เป็นข่าวที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจ กรณีหลายประเทศในยุโรป เกิด Heatwave หรือ “คลื่นความร้อน” บางแห่งอุณหภูมิทะยานไปถึง 40 องศา ตัวแปรหนึ่งที่ทำให้เกิดคลื่นความร้อน นั่นคือ ปรากฎการณ์ Heat Dome ทำให้อากาศร้อนไม่เคลื่อนตัวไปไหน ปรากฎการณ์นี้มีที่มาอย่างไร ชวนหาคำตอบจากบทความนี้
ที่มาของการเกิด คลื่นความร้อน (Heatwave)
Heatwave หรือ คลื่นความร้อน คือปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่อากาศในพื้นที่หนึ่ง ๆ มีอุณหภูมิพุ่งสูงกว่าปกติ เมื่อเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นที่นั้น ๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยสภาพอากาศร้อนจัดนี้ จะลากยาวต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายวัน
คลื่นความร้อนเกิดได้ทั้งประเทศในแถบร้อนและแถบหนาว หากเป็นประเทศในเขตร้อน อุณหภูมิจะพุ่งสูงกว่า 40 – 45 องศาเซลเซียส แต่หากเป็นประเทศในเขตหนาวเย็น อุณหภูมิจะสูง 35 – 40 องศาเซลเซียส ซึ่งจัดว่าเป็นความร้อนที่ไม่ปกติสำหรับผู้คนในพื้นที่ดังกล่าว และมีความอันตรายอย่างมาก
สาเหตุของการเกิดคลื่นความร้อน (Heatwave)
ที่มาของคลื่นความร้อน (Heatwave) เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น
- ลมมรสุมหอบความร้อน เป็นลมที่พัดผ่านทะเลทรายหรือพื้นที่แห้งแล้ง หอบเอาอากาศร้อนจัดเข้ามาสะสมในอีกพื้นที่หนึ่ง
- ภาวะโลกร้อน (Climate Change) ถือเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดคลื่นความร้อน (Heatwave) ถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น และยาวนานกว่าในอดีต
- ระบบความดันอากาศสูง โดยอากาศที่จมตัวลงจากความดันสูง จะแช่นิ่งเป็นเวลานาน เกิดลักษณะเป็นฝาชีที่ครอบเอาความร้อนเอาไว้ เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า Heat Dome
ปรากฎการณ์ Heat Dome ตัวแปรสำคัญเกิดคลื่นความร้อน (Heatwave)
Heat Dome เป็นตัวแปรหนึ่งที่ทำให้เกิดคลื่นความร้อน โดยเป็นปรากฎการณ์ทางสภาพอากาศที่เกิดจากระบบความดันอากาศสูงในบรรยากาศชั้นบน กดทับกับมวลอากาศร้อนเอาไว้ให้อยู่ในพื้นที่หนึ่งเป็นระยะเวลานาน ลักษณะคล้ายฝาชี หรือ “โดม” ครอบอุณหภูมิสูงเอาไว้
กลไกของการเกิด Heat Dome จะเกิดขึ้นจากระบบความดันสูงในบรรยากาศชั้นบน ดันให้อากาศจมตัวลงมา เมื่ออากาศบีบอัดให้จมลงสู่พื้นผิวโลก อุณหภูมิของมวลอากาศนั้น จะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในคราวเดียวกัน ผืนดินที่ร้อนจัด จะแผ่ความร้อนกลับขึ้นสู่ท้องฟ้า ทว่าไม่สามารถลอยตัวออกไปได้ เพราะโดนแรงกดจากความดันสูงที่ดันกลับลงมา แถมยังส่งผลให้ก้อนเมฆสลายตัวออกไป แสงแดดสามารถส่องลงมากระทบพื้นผิวโลกได้อย่างเต็มที่ อุณหภูมิที่บริเวณพื้นผิวโลกจึงยิ่งสูงขึ้นอย่างมาก
หากเปรียบเทียบง่าย ๆ Heat Dome คือฝาหม้อที่ปิดความร้อนเอาไว้ ส่วน Heatwave คือไอร้อนจัดที่ระอุอยู่ข้างในหม้อ ดังนั้น เมื่อไรที่เกิดปรากฏการณ์ Heatwave หรือคลื่นความร้อน ที่รุนแรงและกินเวลานานผิดปกติ เบื้องหลังมักจะมี Heat Dome เสมือนเป็นฝาชี ครอบความร้อนนั้นเอาไว้ไม่ให้ไปไหนนั่นเอง
ลักษณะของ Heatwave (คลื่นความร้อน) ที่เป็นผลมาจาก Heat Dome เป็นอย่างไร
ลักษณะของ Heatwave หรือคลื่นความร้อน ที่เกิดจาก Heat Dome มักจะมีความรุนแรงและอันตรายกว่าปกติ โดยมีข้อสังเกตคือ
- อากาศร้อนยาวนานกว่าปกติ โดยลักษณะความดันสูงของ Heat Dome มักจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ นานเป็นสัปดาห์ ทำให้คลื่นความร้อนในพื้นที่นั้นลากยาว ไม่ยอมสิ้นสุดง่าย ๆ
