วิเคราะห์ 5 แถลงการณ์ โจทย์ปฏิรูป Thai PBS ควรเป็นอย่างไร ?

วิเคราะห์ 5 แถลงการณ์ โจทย์ปฏิรูป Thai PBS ควรเป็นอย่างไร ?

แชร์

วิเคราะห์ 5 แถลงการณ์ โจทย์ปฏิรูป Thai PBS ควรเป็นอย่างไร ?

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4497

Thai PBS AI
สรุปให้

เมื่ออ่านแถลงการณ์ทั้ง 5 ชุดควบคู่กัน ได้แก่ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อ, คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ, คณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์, คณะการสื่อสารมวลชน มช. และ ส.ส.ม.ท. จะพบว่า การอธิบายว่าองค์กรเหล่านี้ “คัดค้านการแก้กฎหมายไทยพีบีเอส” เหมือนกันทั้งหมดนั้น ไม่เพียงพอ เพราะแต่ละองค์กรวางน้ำหนักระหว่าง “ความเป็นอิสระ–วินัยการคลัง–การตรวจสอบ–การปฏิรูปองค์กร” แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อเสนอที่กำลังเป็นข้อถกเถียงคือการเปลี่ยนรายได้ของไทยพีบีเอสจากเงินบำรุงที่กฎหมายกำหนดจากสุราและยาสูบ ไปเป็นการจัดสรรผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปี

โดยผู้เสนอให้เหตุผลเรื่องวินัยการเงินการคลัง ขณะที่องค์กรวิชาชีพและนักวิชาการ กังวลว่าการเปลี่ยนดังกล่าวอาจทำให้กลไกจัดสรรงบประมาณกลายเป็นแรงกดดันต่อสื่อสาธารณะได้

จุดร่วมใหญ่ เงินไม่ใช่เพียงเรื่องงบประมาณแต่เป็นโครงสร้างอำนาจ สิ่งที่ทั้ง 5 กลุ่มเห็นใกล้เคียงกันที่สุดคือ ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะสัมพันธ์กับความมั่นคงทางการเงิน

หากองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลต้องกลับไปของบประมาณจากฝ่ายการเมืองเป็นรายปี ความเสี่ยงไม่ได้อยู่เฉพาะการถูกสั่งว่า “ข่าวนี้ห้ามทำ” แต่รวมถึงแรงกดดันเชิงโครงสร้าง เช่น การเพิ่มหรือลดงบประมาณ ความไม่แน่นอนในการวางแผน และท้ายที่สุดคือการเซ็นเซอร์ตนเอง

แต่แทบทุกแถลงการณ์ก็ไม่ได้เสนอให้ไทยพีบีเอส “เป็นอิสระจากการตรวจสอบ” ตรงกันข้าม ทุกฝ่ายยอมรับหลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการตรวจสอบเงินสาธารณะ

ความแตกต่างจึงอยู่ที่ว่า ควรตรวจสอบอย่างไร และ Thai PBS เองต้องเปลี่ยนแปลงมากเพียงใด

ในแถลงการณ์ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อ ไม่ได้เรียกร้องให้ถอนร่างโดยทันที แต่เรียกร้องให้ศึกษาผลกระทบและพิจารณาทางเลือกด้านเงินทุนอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ ที่สำคัญกว่านั้นคือ ประกาศอย่างชัดเจนว่า การทบทวนกฎหมายไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะเรื่องแหล่งรายได้

แต่ควรทบทวนตั้งแต่ บทบาทและพันธกิจ โครงสร้างการบริหารและกำกับดูแล ประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากร ความโปร่งใส คุณภาพเนื้อหา ไปจนถึงความสามารถในการเข้าถึงประชาชน 

และไม่ได้เรียกร้องเฉพาะฝ่ายการเมือง แต่เรียกร้องโดยตรงต่อ คณะกรรมการนโยบายและฝ่ายบริหาร Thai PBS ให้เริ่มกระบวนการปฏิรูปองค์กรอย่างจริงจัง เปิดให้บุคลากร นักวิชาการ วิชาชีพ ภาคประชาสังคมและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมกำหนด แผนปฏิรูปและตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่วัดได้

