ผ่านมา 7 ปี โควิด-19 ยังคงอยู่กับเรา โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน การระบาดของโควิด-19 กลับมาอีกครั้งในฐานะโรคประจำฤดู ในปี 2569 นี้ เราควรรู้อะไรบ้าง ?
Thai PBS รวบรวมข้อปฏิบัติเพื่อรับมือ สถานการณ์ปัจจุบันของโควิด-19 ในปี 2569 เป็นอย่างไร ? มีชุดความรู้อะไรบ้าง ?
โควิดในปี 2026 สถานการณ์เป็นอย่างไร ?
สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังคงมีการระบาดแต่อยู่ในระดับที่คาดการณ์ไว้สำหรับโรคติดต่อตามฤดูกาลของกรมควบคุมโรค ทั้งนี้ มีการระบุเพิ่มเติมว่า ระบบสาธารณสุขไทยยังคงมีความพร้อมทั้งยาและเวชภัณฑ์ที่เพียงพอ อีกทั้งไม่มีความจำเป็นต้องยกเลิกกิจกรรมหรือเทศกาลใด ๆ ตามที่มีกระแสข่าวลือ
ทั้งนี้ ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) ระบุว่า ยอดผู้ป่วยโควิด-19 สะสมในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 28 สิงหาคม 2569 มีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 95,357 ราย มีอัตราป่วยอยู่ที่144.76 ต่อประชากร 1 แสนคน เสียชีวิต 15 คน มีอัตราการเสียชีวิต 0.02 ต่อประชากรแสนคน
ในช่วงที่สภาพอาการเปลี่ยนแปลงเป็นฤดูกาลระบาดของโรคทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการป่วยเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการระบาดจากการรวมกลุ่มกัน เช่น โรงเรียน สถานที่ทำงาน และชุมชนต่าง ๆ
โควิดสายพันธุ์ใหม่ระบาดปี 2026 คืออะไร ? อาการและสิ่งที่ต้องระวังคืออะไรบ้าง ?
โควิด-19 เป็นไวรัสที่มีการวิวัฒนาการเป็นสายพันธุ์ใหม่ โดยมีแนวโน้มที่ความสามารถในการแพร่เชื้อและหลบภูมิคุ้มกันจะสูงขึ้น ขณะที่ความรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตจะน้อยลง กระนั้นการกลายพันธุ์ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องมีการเฝ้าระวัง
โควิดสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในไทยสูงในปี 2026 ได้แก่ โควิดสายพันธุ์ Nimbus (NB.1.8.1) สายพันธุ์ย่อยของ Omicron สถานการณ์การระบาดของสายพันธุ์นี้ ข้อมูลสถิติจากสถาบันวิจัยสาธารณสุขกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.2568 - 23 เม.ย.2569 พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดในประเทศไทย คิดเป็น 50.95% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนวัยทำงานช่วงอายุ 20 – 29 และ 30 – 35 ปี
ลักษณะเด่นของโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 นี้คือการกลายพันธุ์ที่โปรตีนหลายตำแหน่ง ทำให้ไวรัสเกาะติดเซลล์มนุษย์ได้เหนียวแน่นขึ้น หลบหลีกภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น ส่งผลให้สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว
อาการส่วนใหญ่ยังคงเหมือนกับสายพันธุ์อื่น ๆ ที่คล้ายกับไข้หวัดทั่วไป ได้แก่ เจ็บคอ ไอ มีน้ำมูก และอ่อนเพลีย มีจุดน่าสังเกตคือผู้ป่วยบางรายมีอาการเจ็บคอแบบเจ็บแปลบเหมือนมีดโกนบาด (Razor-blade throat) ถือเป็นอาการเจ็บคออย่างรุนแรง มักเกิดขึ้นในช่วงแรกของการติดเชื้อ ทั้งนี้ ในส่วนของความรุนแรงนั้นยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีความรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ
โควิด-19 ในปี 2026 มีข้อควรปฏิบัติอะไรบ้าง ? เพื่อระวัดระวังตัว
การรับมือโควิด-19 ในปี 2026 ยังคงต้องระมัดระวังแม้จะกลายเป็นโรคประจำฤดูและการแพร่ระบาดยังอยู่ในระดับที่คาดการณ์ไว้ก็ตาม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขมีข้อแนะนำรวม ๆ ยังคงเหมือนเดิม ได้แก่
1. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ก่อนกินอาหารและเครื่องดื่ม หลังเข้าห้องน้ำ หรือหลังสัมผัสบริเวณที่มีการสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได
2. เมื่อไอหรือจามต้องปิดปากปิดจมูกด้วยผ้าหรือทิชชูทุกครั้ง
3. หลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่ที่มีคนหมู่มาก แออัด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้มีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ เช่น มีอาการไอ จาม คัดจมูก มีน้ำมูก
กลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) หญิงตั้งครรภ์ 1 สัปดาห์ขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน
ป่วยโควิด-19 ในปี 2026 ควรทำอย่างไร ?
ผู้ที่สงสัยป่วยโควิด-19 สามารถซื้อชุดตรวจด้วยตัวเองได้ ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มมีอาการป่วยเบื้องต้น กรมควบคุมโรคในฐานะหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำโดยยึดหลัก “ป่วยพัก ลดใกล้ชิด” ดังนี้
1. พักผ่อนให้เพียงพอ
2. หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น ล้างมือบ่อย ๆ
3. สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หากจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น
4. ผู้ที่อาการไม่รุนแรงสามารถดูแลตัวเองจนหายดีได้ใน 7 – 10 วัน ทั้งนี้ควรสังเกตอาการของตัวเองให้ดี
5. ผู้ที่อาการรุนแรงขึ้น เช่น หายใจลำบาก เจ็บหรือแน่นหน้าอก ซึมลง รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้น้อยลง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ในส่วนของกลุ่มเสี่ยง 608 หากมีอาการป่วยควรพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาและการดูแลที่เหมาะสม หรือสอบถามเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
อ้างอิง
- กรมควบคุมโรค








