การตรวจสุขภาพกลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ เมื่อพบเคสการจากไปก่อนวัยอันควรของหลากหลายบุคคล
Thai PBS รวบรวมการตรวจสุขภาพที่เหมาะสม ตามแนวทางการแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขจากเอกสาร แนวทางการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประชาชน ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๕ มาทำความเข้าใจและรู้จักการตรวจสุขภาพของคนวัยทำงานไปพร้อมกัน
เข้าใจ “การตรวจสุขภาพ” สิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันก่อนเกิดโรค
การตรวจสุขภาพ คือการตรวจสุขภาพของผู้ที่ไม่มีอาการหรืออาการแสดงของการเจ็บป่วยเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง ภาวะผิดปกติ เพื่อนำไปสู่การป้องกัน การส่งเสริมสุขภาพของผู้มาตรวจ หรือการบำบัดรักษาในระยะแรก ซึ่งต่างจากการตรวจโรคเมื่อมีอาการผิดปกติแล้ว
การตรวจสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับแต่ละช่วงอายุ คือการตรวจตามมีหลักวิชา'ในฐานะผู้เชี่ยวชาญโดยแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข มุ่งเน้นที่การสัมภาษณ์ประวัติเกี่ยวกับสุขภาพ การตรวจร่างกาย ส่วนการตรวจทางห้องปฏิบัติการจะทำเฉพาะรายการที่มีข้อมูลหลักฐานบ่งชี้ว่ามีประโยชน์คุ้มค่ากับการตรวจ
ตรวจสุขภาพวัยทำงาน ซักประวัติคือหัวใจสำคัญของการประเมินสุขภาพ
ในการตรวจสุขภาพผู้คนมักรู้สึกว่าการเข้าเครื่องตรวจมีความสำคัญ ให้ผลออกมาเป็นตัวเลขที่เป็นข้อมูลหลักฐานชัดเจน หลายครั้งอาจละเลยการพูดคุยกับหมอหรือบุคลากรทางการแพทย์ ที่เรียกกันว่า “ซักประวัติ” ทั้งที่แท้จริงแล้ว ขั้นตอนนี้ถือเป็นหนึ่งในการตรวจสุขภาพที่สำคัญ ช่วยรวบรวมข้อมูลประวัติสุขภาพทั้งในอดีตและปัจจุบัน สามารถสรุปประเด็นปัญหาด้านสุขภาพ รวมถึงวิเคราะห์และวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างครอบคลุม
การซักประวัติสุขภาพคนวัยทำงานมีหัวข้อที่ใช้ข้อมูลเพื่อประเมินสุขภาพเป็นหัวข้อที่มีรายละเอียด ดังนี้
- ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ได้แก่ การกินอาหาร การออกกำลังกาย
- ประวัติการประกอบอาชีพ เพื่อหาความเสี่ยงและการสัมผัสสารเสี่ยงต่าง ๆ จากการทำงาน
- การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ใช้ยาเสพติด ใน 3 เดือนที่ผ่านมา
- การสัมผัสวัณโรค และบุคคลในครอบครัวที่ป่วยเป็นวัณโรค
- พฤติกรรมทางเพศ รวมถึงการป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิด
- การตรวจเต้านมด้วยตัวเองอย่างถูกต้อง
- การเสียชีวิตเฉียบพลันของสมาชิกในครอบครัวโดยไม่ทราบสาเหตุก่อนอายุ 40 ปี
- ประวัติการป่วยเป็นโรคมะเร็งในครอบครัว เพื่อประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรม
- การได้รับวัคซีนที่จำเป็น
ข้อมูลสุขภาพเหล่านี้ทุกคนสามารถเตรียมตัวเพื่อใช้ปรึกษาพูดคุย รวมถึงเป็นข้อมูลเพื่อดูแลระมัดระวังสุขภาพของตัวเองได้อีกด้วย
ตรวจสุขภาพวัยทำงาน “การตรวจร่างกายทั่วไป” มาตรการระมัดระวังที่อย่ามองข้าม
การตรวจร่างกายโดยทั่วไปดูเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและใกล้ตัว กระนั้นก็สามารถช่วยให้ข้อมูลเพื่อป้องกันโรคร้ายที่จะตามมาได้ มีรายการตรวจดังนี้
การคลำชีพจร และวัดความดันโลหิต
มีข้อแนะนำให้ตรวจอย่างน้อยทุก 1 ปี เพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลงเฝ้าระวังภาวะความดันโลหิตสูงที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคอัมพาต รวมถึงโรคไต และอื่น ๆ การตรวจพบและรักษาเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถความเสี่ยงโรคหัวใจได้
ชั่วน้ำหนัก วัดส่วนสูง
ถือเป็นการประเมินด้านสุขภาวะและโภชนาการอย่างง่าย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจได้
วัดเส้นรอบเอว
ช่วยประเมินภาวะอ้วนลงพุงนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือดได้ รอบเอวปกติสำหรับผู้ชายต้องไม่เกิน 90 เซนติเมตร ผู้หญิงต้องไม่เกิน 80 เซนติเมตร
