เทคโนโลยีผู้ช่วยชั้นดี! ที่โรงพยาบาลในประเทศอังกฤษ ได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยนำทางศัลยแพทย์ในการผ่าตัดเนื้องอกในสมองสำเร็จเป็นครั้งแรก โดยให้ AI วิเคราะห์วิดีโอแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้แพทย์หลีกเลี่ยงการผ่าตัดแล้วไปโดนเส้นประสาทและหลอดเลือดใหญ่ ซึ่งความสำเร็จนี้จะมีความน่าสนใจอย่างไรตามมาอ่านกันได้เลย
“เนื้องอกในสมอง” คืออะไร?
สำหรับ “เนื้องอกสมอง” (Brain Tumor) ก็คือ ภาวะของเซลล์ที่อยู่ในสมองแบ่งตัวผิดปกติและเพิ่มจำนวนขึ้น จนเกิดเป็นเนื้องอกสมอง โดยมีทั้งเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง และเนื้องอกชนิดร้ายแรงหรือ “มะเร็ง” ทั้งนี้ เนื้องอกสมองมีมากกว่า 120 ชนิดเลยทีเดียว แต่ที่พบมากที่สุดก็คือ เนื้องอกที่เกิดจากเซลล์สมอง เนื้องอกที่เกิดจากเยื่อหุ้มสมอง เนื้องอกที่เกิดจากเส้นประสาทหู เนื้องอกที่เกิดจากต่อมใต้สมอง และเนื้องอกชนิดมะเร็งของอวัยวะอื่นที่กระจายมาที่สมอง
โดยอัตราการเกิดเนื้องอกในสมองและระบบประสาทส่วนกลางชนิดร้ายแรงทั่วโลก จะอยู่ที่ประมาณ 3.5 ต่อประชากร 100,000 คน หรือคิดเป็นผู้ป่วยใหม่กว่า 321,000 คน ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากเนื้องอกและมะเร็งในสมองทั่วโลกมีมากกว่า 240,000 คนต่อปี
ศัลยแพทย์นำ AI มาช่วยผ่าตัดเนื้องอกในสมองอย่างไร?
โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ศัลยแพทย์ได้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยผ่าตัดเนื้องอกในสมองของชายวัย 48 ปี ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น โดย AI ได้วิเคราะห์วิดีโอสดระหว่างการผ่าตัด แล้วระบุเส้นประสาทและหลอดเลือดให้ทีมศัลยแพทย์ทราบ ขณะทำการผ่าตัดรอบ ๆ เนื้องอก
โดยการผ่าตัดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ณ University College London Hospitals NHS Foundation Trust (UCLH) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกล่าวว่า การผ่าตัดเนื้องอกในสมองโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรก ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ หลังจากผ่าตัดเสร็จสิ้นยังไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมา เนื่องจากผู้ป่วย Rhys Hibbert กำลังพักฟื้นตัวอยู่
ผู้ป่วย Hibbert มีเนื้องอกขนาด 11 มิลลิเมตรที่ต่อมใต้สมอง ซึ่งบริเวณนั้นอยู่ใกล้กับเส้นประสาทที่ควบคุมการมองเห็นและหลอดเลือดใหญ่ ด้วยเหตุนี้ จึงต้องเกิด “โอกาสผิดพลาด” น้อยมากที่สุด เนื่องจากความผิดพลาดแม้เพียงมิลลิเมตรเดียวก็อาจทำให้ตาบอด โรคหลอดเลือดสมอง หรือเสียชีวิตได้
ซอฟต์แวร์ AI นี้ใช้รหัสสีในการระบุส่วนต่าง ๆ ของบริเวณผ่าตัด เพื่อช่วยให้แพทย์ระบุอวัยวะจำเป็น ที่ต้องได้รับการปกป้อง ก่อนหน้านี้เคยมีการใช้ซอฟต์แวร์ AI ในลักษณะนี้แล้วในโรงพยาบาลเพื่อการวิจัย แต่ยังไม่เคยใช้ในการผ่าตัดผู้ป่วยจริง
ทั้งนี้ Hibbert ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ในปี 2024 แพทย์รักษาอาการของ Hibbert ในระยะแรกโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ต่อมาเกิดภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลอย่างรุนแรง และปัญหาด้านการมองเห็นแย่ลง ซึ่งอาจทำให้ Hibbert ตาบอดได้หากไม่ได้รับการผ่าตัด
หลังการผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี Hibbert ฟื้นขึ้นมา โดยสามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน จากนั้นสามารถเดินได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าภายในหนึ่งสัปดาห์ ก่อนจะกลับไปทำงานได้เป็นที่เรียบร้อย
