การบุลลี หรือการกลั่นแกล้งกัน (Bullying) อาจนำมาซึ่งปัญหาร้ายแรง วิธีรับมือควรเป็นอย่างไร ?
Thai PBS ชวนเข้าใจคำว่า “บุลลี” คืออะไร ? และถึงตอนนี้มีวิธีรับมือ ป้องกัน รวมถึงการแจ้งเหตุต้องทำอย่างไรบ้าง ? หากคุณหรือคนที่คุณรักพบเจอกับการกลั่นแกล้งในชีวิต
“บุลลี” คืออะไร ?
เด็ก ๆ อาจมีพฤติกรรมหยอกล้อกันเล่น ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ ทว่าการกลั่นแกล้งที่ดูเป็นเรื่องเล็กอาจส่งผลกระทบ หากผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งนั้นไม่ได้รู้สึกสนุกด้วย และอาจสร้างบาดแผลหรือทำให้เกิดปมในใจได้
การบุลลี คือการกลั่นแกล้งรังแกที่ทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกหดหู่ เศร้า ไม่กล้าเข้าสังคม ส่งผลต่อสุขภาพจิตและร้ายแรงได้ถึงขั้นก่อให้เกิดการฆ่าตัวตายได้ เนื่องจากการกลั่นแกล้งมาได้จากหลายรูปแบบ ทั้งคำพูดที่รุนแรง การปล่อยข่าวลือ ตั้งฉายา ล้อเลียน การทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ ถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสม แบนจากกลุ่มเพื่อน ทั้งยังกระทำต่อไปถึงในโลกออนไลน์อีกด้วย
นอกจากนี้ การกลั่งแกล้งจะมีลักษณะที่เมื่อเกิดขึ้นครั้งนึงแล้วมีความเป็นไปได้มากที่จะเกิดซ้ำ และเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
สถานการณ์การบุลลีในประเทศไทย กรมการสนับสนุนบริการสุขภาพ (สมส.) และหน่วยงานเกี่ยวข้องในฐานะผู้เชี่ยวชาญเผยว่า การสำรวจเด็กและเยาวชนไทยอายุ 7-25 ปี จำนวน 41,944 คน ในปี 2568 พบว่า เยาวชนไทยมากถึง 65.54% เคยมีประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้งรังแก โดยสถานที่เกิดเหตุหลักกว่า 83.35% เกิดขึ้นภายในสถานศึกษา และผู้กระทำส่วนใหญ่ถึง 73.53% คือเพื่อนหรือนักเรียนรุ่นเดียวกัน
“บุลลี” กับ “ล้อเล่น” แยกอย่างไร ?
เส้นแบ่งระหว่างการบุลลีหรือกลั่นแกล้งกันกับการหยอกล้อกันเล่นนั้น มีเส้นแบ่งหลัก ๆ อยู่ 3 ปัจจัยด้วยกัน
1. ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีส่วนทำหรือแสดงพฤติกรรมเดียวกันอย่างเท่าเทียม และมีความสนุก มีความสุขร่วมกัน การบุลลีเกิดขึ้นเมื่อคนหนึ่งกระทำอีกอีกคนเพียงฝ่ายเดียว คนที่กระทำมีความสุขขณะที่อีกฝ่ายเกิดความกลัวหรือทุกข์ใจ
2. ทั้งคู่มีความสนิทคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ต้องระวังว่าเหตุกระทำที่เกิดขึ้นบ่อย มีลักษณะที่ไม่ได้เกิดจากความสนิทสนมแต่เกิดจากเคยถูกการกระทำมาก่อนแล้วเกิดการกระทำซ้ำได้
3 ทั้งคู่มีอำนาจที่เท่าเทียมกัน หากฝั่งหนึ่งมีอำนาจมากกว่า ไม่ว่าจะมาจากอำนาจในรูปแบบไหน ทั้งรูปร่าง ความก้าวร้าว หรือฐานะทางสังคม สามารถเข้าข่ายการบุลลีโดยการใช้อำนาจกดทับอีกฝ่ายได้
บุลลี มีวิธีรับมืออย่างไร ?
การรับมือเมื่อเกิดการบุลลีขึ้น หากสามารถทำได้อย่างถูกวิธีหลายครั้งจะช่วยให้ก้าวผ่านเหตุการณ์นั้น และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำได้
1. อย่าเก็บปัญหาไว้คนเดียว ควรบอกปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนที่ไว้ใจได้หรือขอความช่วยเหลือจากผู้ปกครอง ครู หรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้เพื่อช่วยจัดการปัญหาอย่างถูกวิธี หรือปรึกษาหมอ จิตแพทย์ องค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
2. ฝึกปฏิเสธ ฝึกพูดว่า “ไม่” และ “อย่า” เพื่อหยุดการกลั่นแกล้งโดยให้ตะโกนปฏิเสธด้วยเสียงที่หนักแน่น และดังพอให้คนอื่นอยู่แถวนั้นจะได้ยิน
3. เพิงเฉยหรือเดินหนี ไม่ตอบโต้ด้วยกำลัง ผู้กลั่นแกล้งมักต้องการปฏิกิริยาตอบสนองบางอย่าง การไม่แสดงปฏิกิริยาจะทำให้หยุดพฤติกรรมกลั่นแกล้งได้
4. มีท่าทีมั่นใจและเข้มแข็ง ไม่แสดงออกถึงความอ่อนแอ ทำให้โอกาสตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งบุลลีลดน้อยลง
5. ไปไหนมาไหนเป็นกลุ่มเพื่อน ไม่เดินแยกคนเดียว เพราะผู้ที่กระทำการบุลลีจะคอยหาโอกาสเมื่อเหยื่ออยู่คนเดียว
6. เก็บหลักฐานเพื่อดำเนินคดี การถูกกลั่นแกล้งอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และหน่วยงานสามารถให้การช่วยเหลือได้ การเก็บหลักฐาน เช่น รูปถ่าย ข้อความข่มขู่ คลิปวิดิโอ หรือพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ ช่วยให้ดำเนินการลงโทษทำได้สะดวกขึ้น
การบุลลีถือเป็นความรุนแรงรูปแบบหนึ่งที่สร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับหลายคน การเผชิญกับการบุลลีผลกระทบแตกต่างกันไปตามการรับมือด้วยทักษะของชีวิตที่หากได้รับการฝึกฝน เช่น ทักษะการฝึกใจให้เข้มแข็งฟื้นตัวเองได้ (Resilience) ฝึกการมองเห็นคุณค่าในตัวเอง (Self – Esteem) อย่างไรก็ตาม การป้องกันตัวเองเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ยังคงมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้อีกด้วย
บุลลี มีวิธีรับมืออย่างไร ?
