กาแฟใส่น้ำตาลกรุบกริบที่จิบพร้อมปาท่องโก๋จิ้มนมข้นเยิ้ม ๆ หรือสารพัดของหวานที่เราหยิบเข้าปากอย่างแฮปปี้.. จริงๆ แล้วมันคือผลลัพธ์ของการเดินทางอันยาวไกล ตั้งแต่ในไร่ ผ่านกระบวนการนับไม่ถ้วน ก่อนจะมาเป็นความสุขแสนหวานที่วางอยู่ตรงหน้าเราในทุก ๆ วัน
ความหวานจากน้ำตาลอ้อยที่เราคุ้นลิ้น มีเบื้องหลังเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ มูลค่ากว่า 1.8 แสนล้านบาทต่อปี (รายงานปี 2567 จากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย) และสิ่งที่น่าสนใจคือ ปี 2568/69 สถิติการตัดอ้อยสดพุ่งสูงถึง 90 ล้านตัน ส่วนอ้อยเผาลดลงเหลือประมาณ 3 ล้านตัน ช่วยเซฟโลกจากฝุ่น PM 2.5 ได้กว่า 5,000 ตัน และรักษาพื้นที่เกษตรจากการถูกเผาไปได้กว่า 1 ล้านไร่
แต่พอซูมออกมาในแผนที่ดาวเทียม ข้อมูลจาก Suomi NPP วันที่ 25 มีนาคม 2569 พบว่าไทยยังพบจุดความร้อนถึง 2,018 จุด โดยพื้นที่เกษตรอยู่ที่ 99 จุด ซึ่งเป็นเหมือนสัญญาณเตือนว่า ภารกิจความหวานรักษ์โลกนี้ยังมีโจทย์หินให้แก้กันต่อ
แล้วทำไมไฟในพื้นที่เกษตรถึงยังไม่ดับสนิท คำตอบคือหน้างานจริงที่เกษตรกรต้องเจออาจไม่ง่ายเลยก็ได้ อย่างเช่นอ้อย พืชตัดยากใบแหลมคม กอเบียดแน่นจนแทบเดินเข้าไม่ถึง บางแปลงรถตัดคันใหญ่ก็ยังเข้าถึงลำบาก แถมแรงงานตัดอ้อยก็เป็นอีกต้นทุนที่ต้องแบกรับ การเผาจึงเป็นทางลัด ซึ่งแลกมาด้วยฝุ่น PM 2.5 ลอยอยู่ในอากาศที่เราทุกคนต้องหายใจร่วมกัน
และแน่นอนทางลัดนี้ไม่ใช่ทางเดียวที่เรามี เพราะหัวใจสำคัญของความยั่งยืนเริ่มกันได้ตั้งแต่ในไร่ ด้วยการปรับวิธีปลูกให้มีระยะร่องกว้างพอ เพื่อให้รถตัดซอกซอนเข้าถึงไร่รายย่อยได้ง่ายขึ้น ซึ่งกรมวิชาการเกษตรแนะนำประมาณ 1.5 - 1.8 เมตร หรือจะเปลี่ยนใบอ้อยให้กลายเป็น “ทรัพยากร” ทั้งเอามาคลุมดินรักษาความชื้น หรืออัดเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลขายเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้อีกทาง
อีกหนึ่งจิ๊กซอว์ที่มองข้ามไม่ได้เลย คือการขยับตัวของโรงงาน ที่วันนี้มีหลายแห่งเริ่มชูธง Zero Waste แบบไม่ยอมให้เสียของ เช่น “กากอ้อย” ที่เหลือจากกระบวนการหีบเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้าใช้ในโรงงาน ส่วน “กากน้ำตาล” ถูกนำไปผลิตเอทานอล แถมในกระบวนการนี้ยังได้ “น้ำกากส่า” ที่ถูกส่งต่อเข้าโรงงาน Biogas เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าอีกชั้น
แต่ฟากสำคัญที่จะช่วยให้ลูปนี้รันไปได้แบบไม่สะดุด คือแรงหนุนจากนโยบายรัฐที่เข้าใจหน้างานจริง ทั้งงบหนุนเครื่องจักรและสวัสดิการที่จูงใจให้ชาวไร่กล้าเปลี่ยน
ส่วนผู้บริโภคอย่างเรา แค่เลือกทานหวานแต่พอดีควบคู่ไปกับความใส่ใจที่มาของวัตถุดิบ พลังเล็กๆ ของเราก็ช่วยส่งต่อลมหายใจที่สะอาดคืนสู่โลกได้แล้ว เพราะการกินของเรา เปลี่ยนโลกได้
ติดตามรายการ “จานนี้มีเรื่องโลก” ตอน น้ำตาล หวานคลุกฝุ่น และติดตามเบื้องหลังจานอาหารที่เชื่อมโยงเราและโลกได้ในรายการ “จานนี้มีเรื่องโลก” ทุกวันอาทิตย์ 10.00 น. ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 หรือชมสดทาง https://www.thaipbs.or.th/live
ดูเนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
- จานนี้มีเรื่องโลก ตอน มันคือแป้ง
- จานนี้มีเรื่องโลก ตอน นายดื้อยา กับน้องปลาเผา
- จานนี้มีเรื่องโลก ตอน กินผักเพราะรักษ์โลก









