นาฬิกาชีวิตของมนุษย์ยุคอวกาศจะเพี้ยนจากบรรพบุรุษเราแค่ไหน


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

Thai PBS Sci & Tech

Thai PBS
แชร์

นาฬิกาชีวิตของมนุษย์ยุคอวกาศจะเพี้ยนจากบรรพบุรุษเราแค่ไหน

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4200

นาฬิกาชีวิตของมนุษย์ยุคอวกาศจะเพี้ยนจากบรรพบุรุษเราแค่ไหน

มนุษย์เคยใช้ชีวิตตามแสงอาทิตย์ แต่ไฟฟ้า เมือง 24 ชั่วโมง การบินข้ามเวลา และอวกาศ ทำให้นาฬิกาชีวิตซับซ้อนขึ้น คำถามคือเมื่อต้องอยู่บน ISS ดวงจันทร์ หรือดาวอังคาร เราจะนอนตามเวลาไหน

มนุษย์วิวัฒนาการมากับโลกที่มีเช้า กลางวัน เย็น และกลางคืน แต่ประวัติศาสตร์ของเราไม่เคยหยุดอยู่แค่การตื่นเมื่อฟ้าสว่างและนอนเมื่อฟ้ามืด ตั้งแต่กองไฟ ไฟฟ้า เมือง 24 ชั่วโมง การเดินทางข้ามเขตเวลา ไปจนถึงสถานีอวกาศที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกหลายครั้งในหนึ่งวัน นาฬิกาชีวิตของมนุษย์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรม เทคโนโลยี และการออกแบบชีวิตร่วมกัน

บนโลก มนุษย์คุ้นเคยกับจังหวะของกลางวันและกลางคืนมาอย่างยาวนาน แสงอาทิตย์ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เรามองเห็น แต่เป็นสัญญาณสำคัญที่บอกให้ร่างกายรู้ว่าเมื่อใดควรตื่น เมื่อใดควรหลับ เมื่อใดควรกิน และเมื่อใดควรลดระดับการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย สิ่งนี้เรียกว่า นาฬิกาชีวภาพ หรือ Circadian Rhythm ซึ่งทำงานใกล้เคียงกับรอบ 24 ชั่วโมงของโลก

อย่างไรก็ตาม มนุษย์ไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ยอมทำตามท้องฟ้าอย่างเรียบง่ายเสมอไป ตั้งแต่การควบคุมไฟ มนุษย์ก็เริ่มขยายความหมายของกลางคืน กองไฟทำให้กลางคืนไม่ใช่เพียงเวลาของความมืดและอันตราย แต่กลายเป็นพื้นที่ของเรื่องเล่า ตำนาน พิธีกรรม และการอยู่ร่วมกัน ต่อมาไฟฟ้าได้ยืดกลางคืนให้ยาวขึ้นอีกหลายเท่า เมืองสมัยใหม่จึงไม่ได้หลับพร้อมดวงอาทิตย์อีกต่อไป

เมื่อมาถึงยุคอวกาศ คำถามเรื่องเวลายิ่งซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม หากอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ นักบินอวกาศอาจเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกหลายครั้งในหนึ่งวัน หากอยู่บนดวงจันทร์ กลางวันและกลางคืนไม่ได้ยาวเท่าบนโลก และหากเดินทางไปดาวอังคาร หนึ่งวันก็ยาวกว่าโลกเล็กน้อย พอเป็นแบบนี้ “มนุษย์จะออกแบบเวลาอย่างไร เมื่อธรรมชาติรอบตัวไม่ได้บอกเวลาแบบเดิมอีกต่อไป”

การก่อกองไฟของมนุษย์ช่วยยืดเวลากลางคืนให้ยาวนานขึ้น

การก่อกองไฟของมนุษย์ช่วยยืดเวลากลางคืนให้ยาวนานขึ้น

กลางคืนไม่เคยเป็นแค่ความมืด แต่เป็นสิ่งที่มนุษย์ออกแบบใหม่อยู่เสมอ

หากมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ กลางคืนของมนุษย์ไม่ได้มีความหมายเดียวกันตลอดเวลา สำหรับมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ กลางคืนอาจเป็นช่วงเวลาของความเสี่ยงจากสัตว์นักล่า ความหนาว และการมองเห็นที่จำกัด แต่การควบคุมไฟได้เปลี่ยนกลางคืนให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยมากขึ้น มนุษย์สามารถรวมกลุ่ม พูดคุย ถ่ายทอดประสบการณ์ และสร้างเรื่องเล่าที่ผูกผู้คนเข้าด้วยกัน

ในแง่นี้ กองไฟอาจเป็นเทคโนโลยีด้านเวลาอย่างหนึ่ง เพราะมันไม่ได้เพียงให้ความร้อนหรือแสงสว่าง แต่ทำให้มนุษย์ขยับขอบเขตของวันออกไปหลังพระอาทิตย์ตก การเล่าเรื่องรอบกองไฟจึงเป็นการเปิดโอกาสสู่การใช้กลางคืนเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรม เป็นเวลาที่มนุษย์ไม่ได้ทำงานหาอาหารโดยตรง แต่สร้างความหมายร่วมกัน

ต่อมา เมื่อแสงไฟจากน้ำมัน ก๊าซ และไฟฟ้าเข้ามา กลางคืนก็ถูกยืดออกอย่างเป็นระบบ เมืองเริ่มมีแสงสว่างบนถนน โรงงานทำงานเป็นกะ ร้านค้าเปิดดึก การเดินทางปลอดภัยขึ้น และชีวิตกลางคืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจ ความสะดวกเหล่านี้ทำให้มนุษย์ได้รับอิสระจากดวงอาทิตย์มากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ร่างกายของเรายังไม่ได้ตัดขาดจากสัญญาณของแสงและความมืด แสงไฟจึงไม่ใช่แค่เครื่องมือของอารยธรรม แต่เป็นสิ่งที่เข้าไปแตะระบบชีววิทยาของมนุษย์โดยตรง

ท้องฟ้ายามค่ำคืนคือสิ่งที่เป็นตัวตัดสินการพักผ่อนของมนุษย์มาโดยตลอด

ท้องฟ้ายามค่ำคืนคือสิ่งที่เป็นตัวตัดสินการพักผ่อนของมนุษย์มาโดยตลอด

มนุษย์อาจไม่ได้ถูกออกแบบมาให้นอนแบบเดียวกับที่เรานอนในปัจจุบัน

เมื่อพูดถึงการนอน เรามักคิดว่าการนอนที่ดีคือการนอนยาวรวดเดียวตลอดคืน แล้วตื่นขึ้นมาในตอนเช้า แต่มีงานศึกษาทางประวัติศาสตร์ที่เสนอว่า มนุษย์ในสังคมก่อนยุคอุตสาหกรรมจำนวนหนึ่งอาจมีรูปแบบการนอนแบบแบ่งช่วง หรือ Segmented Sleep โดยนอนช่วงแรกหลังค่ำ ตื่นขึ้นมากลางดึกเป็นเวลาหนึ่ง แล้วจึงกลับไปนอนช่วงที่สองจนถึงเช้า ในเอกสารยุโรปโบราณ มีการกล่าวถึงคำอย่าง First Sleep และ Second Sleep ซึ่งสะท้อนว่า การตื่นกลางดึกอาจเคยเป็นเรื่องปกติของชีวิตมนุษย์ ไม่ใช่ความผิดปกติอย่างที่หลายคนรู้สึกในปัจจุบัน

ช่วงเวลาระหว่างการนอนสองครั้งนั้นอาจถูกใช้กับกิจกรรมเงียบ ๆ เช่น สวดมนต์ อ่านหนังสือ พูดคุย หรือคิดทบทวนชีวิต ก่อนที่แสงไฟสมัยใหม่ ตารางงานอุตสาหกรรม และสังคมเมืองจะค่อย ๆ ผลักให้มนุษย์จำนวนมากหันมานอนแบบ Monophasic Sleep หรือการนอนยาวครั้งเดียวในตอนกลางคืนมากขึ้น นี่ไม่ได้แปลว่ามนุษย์ทุกกลุ่มในอดีตนอนเหมือนกันหมด แต่ทำให้เห็นว่า รูปแบบการนอนของเราไม่ใช่สิ่งตายตัว มันเป็นผลร่วมกันระหว่างชีววิทยา วัฒนธรรม เทคโนโลยี และระบบเศรษฐกิจ

ในปัจจุบัน รูปแบบการนอนยิ่งซับซ้อนขึ้น มนุษย์มีการทำงานกะกลางคืน การเดินทางข้ามเขตเวลา การใช้หน้าจอก่อนนอน และกิจกรรมที่ดำเนินไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง คนจำนวนหนึ่งจึงไม่ได้ใช้ชีวิตตามดวงอาทิตย์ แต่ใช้ชีวิตตามตารางงาน เที่ยวบิน ระบบขนส่ง หรือการแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือ หากในอดีตไฟช่วยให้มนุษย์ชนะความมืด ปัจจุบันแสงไฟและเวลาแบบสังคมเมืองก็อาจย้อนกลับมาทำให้ร่างกายสับสนว่า ตอนนี้ควรเป็นกลางวันหรือกลางคืนกันแน่

นักบินอวกาศเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ราว 16 ครั้งใน 24 ชั่วโมง

นักบินอวกาศเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ราว 16 ครั้งใน 24 ชั่วโมง

บนสถานีอวกาศ โลกหมุนเร็วเกินกว่าที่ร่างกายมนุษย์จะใช้เป็นนาฬิกาได้

บนสถานีอวกาศ พระอาทิตย์ขึ้นบ่อยเกินกว่าที่ร่างกายจะใช้เป็นนาฬิกา

สถานีอวกาศนานาชาติเป็นตัวอย่างชัดเจนที่สุดของสถานที่ที่ธรรมชาติให้สัญญาณเวลาผิดจากที่ร่างกายมนุษย์คุ้นเคย ISS โคจรรอบโลกประมาณทุก 90 นาที ทำให้นักบินอวกาศเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ราว 16 ครั้งใน 24 ชั่วโมง หากปล่อยให้ร่างกายใช้แสงอาทิตย์ภายนอกเป็นตัวตั้งเวลาโดยตรง ระบบนาฬิกาชีวภาพจะได้รับสัญญาณที่ถี่เกินไปและไม่สอดคล้องกับรอบ 24 ชั่วโมงของมนุษย์

มีงานวิจัยหลายชิ้นรายงานว่า ภาวะนอนหลับไม่เพียงพอเกิดขึ้นได้ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังภารกิจอวกาศ งานนี้ชี้ให้เห็นว่า การนอนของนักบินอวกาศไม่ได้ถูกรบกวนเฉพาะตอนอยู่ในวงโคจร แต่เริ่มตั้งแต่ช่วงฝึกซ้อมที่มีตารางแน่นและแรงกดดันสูง

NASA จึงจัดการการนอนในอวกาศในฐานะความเสี่ยงด้านการปฏิบัติภารกิจ ไม่ใช่เรื่องสุขภาพส่วนบุคคลเท่านั้น บน ISS นักบินอวกาศมีช่วงเวลานอนที่กำหนดไว้ มีที่นอนส่วนตัว มีการควบคุมแสง เสียง และตารางงาน และมีโครงการจัดแสงแบบปรับตามเวลา (Dynamic Lighting Schedule) เพื่อช่วยสนับสนุนการปรับตัวของนาฬิกาชีวภาพ เพิ่มความตื่นตัวในช่วงทำงาน และช่วยให้ร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อนในเวลานอน แสงในยานอวกาศจึงทำหน้าที่ใกล้เคียงกับเครื่องมือแพทย์และเครื่องมือปฏิบัติการไปพร้อมกัน

การจำลอง Mars 500 เมื่อมนุษย์้ต้องจำลองการใช้ชีวิตบนดาวอังคาร

การจำลอง Mars 500 เมื่อมนุษย์้ต้องจำลองการใช้ชีวิตบนดาวอังคาร

บนดวงจันทร์และดาวอังคาร เราจะนอนอย่างไร

ภารกิจระยะยาวบนดวงจันทร์จะทำให้โจทย์เรื่องเวลาต่างออกไปจาก ISS อีกระดับ ดวงจันทร์มีรอบกลางวันกลางคืนยาวประมาณหนึ่งเดือนของโลก พื้นที่หนึ่ง ๆ อาจเผชิญช่วงสว่างและช่วงมืดยาวนานหลายวัน โดยเฉพาะบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของภารกิจ Artemis สภาพแสงมีความซับซ้อนมาก ดวงอาทิตย์มักอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า ทำให้เกิดเงายาว พื้นที่บางแห่งได้รับแสงเป็นช่วง ๆ ส่วนบางหลุมอุกกาบาตอาจอยู่ในเงาถาวร

ในฐานที่อยู่อาศัยบนดวงจันทร์ การเปิดไฟหรือปิดไฟจึงเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบชีวิตประจำวันโดยตรง ฐานต้องมีเวลาทำงาน เวลาพัก เวลาซ่อมบำรุง และเวลารับมือเหตุฉุกเฉิน อาจไม่จำเป็นที่ทุกคนต้องนอนพร้อมกันเสมอไป เพราะระบบบางอย่างต้องมีคนเฝ้าดูตลอดเวลา แต่การสลับกะก็ต้องระวังไม่ให้สร้างภาวะนาฬิกาชีวภาพคลาดเคลื่อนเรื้อรังเหมือนปัญหางานกะบนโลก การพักผ่อนในอวกาศจึงเกี่ยวข้องกับทั้งแพทย์ วิศวกร ผู้วางแผนภารกิจ และผู้ออกแบบที่อยู่อาศัย

ดาวอังคารให้โจทย์อีกแบบหนึ่ง หนึ่งวันบนดาวอังคาร หรือ Sol ยาวกว่าโลกประมาณ 39 นาที ความต่างนี้อาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อสะสมหลายวัน ตารางชีวิตจะค่อย ๆ เลื่อนจากเวลาโลก งานจำลองภารกิจ Mars-500 ซึ่งเป็นการจำลองการใช้ชีวิตบนดาวอังคาร แสดงให้เห็นว่า ภารกิจระยะยาวในสภาพแยกตัวสามารถทำให้รูปแบบการนอน การเคลื่อนไหว และความตื่นตัวของลูกเรือเปลี่ยนไปได้มาก งานลักษณะนี้ช่วยให้เห็นว่า การไปดาวอังคารไม่ได้มีปัญหาแค่ระยะทางหรือเชื้อเพลิง แต่รวมถึงการรักษาจังหวะชีวิตของมนุษย์ให้ยังทำงานร่วมกันได้ตลอดหลายเดือนหรือหลายปี

ท้ายที่สุด นาฬิกาชีวิตของมนุษย์ยุคอวกาศอาจไม่ได้เพี้ยนเพราะมนุษย์อ่อนแอกว่าบรรพบุรุษ แต่เพราะเราเริ่มใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่บรรพบุรุษไม่เคยเจอ ตั้งแต่เมืองที่สว่างทั้งคืน เครื่องบินที่พาเราข้ามเขตเวลา สถานีอวกาศที่มีพระอาทิตย์ขึ้นหลายรอบ ไปจนถึงฐานบนดวงจันทร์และดาวอังคารที่ต้องสร้างกลางวันกลางคืนขึ้นมาเอง ประวัติศาสตร์ของมนุษย์จึงเป็นประวัติศาสตร์ของการต่อรองกับแสง ความมืด และการพักผ่อนอยู่เสมอ ยุคอวกาศเพียงทำให้การต่อรองนี้ชัดขึ้น และบังคับให้เรายอมรับว่า การนอนคือระบบสนับสนุนชีวิตอย่างหนึ่ง ไม่ต่างจากอากาศ น้ำ หรืออาหาร


เรียบเรียงโดย โชติวัฒน์ จิตต์ประสงค์
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : NIH, NIH, NIH


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech
 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นาฬิกาชีวิตอวกาศนักบินอวกาศThai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech Out of this worldSpace - AstronomySpace
Thai PBS Sci & Tech

ผู้เขียน: Thai PBS Sci & Tech

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความ NOW แนะนำ