การวัดรอบเอวที่ถูกต้องให้ยืนตรง เท้า 2 ข้างห่างกัน 10 เซนติเมตร หาตำแหน่งขอบบนสุดของกระดูกเชิงกรานและชายโครงซี่สุดท้ายผ่านสะดือพอดี ให้วัดในช่วงหายใจออก ให้สายวัดแนบลำตัวไม่รัดแน่น และวัดโดยให้สายวัดอยู่แนวนอนขนานกับพื้น
มนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่น.jpg
ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน แหล่งเชื้อโรคที่นำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่นได้
สุขภาพช่องปากถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การติดเชื้อในช่องปากจะเป็นเสมือนแหล่งเพาะกระจายเชื้อโรคสู่ร่างกาย ก่อให้เกิดการติดเชื้อในอวัยวะอื่น ๆ ได้ เช่น ปอด หัวใจ สมอง รวมถึงก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคระบบต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจและปอดบวม
ข้อแนะนำจาก National Institute for Health and Care Excellence (NICE) guideline on dental checks 2020 ให้เข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากและฟันในผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป อย่างน้อยทุก 1 ปี
ตรวจสุขภาพตา ทุก 2 ปีเมื่ออายุ 40 - 65 ปี
การใช้คอมพิวเตอร์และหน้าจอถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนยุคปัจจุบัน การใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเป็นสาเหตุของโรคทางสายตา เช่น สายตาผิดปกติ ต้อลมและต้อเนื้อ มีข้อแนะนำจาก The American Optometric Association (AOA) ให้รับการตรวจสุขภาพตาโดยจักษุแพทย์เพื่อคัดกรองความผิดปกติต่าง ๆ เช่น สายตาพิการ ต้อหิน สำหรับผู้ที่มีอายุ 40 - 65 ปี โดยตรวจทุก 2 ปี เนื่องจาก ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปจะมีความเสี่ยงต่อโรคตาสูงขึ้น
ตรวจสุขภาพ ตรวจเต้านมโดยผู้เชี่ยวชาญ CBE สำหรับผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป
โรคมะเร็งเต้านมในระยะแรกมันไม่แสดงอาการ การค้นหาความผิดปกติของเต้านมให้เร็วที่สุดช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาและรอดชีวิตได้ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้สตรีที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ทุกปี เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากร สาธารณสุขที่ได้รับการฝึกอบรมเพื่อคัดกรองมะเร็ง (Clinical Breast Examination, CBE)
ตรวจสุขภาพ ด้วยแบบประเมินความเสี่ยงสุขภาพรอบด้าน
การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพหลายด้าน ถือเป็นเครื่องมือที่ใช้กันในด้านสาธารณสุข ช่วยคัดกรองเพื่อดูความเสี่ยง โดยส่วนใหญ่แล้วสามารถทำการประเมินเบื้องต้นในเอง เป็นเครื่องมือที่จัดทำและพัฒนาตามหลักวิชาโดยหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่ใช้กันในระดับสากล
ประเมินโรคหัวใจ และหลอดเลือด
การประเมินความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วย Thai CV risk score ซึ่งแบบประเมิน ความเสี่ยงนี้แนะนำให้ใช้ในคนไทยที่มีอายุ 35-70 ปีที่ยังไม่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยแสดงผลการประเมินเป็นความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตันและโรคเส้นเลือดสมองตีบตันในอีก 10 ปีข้างหน้า สามารถใช้ได้แม้ไม่มีผลตรวจไขมันในเลือด โดยให้ใช้ขนาดรอบเอวและส่วนสูงแทน
ประเมินภาวะซึมเศร้า
สุขภาพจิตถือเป็นเรื่องสำคัญในยุคปัจจุบัน ประเมินภาวะซึมเศร้าสามารถทำได้ด้วยแบบคัดกรองโรคซึมเศร้าชนิด 2 คำถาม (Two-questions-screening test for depression disorders) สามารถค้นหาโรคซึมเศร้าในชุมชนได้เพราะสั้น ใช้ง่าย มีความไวสูง หากตอบคำถามข้อใดข้อหนึ่งว่า “ใช่” และความจำเพาะสูงหากตอบว่า “ใช่” ทั้งสองข้อ การทำแบบประเมินช่วยให้ข้อมูลก่อนตัดสินใจปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมได้
การตรวจสุขภาพในห้องปฏิบัติการควรตรวจเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ตรวจสุขภาพ การตรวจในห้องปฏิบัติการควรรับการตรวจอะไรบ้าง ?