Dr. Sophia Bano รองศาสตราจารย์ด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ UCLH กล่าวว่า ซอฟต์แวร์ AI ได้เรียนรู้จากวิดีโอการผ่าตัดหลายร้อยรายการ ทำให้มีประสบการณ์กับกรณีศึกษาที่หลากหลาย ซอฟต์แวร์ AI นี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อระบุส่วนสำคัญทางกายวิภาค เครื่องมือผ่าตัด และปฏิสัมพันธ์ของเนื้อเยื่อขณะที่การผ่าตัดดำเนินไป ซึ่งจะช่วยให้ศัลยแพทย์ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมในระหว่างขั้นตอนการผ่าตัดที่ละเอียดอ่อนมาก
ปัจจุบัน AI ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์อย่างไรบ้าง
ในปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์หลายอย่างเช่น
การถ่ายภาพและการวินิจฉัยทางการแพทย์
- การวิเคราะห์ทางรังสีวิทยา : อัลกอริทึมจะตรวจสอบภาพ CT สแกน ภาพเอกซเรย์ และภาพ MRI เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น กระดูกหัก รอยโรค หรือเนื้องอก ได้เร็วกว่าและมักมีความแม่นยำสูงกว่าการตรวจสอบโดยมนุษย์เพียงอย่างเดียว
- การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น : เครื่องมือเฉพาะทาง สามารถตรวจหาอาการเริ่มต้นของโรคต่าง ๆ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งผิวหนัง หรือโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
- การตรวจสอบแบบเรียลไทม์ : ซอฟต์แวร์อัจฉริยะจะติดตามข้อมูลผู้ป่วยที่สำคัญในห้องฉุกเฉินและห้องดูแลผู้ป่วยวิกฤต เพื่อตรวจจับรูปแบบเบื้องต้นของภาวะอันตราย เช่น ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
การสนับสนุนด้านการบริหารและปฏิบัติการ
- ผู้ช่วยจดบันทึกทางการแพทย์ : ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์จะรับฟังระหว่างการตรวจรักษาผู้ป่วย เพื่อร่างบันทึกทางการแพทย์ แผนการดูแล และคำสั่งตรวจโดยอัตโนมัติ
- ระบบอัตโนมัติในการทำงาน : ระบบจะจัดการงานที่ซ้ำซากจำเจ เช่น การออกใบแจ้งหนี้ การจัดตารางนัดหมาย และการขออนุมัติล่วงหน้า เพื่อลดภาระงานเอกสารของพนักงาน
การวิจัยและการรักษา
- การค้นพบยา : โมเดลการเรียนรู้ของ AI จะวิเคราะห์ชุดข้อมูลทางพันธุกรรมและโมเลกุลขนาดใหญ่ เพื่อลดเวลาและต้นทุนที่จำเป็นในการค้นหาสารประกอบทางเภสัชกรรมใหม่
- การแพทย์เฉพาะบุคคล : ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประมวลผลข้อมูลทางพันธุกรรม ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ และประวัติทางการแพทย์ของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อแนะนำแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
AI ช่วยยกระดับวงการแพทย์ยุคปัจจุบัน
ด้วยความที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงวงการดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นได้ เป็นเครื่องมืออันทรงพลัง ที่สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วย ยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับความเชี่ยวชาญของแพทย์ นอกจากนี้ AI ยังสามารถช่วยส่งเสริมการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ และความก้าวหน้าในการป้องกัน-รักษาโรคผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อีกด้วย
การบูรณาการ AI เข้ากับการปฏิบัติทางการแพทย์ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบความถูกต้อง การฝึกอบรม และการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้อง ความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการสนับสนุนแพทย์ในการดูแลรักษาผู้ป่วย
แม้ว่า AI จะเป็นประโยชน์อย่างมากในวงการแพทย์ เหมาะกับการนำมาใช้ยกระดับการแพทย์ เสริมศักยภาพให้แพทย์ด้วยเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้บริการผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ AI ยังไม่สามารถทดแทนบทบาทของมนุษย์ทั้งหมดได้
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล: cbtrus, gbmresearch, uclh, weforum, health, clevelandclinic, harvard
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