บุลลี แจ้งหน่วยงานไหน ? แจ้งอย่างไร ?
การกลั่นแกล้งในโรงเรียนมีหน่วยที่เกี่ยวข้องหลายแห่งด้วยกันที่มีส่วนแก้ไขปัญหาได้ ต่อไปนี้เป็นช่องทางที่สามารถแจ้งเหตุบุลลีที่รับการช่วยเหลือได้
SoSafe
Line @SoSafe แพลตฟอร์มบน LINE มีการต่อยอดมาจาก Traffy Fondue ดำเนินการโดย กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ), กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) และ ศูนย์คุณธรรม ออกแบบมาเพื่อให้เป็นพื้นที่ปลอยภัยสำหรับทุกคน ทุกวัย ทุกเพศ ทุกพื้นที่ให้เข้าถึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ สิทธิ สวัสดิการ และบริการ
สามารถแจ้งเหตุการณ์บุลลีได้เพียงกดเพิ่มเพื่อน @ SoSafe เปิด ใน Line @SoSafe แจ้งเหตุและตำแหน่งที่พบเหตุ พร้อมกรอกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ระบบจะมีแชทบอทช่วยคัดกรองข้อมูล และเชื่อมต่อคุณกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่พร้อมดูแลและให้คำแนะนำอย่างเหมาะสม ทุกอย่างจะเป็นความลับ ปลอดภัย และช่วยเหลือได้จริง แถมเรายังแจ้งเหตุแทนคนใกล้ตัวได้ด้วย
ทั้งนี้ การแจ้งเหตุสามารถแจ้งในกรณีอื่น ๆ เช่น ตั้งครรภ์ไม่พร้อม, ล่วงละเมิดทางเพศ, ความรุนแรงในครอบครัว, หรือปัญหาสังคมอื่น ๆ อย่างเช่น ยาเสพติด คนเร่ร่อน หรือกลุ่มเปราะบางที่ถูกทอดทิ้ง
สายด่วนการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ 1579
หากพบเจอเหตุกลั่นแกล้งบุลลีและมีการแจ้งกับครูหรือโรงเรียนแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา หรือได้รับความช่วยเหลือ สามารถร้องเรียนผ่าน สายด่วนการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ 1579 ได้โดยมีข้อแนะนำดังนี้ เก็บหลักฐานการถูกกลั่นแกล้ง เช่น ข้อความ แชต ภาพ คลิป รายละเอียดเหตุการณ์วัน – เวลา
ทั้งนี้ เมื่อแจ้ง 1579 แล้ว ผู้แจ้งจะได้รับเลขรับเรื่องและหลักฐานการติดต่อไว้สำหรับติดตามผลการดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการยังมีศูนย์ความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ (MOE Safety Center) โทร 02-126-6565 หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน/เว็บไซต์ MOE Safety Center รับแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษาโดยตรง ทั้งเหตุอาคารชำรุด อุบัติเหตุ รวมถึงเหตุบุลลี โทร 02-126-6565 หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน/เว็บไซต์ MOE Safety Center
ช่องทางอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ ที่สามารถให้ความช่วยเหลือในกรณีบุลลีได้ในหลายแง่มุม ได้แก่
- สายด่วน 1323 กรมสุขภาพจิต สามารถติดต่อรับคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตได้ 24 ชั่วโมง
- สายด่วน AOC 1441 ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC - Anti Online Scam Operation Center) กรณีไซเบอร์บุลลี สอบถามเกี่ยวภัยออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง
- สายด่วน 1300 ศูนย์ช่วยเหลือสังคมของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สามารถขอคำปรึกษาและความช่วยเหลือโดยมีหน่วยงานอย่าง กรมกิจการเด็กและเยาวชน ที่สามารถให้การคุ้มครองเด็กและมีสถานแรกรับคุ้มครองเด็ก เยาวชนและครอบครัวที่ประสบปัญหาทางสังคมและความรุนแรงตลอด 24 ชั่วโมง
การบุลลีกำลังเป็นปัญหาหนึ่งของสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไข การรู้ช่องทางเพื่อรับมือถือเป็นการป้องกันเหตุอย่างหนึ่งที่จะช่วยเยียวยาปัญหาได้
รับชมย้อนหลังเนื้อหาที่เกี่ยวกับการบุลลี
The Last Jigsaw ต่อเติมไทย ตอน พื้นที่ห่างใจในโรงเรียน
รับชม The Last Jigsaw ต่อเติมไทย ตอน พื้นที่ห่างใจในโรงเรียน คลิก
อ้างอิง
- กระทรวงศึกษาธิการ
- UNFPA Thailand กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย
- กรมสุขภาพจิต








