รับการถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน นำแสดงโดย แมตต์ ดามอน (Matt Damon) ออกฉายปี ค.ศ. 2015 และก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้ทั้ง “เงิน” และ “กล่อง”
นิยายวิทยาศาสตร์เรื่องที่สองของ แอนดี เวียร์ คือ Nemesis (เรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์บนดวงจันทร์) ตีพิมพ์เป็นเล่ม ค.ศ. 2017 ปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการสร้างเป็นภาพยนตร์
นิยายวิทยาศาสตร์เรื่องที่สามของ แอนดี เวียร์ ก็คือ Project Hail Mary ตีพิมพ์เป็นเล่ม ค.ศ. 2021

ภาพยนตร์ Project Hail Mary เป็นเรื่องของพระเอก ไรแลนด์ เกรซ (Ryland Grace) ครูสอนวิทยาศาสตร์ฮีโร่ (อย่างไม่สมัครใจ) ที่ต้องเดินทางไปกับยาน Hail Mary สู่ดาวเทา เซติ (Tau Ceti) ด้วยภารกิจกู้โลกให้ “รอดตาย” จากดวงอาทิตย์ที่กำลัง “อับแสง” ลงเพราะถูกจุลชีพนอกโลกเรียก แอสโตรเฟจ (Astrophage) ดูดกินพลังงาน ในขณะที่ เทา เซติ เป็นดาวฤกษ์ดวงเดียวในบรรดาดาวฤกษ์ใกล้เคียงที่ไม่ถูกแอสโตรเฟจกิน
ในระหว่างการเดินทาง ไรแลนด์ เกรซ พบกับ เอเลียน 5 ขา จากดาวเคราะห์บริวารของดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง ที่กำลังเผชิญกับชะตากรรมเช่นเดียวกับโลกและดวงอาทิตย์ จึงถูกส่งไปที่ เทา เซติ ด้วยภารกิจเดียวกับ ไรแลนด์ เกรซ
Project Thil Mary ไม่ใช่ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ฟอร์มยักษ์แอ็กชันผจญภัย แต่เป็นภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ ที่เน้นเรื่องราวของการแก้ปัญหาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์และมิตรภาพระหว่างมนุษย์ต่างดาวต่างโลก
ภาพยนตร์ Project Hail Mary ได้รับการต้อนรับอย่างดี จากทั้งรายได้และคำวิจารณ์ รวมทั้งวงการวิทยาศาสตร์ นาซา และคณะวิจัยผลงานการวิจัยที่เป็นโฟกัสเรื่องวันนี้ด้วย

ศาสตราจารย์ลิซา คาลเทนเนกาเกอร์ กล่าวถึงภาพยนตร์ Project Hail Mary ว่า “ดังแสดงอย่างสวยงามใน Project Hail Mary ชีวิตอาจมีความหลากหลายชวนพิศวงเกินกว่าที่เรากำลังคิดกัน ดังนั้น จากดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะกว่า 6,000 ดวง การค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่น่าจะเป็นบ้านเกิดของสิ่งมีชีวิตบนโลก (ดังในภาพยนตร์) อาจสำคัญมิใช่กับ ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling ผู้รับบทเป็น ไรแลนด์ เกรซ) เท่านั้น”
ศาสตราจารย์ลิซา คาลเทนเนกเกอร์ กล่าวอีกว่า “รายงานของเรา บอกให้ว่า เป้าหมายการเดินทาง เพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิต ควรจะเป็นที่ไหน ถ้าจะมีการสร้างยานอวกาศ Hail Mary ขึ้นมาจริงๆ”
สำหรับวงการหนังสือ ความสำเร็จและคำวิจารณ์ที่ดีต่อภาพยนตร์ ทำให้หนังสือ Project Hail Mary กลับมาเป็น “Best Seller” อันดับหนึ่ง ของ The New York Times Best Selles อีกด้วย สำหรับหนังสือประเภทเรื่องแต่ง

วิทยาศาสตร์กับจินตนาการ
วิทยาศาสตร์กับจินตนาการ คู่หูที่ขาดกันไม่ได้ !
ผลงานการวิจัยที่ผู้เขียนนำมาเล่าสู่ท่านผู้อ่านวันนี้ เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์จริง !
ภาพยนตร์ Project Hail Mary เป็นเรื่องจินตนาการของจริง !
ความมหัศจรรย์และความงามที่คาดไม่ถึง เกิดขึ้นได้จริง จากการ “จับมือกัน” ของวิทยาศาสตร์จริง กับจินตนาการของจริง !
ผู้เขียนตั้งความหวัง...อย่างเชื่อมั่นว่า...จากทั้งวิทยาศาสตร์จริง และจินตนาการของจริง จะได้เห็นคำตอบที่แน่ชัด...และน่าทึ่ง...อย่างที่สุด สำหรับคำถาม “มีใครอีกไหมในจักรวาล ?”
แล้วท่านผู้อ่านล่ะครับ คิดอย่างไร ?
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









