บริษัทสตาร์ตอัปจากประเทศอินเดียพัฒนาอุปกรณ์ทำอาหาร โดยใช้พลังงานสะอาด “พลังงานไฮโดรเจน” เป็นเชื้อเพลิงในการประกอบอาหาร ที่สามารถให้พลังงานและเปลวไฟสำหรับทำอาหารได้นานหลายชั่วโมง
เตาปรุงอาหารขนาดกะทัดรัดใช้พลังงานไฮโดรเจน เพียงแค่เสียบปลั๊กก็สามารถใช้งานได้ทันที ใช้ได้ทั้งกับในครัวเรือนและครัวเชิงพาณิชย์ โดยใช้น้ำปริมาณ 100 มิลลิลิตรในการผลิตไฮโดรเจน อุปกรณ์นี้ไม่ต้องมีพื้นที่ในการจัดเก็บพลังงาน เพราะสามารถเปลี่ยนน้ำเป็นพลังงานได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ประหยัดพื้นที่จัดเก็บของอุปกรณ์และมีความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น

เปลี่ยนน้ำเป็นไฮโดรเจน
เตาพลังงานไฮโดรเจนนี้ จะใช้วิธีการแยกน้ำด้วยไฟฟ้าโดยใช้เยื่อแลกเปลี่ยนโปรตอน (Proton Exchange Membrane electrolysis) เพื่อผลิตไฮโดรเจนจากน้ำ เทคโนโลยีนี้ใช้ไฟฟ้าในการแยกน้ำออกเป็นไฮโดรเจนและออกซิเจนที่มีความบริสุทธิ์สูง ซึ่งสารอิเล็กโทรไลต์พอลิเมอร์แข็งจะช่วยให้โปรตอนผ่านได้ในขณะที่แยกไฮโดรเจนและออกซิเจนออกจากกัน โดยไฮโดรเจนจะกลายเป็นเชื้อเพลิงที่ใช้งานได้ทันที ส่วนออกซิเจนจะถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ
ใช้งานได้ยาวนาน 6 ชั่วโมง
เพียงเสียบปลั๊กก็สามารถใช้งานเตาปรุงอาหารไฮโดรเจนได้ทันที โดยใช้น้ำกลั่นหรือน้ำที่ผ่านกระบวนการรีเวิร์สออสโมซิส (Reverse Osmosis: RO) แล้วประมาณ 100 มิลลิลิตร และไฟฟ้าประมาณ 1 กิโลวัตต์ เพื่อให้สามารถปรุงอาหารได้ ซึ่งสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 6 ชั่วโมง ในขณะที่เตาแม่เหล็กไฟฟ้าทั่วไปมีกำลังไฟ 1.5 - 2 กิโลวัตต์ ซึ่งหากต้องการปรุงอาหารในเวลา 6 ชั่วโมงเท่ากัน เตาแม่เหล็กไฟฟ้าทั่วไปจะใช้พลังงานถึง 9 - 12 กิโลวัตต์ จึงทำให้เตาไฮโดรเจนเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการประหยัดค่าไฟฟ้า

เตาปรุงอาหารระบบไฮโดรเจนไม่มีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการจัดเก็บหรือการกระจาย เนื่องจากการกำหนดค่ามาตรฐานนั้นเครื่องแยกน้ำด้วยไฟฟ้าจะเชื่อมต่อโดยตรงกับเตาทำอาหาร ทำให้การผลิตและใช้งานไฮโดรเจนทำได้แบบเรียลไทม์ ไม่จำเป็นต้องมีที่จัดเก็บ ระบบสามารถผลิตไฮโดรเจนตามความต้องการใช้งานกับเตาปรุงอาหารได้โดยตรงไม่ต้องกระจายไปที่อื่น ทั้งนี้หากต้องการจัดเก็บก็สามารถทำได้ เพราะระบบถูกออกแบบให้สามารถผลิตไฮโดรเจนแล้วนำไปใช้ในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้งานสูงสุดได้เรียบ
เรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร
ที่มาข้อมูล: newatlas, pv magazine, yahoo, interestingengineering
ที่มาภาพ: pv-magazine, greenvize
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