นี่ทำให้จุดยืนของ 6 องค์กรมีลักษณะเป็น “ปกป้องสถาบันสื่อสาธารณะ แต่ไม่ได้ปกป้องสถานะเดิมขององค์กร”

นิเทศศาสตร์จุฬาฯ ถอนร่างแต่ต้องปฏิรูป ThaiPBS

จุฬาฯ มีท่าทีต่อร่างกฎหมายเด็ดขาดกว่า 6 องค์กร คือเห็นว่าควรถอนร่างและคงหลักประกันทางการเงินเดิม แต่จุดสำคัญคือจุฬาฯ ไม่ได้ปฏิเสธปัญหาของ Thai PBS กลับระบุถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์และข้อห่วงใยเรื่องประสิทธิภาพ และเสนอหลักคิดที่ชัดมากว่า

ปัญหาประสิทธิภาพต้องแก้ด้วยการปฏิรูปองค์กร ไม่ใช่ทำให้องค์กรขาดความเป็นอิสระ จึงเสนอให้รักษาหลักประกันทางการเงินไว้ พร้อมกับทำให้องค์กร กระชับ โปร่งใส และมีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่สะท้อนคุณค่าต่อประชาชน

จุดยืนนี้จึงเป็น “Reform without political control” ปฏิรูปได้และควรปฏิรูป แต่ไม่ควรใช้การควบคุมงบประมาณเป็นเครื่องมือปฏิรูป

วารสารธรรมศาสตร์ ปกป้องความเป็นอิสระก่อนแล้วเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ

ธรรมศาสตร์ให้น้ำหนักกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนโครงสร้างเงินทุนสูงมาก และเรียกร้องให้ถอนร่าง
แต่เมื่อเทียบกับ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อและจุฬาฯ จะเห็นว่า ธรรมศาสตร์ไม่ได้วางโจทย์การรื้อหรือปฏิรูปโครงสร้างบริหาร Thai PBS ไว้เป็นแกนหลัก

แนวทางของธรรมศาสตร์ คือ ถ้าสังคมกังวลเรื่องวินัยการคลัง ความโปร่งใส หรือประสิทธิภาพ ก็สามารถเพิ่มความเข้มข้นของระบบตรวจสอบ การรายงาน การประเมินผล และการมีส่วนร่วมของประชาชนได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแหล่งรายได้

จึงเป็นแนวคิด “Strengthen accountability without weakening independence” เพิ่มการตรวจสอบ แต่ไม่ลดทอนความเป็นอิสระ

สื่อสารมวลชนเชียงใหม่ จุดยืนกึ่งกลางอย่าเพิ่งตัดสินว่าระบบไหนดีที่สุดต้องศึกษาก่อน

มช. มีลักษณะต่างออกไป เพราะไม่ได้ปิดประตูการเปลี่ยนระบบเงินทุน และไม่ได้เรียกร้องถอนร่างอย่างตรงไปตรงมา โจทย์ของ มช. คือ Evidence-based reform

หากจะเปลี่ยนระบบ ต้องประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน ทั้งความเพียงพอ ความต่อเนื่องและความสามารถคาดการณ์รายได้ หลักประกันความเป็นอิสระ ระบบตรวจสอบ ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ตลอดจนศึกษารูปแบบการเงินของสื่อสาธารณะในประเทศอื่น

ที่สำคัญต้องเปิดให้ นักวิชาการ วิชาชีพสื่อ องค์กรสื่อ ภาคประชาสังคม และประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม

ดังนั้น มช. ไม่ได้ตอบโจทย์ด้วยคำว่า “ระบบเดิม” หรือ “ระบบใหม่” แต่ตั้งคำถามว่า ระบบใดสามารถพิสูจน์ได้ว่ารักษาความเป็นอิสระ พร้อมกับสร้าง Accountability ได้ดีกว่า

สภาสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (ส.ส.ม.ท.)​ ถอนร่างนี้แต่ไม่ได้หมายความว่าห้ามเปลี่ยนระบบตลอดไป

ส.ส.ม.ท. มีจุดยืนต่อร่างปัจจุบันชัดเจนมาก คือ ขอให้ถอนร่างและคงกลไกเงินบำรุงไว้ก่อน เพราะเห็นว่าเหตุผลเรื่องวินัยการคลังยังไม่เพียงพอ และร่างปัจจุบันยังไม่มีหลักประกันทางการเงินมาทดแทน
แต่มีรายละเอียดสำคัญที่ทำให้จุดยืนนี้ไม่ใช่ “อนุรักษ์ระบบเดิม” เพราะ ส.ส.ม.ท. ระบุว่า เปิดรับทางเลือกในการจัดหาเงินทุนใหม่

เงื่อนไขคือ ต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์พิสูจน์ความจำเป็น และกฎหมายใหม่ต้องรับประกันว่ารายได้ เพียงพอ–มั่นคง–คาดการณ์ได้ และคุ้มครองความเป็นอิสระได้ ไม่ต่ำกว่าระบบเดิม

ดังนั้น ส.ส.ม.ท. จึงมีจุดยืนในลักษณะ “ถอนร่างนี้ แต่เปิดประตูสำหรับโมเดลใหม่ที่ดีกว่า”

เมื่อวางทั้ง 5 แถลงการณ์บนภาพเดียวกัน 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่มีองค์กรใดเสนอว่า Thai PBS ไม่ต้องถูกตรวจสอบ และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะตีความว่าเสียงคัดค้านทั้งหมดคือการเรียกร้องให้ “รักษา Thai PBS แบบเดิมทุกอย่าง”

ในทางกลับกัน เริ่มเกิดฉันทามติบางอย่างว่า Thai PBS ต้องมี อิสระ + Accountability + ประสิทธิภาพ + Public Value พร้อมกัน

ความแตกต่างอยู่ที่วิธีไปถึงเป้าหมายนั้น

6 องค์กรวิชาชีพสื่อและจุฬาฯ ตั้งคำถามกับตัวองค์กรแรงที่สุดว่า Thai PBS ต้องพิสูจน์ความจำเป็น ความคุ้มค่า และปฏิรูปการบริหาร

ขณะที่ ธรรมศาสตร์ เน้นป้องกันความเป็นอิสระและเพิ่มกลไกตรวจสอบ ส่วน มช. เน้นการศึกษาและออกแบบระบบบนหลักฐาน และ ส.ส.ม.ท. เน้นหลักประกันทางการเงิน โดยไม่ปิดประตูโมเดลใหม่ในอนาคต

จึงอาจกล่าวได้ว่า ความขัดแย้งที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ “ปฏิรูปหรือไม่ปฏิรูป Thai PBS” เพราะหลายฝ่ายเห็นว่าต้องปรับปรุง

คำถามสำคัญกว่าคือ จะปฏิรูป Thai PBS อย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และรับผิดชอบต่อประชาชนมากขึ้น โดยไม่เปลี่ยน “การตรวจสอบเงินสาธารณะ” ให้กลายเป็น “อำนาจควบคุมสื่อสาธารณะ”

และนี่น่าจะเป็นจุดร่วมที่สำคัญที่สุดจากแถลงการณ์ทั้ง 5 ชุด

อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ

ผู้เขียน: อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ

อดีตบัณฑิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คว่ำหวอดในแวดวงสื่อสารมวลชนไทยมาอย่างยาวนาน เคยเป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ รวมถึงกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น บอรดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ด้านเทคโนโลยี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

  • นิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
  • วารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์
  • สื่อสารมวลชน มช.
  • ส.ส.ม.ท.
  • องค์กรวิชาชีพสื่อ
  • องค์กรวิชาการสื่อ
  • ปฏิรูป
  • Thai PBS

บทความ NOW แนะนำ