- ความร้อนทวีคูณขึ้น อากาศที่ถูก Heat Dome กดทับลงมา จะถูกบีบอัดจนอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งแดดส่องซ้ำ เนื่องจากไม่มีเมฆ อุณหภูมิของคลื่นความร้อนจะพุ่งสูงขึ้นไปอีก
- ลมไม่ช่วยระบายอากาศร้อน เนื่องจากภายใต้ Heat Dome ลมจะสงบนิ่ง ทำให้อุณหภูมิความร้อน สูงอยู่ตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน ร่างกายของเราจึงแทบไม่มีโอกาสได้พักจากความร้อนเลย
ยุโรปกำลังประสบภาวะคลื่นความร้อน (Heatwave)
นับถึงตอนนี้ (มิถุนายน 2569) หลายประเทศในแถบยุโรป กำลังประสบกับคลื่นความร้อนสูง (Heatwave) โดยปัจจัยหลัก ๆ คือเกิดจาก Heat Dome หรือระบบความดันสูงขนาดใหญ่ เคลื่อนเข้ามาครอบคลุมพื้นที่เอาไว้ ส่งผลให้หลายพื้นที่ในยุโรป ต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนสูง และคงอยู่เป็นเวลานาน
- สหราชอาณาจักร ได้ออกประกาศเตือนภัยความร้อนจัด ในพื้นที่ตอนกลาง ตอนใต้ของอังกฤษ และเวลส์ นอกจากนี้ยังเผชิญกับสภาวะ Tropical Nights โดยอุณหภูมิตอนกลางคืนไม่ลดต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ร่วมกับมีความชื้นสูง
- ฝรั่งเศส กำลังเผชิญวิกฤตคลื่นความร้อน (Heatwave) บางเมืองมีอุณหภูมิสูงกว่า 42 องศาเซลเซียส จนเกิดภาพที่ประชาชนพากันหลั่งไหลไปคลายร้อนตามแหล่งน้ำ
- สเปน บางพื้นที่มีอุณหภูมิสูงสุดถึง 44 องศาเซลเซียส ทางการประกาศเตือนภัยระดับสีส้มและสีแดงใน 13 ภูมิภาคทั่วประเทศ นอกจากนี้ ในอิตาลี เยอรมนี เบลเยียม และโปรตุเกส ต่างก็ได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อนระลอกนี้เช่นกัน โดยอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส
การดูแลร่างกายเมื่อต้องประสบกับคลื่นความร้อน (Heatwave)
อาการผิดปกติเมื่อต้องเจอกับภาวะคลื่นความร้อน (Heatwave) คือ โรคเพลียแดด (Heat Exhaustion) และโรคลมแดด (Heatstroke) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น ควรดูแลร่างกาย และรู้แนวทางปฏิบัติ เพื่อป้องกันภาวะเจ็บป่วยจากความร้อน
- ควรจิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน รวมทั้งหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์, ชา, กาแฟ
- ทานอาหารย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหารโปรตีนสูงและไขมันสูง เพราะจะเพิ่มความร้อนในกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย
- อยู่ในที่ร่ม ลดความร้อนเข้าบ้าน ปิดม่าน บังแดด หรือปิดหน้าต่างฝั่งที่โดนแสงแดดโดยตรง เพื่อไม่ให้ความร้อนสะสมในอาคาร
- ใช้พัดลมอย่างระมัดระวัง หากอุณหภูมิห้องสูงเกิน 35 องศาเซลเซียส การเปิดพัดลมเป่าตัวโดยตรงจะไม่ช่วยให้เย็นลง แต่จะทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นและผิวแห้งเร็วขึ้น ควรใช้พัดลมช่วยระบายอากาศร่วมกับการใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว
- เลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสม สวมเสื้อผ้าสีอ่อน หลวม น้ำหนักเบา และระบายอากาศได้ดี
- ปกป้องผิวจากแสงแดด หากจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง ให้สวมหมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง
- หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหนักกลางแจ้ง งดการออกกำลังกายหรือทำงานหนักกลางแดดจัด
Heatwave เป็นปรากฎการณ์ที่มีผลอันตรายต่อชีวิตผู้คน ปัจจัยหนึ่งที่ไม่อาจละเลยได้ คือ ปัญหา Climate Change หรือสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงไป จนเป็นที่มาของ “ความผิดปกติ” เหล่านี้ จึงถือเป็น “วาระสำคัญ” ที่ทุกคนบนโลกนี้ ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาให้หมดไป
อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ









