สิ่งที่วงการวิทยาศาสตร์จะสูญเสีย เมื่อ “ฟอสซิลทีเร็กซ์” กลายเป็นของสะสมส่วนตัว


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

จิราภพ ทวีสูงส่ง

Thai PBS
แชร์

สิ่งที่วงการวิทยาศาสตร์จะสูญเสีย เมื่อ “ฟอสซิลทีเร็กซ์” กลายเป็นของสะสมส่วนตัว

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4220

สิ่งที่วงการวิทยาศาสตร์จะสูญเสีย เมื่อ “ฟอสซิลทีเร็กซ์” กลายเป็นของสะสมส่วนตัว

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2026 “กัส” (Gus) หนึ่งในซากดึกดำบรรพ์ของไทแรนโนซอรัสเร็กซ์ (T-Rex) ที่สมบูรณ์ที่สุดตัวหนึ่ง ได้ถูกประมูลไปโดยผู้ซื้อที่ยังไม่เปิดเผยชื่อในราคา 50.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การประมูลที่ Sotheby’s ครั้งนี้ สร้างสถิติเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่มีมูลค่าสูงสุดเท่าที่เคยขายมา ไดโนเสาร์อีกตัวหนึ่งได้เข้าสู่ตลาดของสะสมหรูหราแล้ว เป็นเครื่องเตือนใจว่าแม้แต่ประวัติศาสตร์อันยาวนานที่สุดของโลก ก็สามารถขายให้กับผู้เสนอราคาสูงสุดได้

ภาพ ฟอสซิลทีเร็กซ์ "กัส" ภาพจาก Matthew Sherman, sothebys

ภาพ ฟอสซิลทีเร็กซ์ "กัส" ภาพจาก Matthew Sherman, sothebys

“กัส” เป็นหนึ่งในซากดึกดำบรรพ์ “ทีเร็กซ์” ที่พิเศษมาก

Paul Barrett ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไดโนเสาร์จาก Natural History Museum (NHM) ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร กล่าวว่า กัสเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยม คาดว่ามีกระดูกครบถ้วนประมาณ 61 เปอร์เซ็นต์ ทำให้กัสเป็นหนึ่งในทีเร็กซ์ที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบมา กระดูกหายากที่พบร่วมด้วย ได้แก่ กระดูกซี่โครงส่วนท้อง (gastralia), กระดูกต้นแขน (humeri), กระดูกอก (furcula), กระดูกเชิงกรานที่สมบูรณ์ และกระดูกเท้าสองชิ้นที่สมบูรณ์ดี การมีซากดึกดำบรรพ์ที่สมบูรณ์ในระดับนี้ ถือเป็นความฝันของนักบรรพชีวินวิทยา เพราะจะได้รับข้อมูลมากกว่าที่เคย

Thomas Heitkamp กล่าวว่า สำหรับนักบรรพชีวินวิทยาอย่างตนเองแล้ว ฟอสซิลอย่าง “กัส” ไม่ใช่เพียงแค่ของที่ระลึกหรือผลงานศิลปะ แต่เป็นบันทึกทางวิทยาศาสตร์ที่หาอะไรมาทดแทนไม่ได้ ฟอสซิลเก็บรักษาหลักฐานของการวิวัฒนาการ การสูญพันธุ์ การเจริญเติบโต โรคภัยไข้เจ็บ การบาดเจ็บ และระบบนิเวศโบราณ พวกมันเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกที่มีจำนวนจำกัด และไม่สามารถหาอะไรมาทดแทนได้

วิทยาศาสตร์ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบยืนยันข้อกล่าวอ้างอย่างอิสระและการถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ นักวิจัยต้องสามารถกลับไปตรวจสอบตัวอย่าง ทดสอบข้อสรุปก่อนหน้านี้ และตั้งคำถามใหม่ ๆ ได้

แต่เมื่อฟอสซิลที่มีความสำคัญทางวิทยาศาสตร์อยู่ในครอบครองของเอกชนแล้ว การเข้าถึงของนักวิจัยก็จะไม่ได้รับการรับประกันอีกต่อไป นักสะสมมักจะเก็บฟอสซิลไว้ในบ้านของตัวเอง แม้ว่าตัวอย่างที่อยู่ในครอบครองของเอกชนจะถูกยืมไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ เจ้าของก็สามารถเปลี่ยนใจและยุติการเข้าถึงได้ทุกเมื่อ ปัญหานี้มีความสำคัญเป็นพิเศษเมื่อพูดถึงทีเร็กซ์ จากการศึกษาในปี 2025 พบว่าในขณะที่มีฟอสซิลทีเร็กซ์ 61 ชิ้น อยู่ในความดูแลของหน่วยงานรัฐ แต่มีถึง 71 ชิ้นที่อยู่ในครอบครองของเอกชน

Heitkamp ในฐานะที่กำลังจะดำรงตำแหน่งประธาน สมาคมบรรพชีวินวิทยาของสัตว์มีกระดูกสันหลัง (Society of Vertebrate Paleontology : SVP) ยืนยันว่า ฟอสซิลสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีความสำคัญทางวิทยาศาสตร์ควรอยู่ในความดูแลของสาธารณชน โดยจัดเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์และมหาวิทยาลัยที่เก็บรักษาไว้อย่างถาวร เปิดให้ใช้สำหรับการวิจัย และแบ่งปันให้แก่สาธารณชน

ภาพ ฟอสซิลทีเร็กซ์ "กัส" ภาพจาก Matthew Sherman, sothebys

ภาพ ฟอสซิลทีเร็กซ์ "กัส" ภาพจาก Matthew Sherman, sothebys

ฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ค้นพบ ควรเป็นของใคร?

หลายคนอาจจะสงสัย ทำไมจึงขายฟอสซิลไดโนเสาร์ได้? คำตอบของคำถาม ใครจะมีสิทธิ์ “เป็นเจ้าของ” ฟอสซิลไดโนเสาร์และตัดสินใจเกี่ยวกับฟอสซิลเหล่านั้นได้ เป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันอย่างดุเดือด เนื่องจากยังไม่มีข้อตกลงระดับโลกเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับฟอสซิลเหล่านั้นหลังจากการค้นพบ

หากพบไดโนเสาร์ในประเทศบราซิล มันจะตกเป็นของรัฐโดยอัตโนมัติ ส่วนในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาไดโนเสาร์จะเป็นของคุณตราบใดที่มันถูกพบในดินแดนของคุณ นี่คือตัวอย่างสุดขั้วของการเป็นเจ้าของฟอสซิลไดโนเสาร์ ซึ่งเราจะพบกฎหมายที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ หรือแม้แต่ในประเทศเดียวกันก็ตาม

Barrett กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่นักล่าฟอสซิลอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของและเรียกร้องค่าตอบแทนสำหรับความพยายามในการขุดและเตรียมฟอสซิลนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะถ้าหากไม่มีคนพยายามค้นหาฟอสซิล นักวิทยาศาสตร์ก็อาจจะไม่มีโอกาสได้ศึกษาฟอสซิลเลยก็ได้ แต่ราคาที่สูงลิบลิ่วต่างหากที่เป็นปัญหา ทำให้พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ สู้ราคาไม่ไหว

ด้าน ศาสตราจารย์ Susie Maidment จาก NHM กล่าวว่า นักบรรพชีวินวิทยา ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ สมควรได้รับการชดเชยสำหรับงานของพวกเขาในการค้นหา ขุดค้น และเตรียมฟอสซิล แต่การประเมินมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการแสวงหาผลกำไรจากมรดกทางธรรมชาติที่ควรเปิดให้ทุกคนได้เห็น ไม่ใช่ถูกเก็บไว้ในบ้านของคนรวย

ภาพ ฟอสซิลทีเร็กซ์ "กัส" ภาพจาก Matthew Sherman, sothebys

ภาพ ฟอสซิลทีเร็กซ์ "กัส" ภาพจาก Matthew Sherman, sothebys

มรดกทางธรรมชาติที่แบ่งปันกัน กำลังถูกนำออกประมูล

“ฟอสซิล” ไม่ใช่สิ่งที่มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์คงที่และหมดไปเมื่อมีการอธิบายลักษณะแล้ว คุณค่าของมันจะเพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ แต่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนักวิจัยในอนาคตสามารถตรวจสอบตัวอย่างดั้งเดิมต่อไปได้

บางครั้งฟอสซิลไดโนเสาร์ก็ได้รับการกู้คืน จากการถูกลืมเลือนด้วยการซื้อและนำไปเก็บรักษา หรือบริจาคให้กับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ฟอสซิลไดโนเสาร์ที่สำคัญที่สุดของโลกบางส่วนสามารถเข้าถึงได้ในปัจจุบัน เพราะบุคคล บริษัท หรือองค์กรที่มีกำลังทรัพย์ในการจัดหาตัวอย่างที่พิเศษนี้ ตระหนักว่าฟอสซิลเหล่านั้นควรอยู่ในที่ที่นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาต่อไปได้ และที่ที่คนรุ่นหลังสามารถเรียนรู้จากพวกมันได้

การซื้อฟอสซิลเพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ในที่สาธารณะอย่างถาวร นั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการซื้อมาเป็นของสะสมส่วนตัว การซื้อฟอสซิลแล้วเก็บรักษาไว้ในที่สาธารณะจะช่วยขยายการเข้าถึง แต่การซื้อฟอสซิลเป็นของสะสมส่วนตัวจะทำให้การเข้าถึงไม่แน่นอน

แต่เมื่อราคาฟอสซิลพุ่งสูงขึ้นเป็นหลักล้านดอลลาร์สหรัฐ พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ก็ไม่สามารถแข่งขันได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ฟอสซิลที่สำคัญจะไม่ได้ถูกนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์สาธารณะอย่างสม่ำเสมออีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นสินทรัพย์หรูหราที่มีมูลค่าในตลาดสูงกว่าคุณค่าทางวิทยาศาสตร์

ไดโนเสาร์เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางธรรมชาติที่เรามีร่วมกัน ฟอสซิลสร้างความอัศจรรย์ใจเพราะเชื่อมโยงเราทุกคนเข้ากับโลกที่เก่าแก่กว่าโลกปัจจุบันอย่างคาดไม่ถึง คำถามที่เกิดขึ้นจากการประมูล อย่างเช่นการประมูล “กัส” สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่า ใครสามารถซื้อฟอสซิลเหล่านี้ได้ แต่เป็นคนรุ่นหลังจะมีโอกาสได้ศึกษาและเรียนรู้จากพวกมันหรือไม่…


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : iflscience


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฟอสซิลทีเร็กซ์ทีเร็กซ์T-Rexไทแรนโนซอรัสเร็กซ์TyrannosaurusTyrannosaurus Rexนักบรรพชีวินบรรพชีวินบรรพชีวินวิทยานักบรรพชีวินวิทยานักวิทยาศาสตร์วิทยาศาสตร์ไดโนเสาร์ฟอสซิลฟอสซิลไดโนเสาร์ซากดึกดำบรรพ์Thai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech Science
จิราภพ ทวีสูงส่ง

ผู้เขียน: จิราภพ ทวีสูงส่ง

"เซบา บาสตี้" นิสิตสาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ ม.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover

บทความ NOW แนะนำ