การตรวจสุขภาพที่ต้องใช้ผลจากห้องแลบ มีภาวะเสี่ยงบางอย่างที่ควรตรวจเพื่อใช้ผลในการยืนยันและจับตาความผิดปกติของสุขภาพ โดยแต่ละการตรวจเหมาะกับเพศและวัยที่ต่างกัน คนวัยทำงานมีอะไรที่ควรตรวจในห้องปฏิบัติการบ้าง ตามไปดูกัน
ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
คนไทยมีความชุกของภาวะโลหิตจากในกลุ่มอายุ 15 - 60 ปี อยู่ประมาณร้อยละ 20 - 24 นอกจากนี้ยังมีภาวะซีดจากโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ซึ่งพบได้บ่อยถึงร้อยละ 30 หรือก็คือคนไทยประมาณ 20 ล้านคน มียีนของธาลัสซีเมียชนิดใดชนิดหนึ่ง จึงแนะนำให้รับการตรวจ (Complete Blood Count, CBC) อย่างน้อย 1 ครั้งในวัยทำงานระหว่างอายุ 18 - 60 ปี หากไม่เคยตรวจมาก่อน
ตรวจไขมันในเลือด
ภาวะอ้วนลงพุงอาจนำไปสู่โรคร้ายอื่น ๆ ได้ การตรวจไขมัน TC และ HDL เป็นการตรวจที่แนะนำมากที่สุดสำหรับการตรวจคัดกรองโรคหัวใจและหลอดเลือด
ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร
การคัดกรองโรคเบาหวานตามแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน ปี พ.ศ. 2560 โดยสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยแนะนำให้ตรวจวัดระดับน้ำตาลในพลาสมาหลังอดอาหารระยะเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปใช้ 8 ชั่วโมง (fasting plasma glucose) สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป โดยตรวจทุก 3 ปี
ตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง (cancer screening)
ในปัจจุบันการตรวจคัดกรองมะเร็งหลายชนิดมีประสิทธิภาพที่ดี สามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้ มีรายการตรวจคัดกรองแนะนำ ดังนี้
การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก มีการคัดกรองหลายแบบสำหรับหญิงไทยอายุ 30 - 65 ปี (กลุ่มเสี่ยงสูง มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยหรือมีคู่นอนหลายคู่ หรือมีเพศสัมพันธ์เสี่ยงติดเชื้อ ให้ตรวจตั้งแต่ 15 - 29 ปี) ตรวจทุก 5 ปี
การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ควรรับการตรวจเมื่ออายุ 50 – 75 ปี ตรวจทุก 2 ปี แต่หากคนในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ควรเริ่มตรวจที่อายุ 40 ปี
การตรวจคัดกรองรอยโรคเสี่ยงมะเร็งปากและมะเร็งช่องปาก ซึ่งมะเร็งช่องปากมีระยะก่อนการเกิดโรคค่อนข้างนาน สามารถรักษาให้หายขาดได้ จึงควรรับการคัดกรองมะเร็งช่องปากด้วยสายตาโดยผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมโดยเฉพาะ กลุ่มที่ควรเข้ารับการตรวจได้แก่ ผู้ที่มีสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ปีละ 1 ครั้ง
การตรวจพยาธิใบไม้ในตับ (เฉพาะพื้นที่เสี่ยง)
มะเร็งท่อน้ำดีพบได้มากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสานและภาคเหนือของประเทศไทย โดยมักพบในผู้ที่มีประวัติกินปลาน้ำจืดดิบ หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปดิบจากปลาน้ำจืดที่มีพยาธิใบไม้ในตับ ผู้ที่มีความเสี่ยงจึงควรเข้ารับการตรวจเพื่อเข้ารับการรักษา
การตรวจไวรัสตับอักเสบ
ไวรัสตับอักเสบทั้งชนิดบีและซีถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคตับแข็ง ซึ่งนำไปสู่โรคมะเร็งตับได้ มะเร็งตับถือเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยอันดับ 1 ในผู้ชาย และอันดับ 2 ในผู้หญิง การตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบจะช่วยให้สามารถรักษาโรคก่อนลุกลามได้ กลุ่มเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ กลุ่มชายรักชาย พนักงานบริการทางเพศ ผู้มีประวัติใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น ผู้ที่เคยรับเลือดหรือบริจาคอวัยวะก่อนปี พ.ศ. 2535 ผู้ที่เคยสักผิวหนัง เจาะผิวหนังในสถานประกอบการที่ไม่ใช่สถานพยาบาล ผู้ที่เป็นคู่สมรสหรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยโรคไวรับตับอักเสบ สามารถเข้ารับการตรวจเพื่อรักษาก่อนได้
การตรวจหลายรายการที่กล่าวมานี้ประชาชนคนไทยมีสิทธิสุขภาพที่สามารถเข้ารับการตรวจได้ฟรี สามารถตรวจสอบผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เช่น แอพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ในส่วนของ “กระเป๋าสุขภาพ” เว็บไซต์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ www.nhso.go.th และสายด่วน สปสช. 1330 หรือตรวจสอบรายละเอียดตามสิทธิสุขภาพที่ตนเองมีได้
อ้างอิง
- กระทรวงสาธารณสุข
- กรมการแพทย์








