หลังจากที่รอคอยมานานกันมากกว่า 10 ปี กับหุ่นยนต์ Rosalind Franklin ของโครงการ ExoMars ที่เลื่อนมาตั้งแต่ปี 2018 ในตอนนี้ทาง ESA ได้ร่วมมือกับทาง NASA และพร้อมนำส่งสู่ดาวอังคารในปี 2028
เอ็กโซมาร์ส (ExoMars) เป็นโครงการสำรวจดาวอังคารขององค์กรอวกาศยุโรป (ESA) ระดับเมกาโปรเจกต์ มีแผนเดินทางไปสำรวจตามหาหลักฐานของชีวิตบนดาวอังคาร โครงการ นี้แบ่งออกเป็นสองระยะ ระยะแรกประกอบด้วยยานสองลำ ได้แก่ยานโคจรรอบดาวอังคารสำหรับตรวจวัดร่องรอยก๊าซ (Trace Gas Orbiter หรือ TGO) และยานทดสอบระบบลงจอดสเคียพาเรลลี (Schiaparelli EDM lander) ซึ่งเดินทางไปถึงดาวอังคารตั้งแต่ปี 2016 ส่วนระยะที่สองมีแผนส่งหุ่นยนต์โรซาลินด์ แฟรงคลิน (Rosalind Franklin) ไปลงบนพื้นผิวของดาวอังคารเพื่อตามหาหลักฐานของสิ่งมีชีวิตในปี 2018

ภารกิจดูเหมือนจะไปได้ดี แต่ยานสเคียพาเรลลีพุ่งชนพื้นผิวของดาวอังคารในปี 2016 ต้องมีการปรับเปลี่ยนระบบลงจอดของยานโรซาลินด์ แฟรงคลิน ใหม่และเลื่อนกำหนดส่งออกไปเป็นปี 2020 แต่แล้วก็เจอกับสถานการณ์โควิดและวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ความร่วมมือทั้งหมดต้องหยุดชะงักจนเกือบทำให้โครงการเอ็กโซมาร์สเกือบถึงจุดจบ
เดิมทีโครงการนี้ ESA ได้รัสเซียเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร แต่หลังจากการรุกรานของรัสเซียในสงครามยูเครนแล้ว สภาพของโครงการไม่สามารถไปต่อได้ เนื่องจากทางยุโรปต้องพึ่งพารัสเซียในเรื่องของจรวดที่ใช้ในการนำส่งหลัก ระบบลงจอด ระบบรักษาระดับอุณหภูมิ ทำให้โครงการถูกพับไป กว่าที่สภาของประเทศต่าง ๆ ในสหภาพยุโรปจะมีการพูดถึงภารกิจโรซาลินด์ แฟรงคลินอีกครั้งคือเมื่อช่วง 2024 เป็นต้นมา
โรซาลินด์ แฟรงคลินเป็นหุ่นยนต์หกล้อ ชื่อโครงการตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่นักวิทยาศาสตร์หญิงผู้ถ่ายภาพผลึกดีเอ็นเอด้วยรังสีเอกซ์และนำมาสู่การค้นพบโครงสร้างเกลียวคู่ของดีเอ็นเอ หุ่นยนต์โรซาลินด์ แฟรงคลินนับว่าเป็นจุดสำคัญของโครงการเอ็กโซมาร์ส มีเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ในการค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตทางชีวภาพในอดีตทั้งบนพื้นผิวและใต้พื้นผิวของดาวอังคาร ตัวหุ่นยนต์ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมให้มีหัวเจาะที่สามารถขุดลงไปใต้พื้นผิวดาวอังคารได้ลึกถึงสองเมตร เพื่อเก็บตัวอย่างดินที่รอดพ้นจากการทำลายของรังสีคอสมิกบนพื้นผิว

หลังจากที่หายเงียบไปเกือบสิบปี ทาง ESA ได้กลับมาดำเนินการต่อกับหุ่นยนต์โรซาลินด์ แฟรงคลินอีกครั้งหนึ่ง ในคราวนี้ทาง ESA ได้ประกาศความร่วมมือกับทาง NASA ในเรื่องของระบบลงจอด ระบบทำความร้อนด้วยกัมมันตรังสี (radioisotope heater units) และจรวดนำส่ง ภารกิจนี้ตัดสินใจจะใช้จรวด Falcon Heavy ของทาง SpaceX นำส่งหุ่นยนต์ไปยังดาวอังคารในปี 2028
ครั้งนี้เห็นบทบาทของ NASA ว่าไม่ได้อยู่ในฐานะของผู้ให้คำแนะนำเหมือนกับโครงการอื่น ๆ แต่เป็นในฐานะผู้สนับสนุนและลงมือช่วยเหลือผ่านการมอบอุปกรณ์และเทคโนโลยีให้กับโครงการโรซาลินด์ แฟรงคลิน อุปกรณ์แต่ละชนิดที่ NASA จะส่งมอบให้ล้วนมีความสำคัญต่อโครงการ ซึ่งรวมถึงจรวด Falcon Heavy ก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการบริหารการปล่อยยานอวกาศ (Launch Services Program) ของ NASA ด้วยเหมือนกัน การช่วยเหลือของ NASA ในครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการกอบกู้โครงการโรซาลินด์ แฟรงคลินให้กลับมาดำเนินการต่อได้อีกครั้ง

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ภารกิจนี้จะเป็นครั้งแรกของ Falcon Heavy ในการส่งยานอวกาศไปยังดาวอังคารของ แม้ก่อนหน้านี้ตัวจรวดจะมีภารกิจที่ส่งยานอวกาศไปดาวพฤหัสบดีโดยใช้ดาวอังคารเพื่อเร่งความเร็ว แต่ภารกิจนี้นับว่าเป็นภารกิจแรกของ SpaceX ที่จะส่งยานไปลงจอดที่ดาวอังคารจริง ๆ
การขยับตัวครั้งนี้ถือว่าสำคัญมากสำหรับเกมการเมืองระหว่างประเทศเนื่องจากประเทศจีนขณะนี้ก็เป็นหนึ่งในประเทศพันธมิตรกับ ESA และมีประสบการณ์ลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารอยู่แล้วด้วย การที่ ESA เลือก NASA สำหรับภารกิจ เปรียบเสมือนกับการเลือกพันธมิตรที่อยู่ด้วยกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีต
การกลับมาเดินหน้าของโครงการนี้นอกจากจะเป็นการสานต่อเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของทวีปยุโรปแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระดับนานาชาติในการก้าวข้ามอุปสรรคทางเทคโนโลยีและการเมือง เพื่อมุ่งสู่การค้นหาคำตอบเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตนอกโลก
เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : NASA
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









