ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ไม่จริง ! หลอกคุย 2 นาที ดูดเงินหมดบัญชี
เทคโนโลยี

ไม่จริง ! หลอกคุย 2 นาที ดูดเงินหมดบัญชี

จิราภพ ทวีสูงส่ง16 ก.พ. 673 นาที16 ก.พ. 67

จากประเด็น “หลอกคุย 2 นาที ดูดเงินหมดบัญชี” ด้วยความห่วงใยไม่อยากให้มีใครต้องตกเป็นเหยื่อ “มิจฉาชีพ” Thai PBS Sci & Tech จึงขอนำการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลพยานหลักฐาน และคำแถลงการณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในคดีนี้มาให้ได้ทราบว่า

ขนาดตัวอักษร

จากประเด็น “หลอกคุย 2 นาที ดูดเงินหมดบัญชี” ด้วยความห่วงใยไม่อยากให้มีใครต้องตกเป็นเหยื่อ “มิจฉาชีพ” Thai PBS Sci & Tech จึงขอนำการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลพยานหลักฐาน และคำแถลงการณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในคดีนี้มาให้ได้ทราบว่า เพียงการรับสายหรือกดลิงก์ พวกเรายังปลอดภัยไม่โดนดูดเงินออกจากบัญชี

โดยจากการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลพยานหลักฐานในคดีที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันก่อนหน้านี้ รวมไปถึงคำแถลงการณ์ของศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศภาคการธนาคาร (TB-CERT) ภายใต้สมาคมธนาคารไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอยืนยันว่า แค่การรับโทรศัพท์ หรือการกดลิงก์เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทำให้มิจฉาชีพดูดเงินในบัญชีของเราได้

แต่ที่ต้องกล่าวในอีกทางคือ การรับโทรศัพท์ การกดลิงก์นั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้ “มิจฉาชีพ” สามารถ “หลอกลวง”  เราได้ โดยต้องมีพฤติการณ์อื่นร่วมนั้นเอง

หลัก ๆ มิจฉาชีพมักจะใช้ 3 วิธีในการหลอกลวงเหยื่อ

1. พูดให้เหยื่อโอนเงินให้เอง
2. พยายามหลอกถามข้อมูลเหยื่อเพื่อนำข้อมูลไปใช้เข้าถึงบัญชีบน Application ของเหยื่อ
3. หลอกล่อให้เหยื่อติดตั้งโปรแกรมควบคุมมือถือเพื่อโอนเงินออกเอง
4. หลอกล่อให้เหยื่อเผลอกดรหัสนิรภัย หรือ ข้อมูลสำคัญสำหรับโอนเงิน

ดังนั้นสิ่งที่ “มิจฉาชีพ” จะกระทำกับ “เรา” เมื่อ “รับสายโทรศัพท์” คือ

1. พยายามสร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเอง
2. พยายามสนทนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ท่านไม่มีสมาธิจดจ่อกับข้อความที่ปรากฏขึ้นบนโทรศัพท์
3. เมื่อท่านเริ่มเคลิ้มตามไปกับมิจฉาชีพ มิจฉาชีพจะใช้จังหวะนี้ในการหลอกถามข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อใช้ในการเข้าถึงแอปฯ บัญชีธนาคารของเราอีกที

จากกรณีก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น “สายชาร์จดูดเงิน”, “ลิงก์ดูดเงิน“, “QR Code ดูดเงิน” และในกรณีล่าสุดบนหน้าข่าวในช่วงนี้คือ “รับสายเพื่อดูดเงิน” ล้วนไม่เป็นความจริง มิจฉาชีพต้องดำเนินการอีกหลายขั้นตอนกว่าที่จะสามารถขโมยบัญชีของเหยื่อได้

แนวทางการป้องกัน

1. ไม่ดาวน์โหลดติดตั้ง รวมถึงกดลิงก์ใด ๆ โดยเฉพาะจากแหล่งที่ไม่รู้จักพร้อมให้ตรวจสอบลิงก์ก่อนกดทุกครั้ง
2. ไม่สแกนใบหน้ากับโปรแกรมจากแหล่งอื่น ๆ นอกเหนือจากแหล่งที่ได้รับการควบคุมและรับรองความปลอดภัยจากผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการที่เป็น Official Store (App Store สำหรับ iOS และ Play Store สำหรับ Android เป็นต้น)
3. เมื่อรู้ตัว หรือสงสัยว่ากำลังคุยกับมิจฉาชีพ ไม่แนะนำให้คุยต่อ เพราะอาจจะหลงเชื่อมิจฉาชีพ เนื่องจากมิจฉาชีพอาจจะมีข้อมูลจริงทำให้พูดคุยแล้วยิ่งหลงเชื่อ รวมไปถึงอาจเสี่ยงต่อการถูกนำเสียงไปใช้ปลอมเพื่อหลอกลวงผู้อื่นต่อ
4. หลีกเลี่ยงการใช้รหัสเดียวกันในการปลดล็อกอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะรหัสเข้าแอปพลิเคชัน Mobile Banking เพื่อป้องกันการเผลอกดรหัสโอนเงินโดยไม่ตั้งใจ
5. หากมีข้อสงสัยใด ๆ ให้โทรสอบถามที่เบอร์ทางการของหน่วยงานนั้นโดยตรง หรือโทร.ปรึกษาสายด่วนศูนย์ AOC 1441

หากพี่น้องประชาชนท่านใดตกเป็นเหยื่อโจรออนไลน์ สามารถแจ้งความผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ (เฉพาะคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) ที่เว็บไซต์นี้เท่านั้น www.thaipoliceonline.go.th

🎬ดูคลิป รู้ทันกันได้ : ไขข้อข้องใจ คุย 2 นาที โดนมิจฉาชีพดูดเงินได้จริงหรือ ?

 

🎧 อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)

บทความที่เกี่ยวข้อง

Wi-Fi 8 คืออะไร แล้วเราต้องเปลี่ยนมาใช้ Wi-Fi 8 หรือยังเทคโนโลยี

Wi-Fi 8 คืออะไร แล้วเราต้องเปลี่ยนมาใช้ Wi-Fi 8 หรือยัง

หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ Wi-Fi 7 ในอุปกรณ์สื่อสาร ไม่ว่าจะในสมาร์ตโฟน เครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป หรือเราเตอร์กันบ้าง และรู้สึกว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำสมัยในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา

14 ก.ย. 69|20 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
Data Centers บูม! ทำไมบิ๊กเทคโลก แห่ปักหมุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ?เทคโนโลยี

Data Centers บูม! ทำไมบิ๊กเทคโลก แห่ปักหมุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ?

Data Centers แห่งใหม่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก เนื่องจากความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Cloud Computing ที่พุ่งสูงขึ้น โดยเอเชียเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมนี้

09 ก.ย. 69|5 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นถ่ายคลิป ชายไต้หวันชนะคดีภรรยานอกใจ แต่ถูกปรับ-จำคุก 5 เดือน คดีแอบถ่ายเทคโนโลยี

ใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นถ่ายคลิป ชายไต้หวันชนะคดีภรรยานอกใจ แต่ถูกปรับ-จำคุก 5 เดือน คดีแอบถ่าย

ชายชาวไต้หวันชนะคดีเรียกค่าเสียหาย ได้เงิน 16,000 ดอลลาร์ไต้หวัน จากภรรยาที่นอกใจ ด้วยหลักฐานที่ได้จากกล้องของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น (Robot Vacuum)

07 ก.ย. 69|07 ก.ย. 69
อ่านต่อ →