เพิ่งออนแอร์ไปไม่นาน ได้รับเสียงตอบรับที่ดี สำหรับละคร “รถรางเที่ยวสุดท้าย” ละครสะท้อนเรื่องราว “ความต่างวัย” ของผู้คนในสังคม พร้อมแง่มุมการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้
Thai PBS มีโอกาสได้พูดคุยกับเหล่านักแสดง ก้าวหน้า-กิตติภัทร แก้วเจริญ, ปอนด์-พลวิชญ์ เกตุประภากร, ตังตัง-นัฐรุจี วิศวนารถ, ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ และ หมู-สมภพ เบญจาธิกุล ถึงการทำงานครั้งนี้ และมุมมองเรื่องความแตกต่างระหว่างวัย ที่ชวนทุกคนมาหาทางออกเพื่อเป็นประโยนช์ร่วมกัน
บทบาทที่ได้รับ กับละคร “รถรางเที่ยวสุดท้าย”
เหล่านักแสดงละคร รถรางเที่ยวสุดท้าย
เริ่มต้นการพูดคุยกับ 5 นักแสดงนำของละคร “รถรางเที่ยวสุดท้าย” ถามแต่ละคนว่าได้รับบทเป็นตัวละครแบบไหน อย่างไร
“ผมรับบทเป็นภราดรครับ” ปอนด์ เริ่มต้นตอบเป็นคนแรก “ภราดรเป็นตัวละครที่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ มองผิวเผินอาจจะดูเหมือนก้าวร้าว แต่ว่าจริง ๆ แล้วมีความตรงไปตรงมา ซึ่งผมชอบตัวละครตัวนี้ที่เขาเป็นคนกล้า เพราะความกล้าทำให้เขาดำเนินชีวิตต่อไปได้”
“ผมรับบทเป็น นที” ก้าวหน้า เล่าเป็นคนที่สอง “นทีเป็นคนต้นเรื่องที่นำพาทุกคนให้มาเจอกัน เนื่องจากเขาไปเห็นบทกลอนหนึ่งในร้านรถราง แล้วคิดจะเอาบทกลอนนี้ไปสร้างเป็นหนัง จึงไปชวนเพื่อน ก็คือภราดรมาช่วยเขียน ทำให้รู้จักกับตัวละครอื่น ๆ ตามมา”
“ในมุมของนที เป็นคนที่มีความประนีประนอมสูง เป็นคนที่เข้าใจคน อยากให้ทุกคนเข้าใจกัน ดูเป็นตัวละครในอุดมคติมาก ๆ แต่โดยรวมผมชอบตัวละครนี้มากครับ” ก้าวหน้า เล่าพร้อมรอยยิ้ม
“ตังตัง รับบทเป็นซอแก้วค่ะ” ตังตัง เล่าให้ฟังบ้าง “ในเรื่องจะเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่หัวรั้น ดื้อ มีความคิดอะไรก็จะทำแบบนั้น ซึ่งในเรื่องจะปะทะกับอาหนิง นิรุตติ์ (รับบทเป็น อารักษ์) อยู่ตลอดเวลา คาแรกเตอร์ของซอแก้ว ผู้ใหญ่อาจจะมองว่าก้าวร้าว แต่ว่าจริง ๆ ตัวซอแก้วก็มีความคิดของเขาแหละ แต่การแสดงออก อาจจะไม่อ้อมค้อม ไม่รู้จักว่าต้องมีความเคารพนะ ต้องนึกถึงใจคนอื่นนะ แต่ข้อดีของซอแก้วคือ เป็นคนที่มุ่งมั่น แสดงออกชัดเจนว่าต้องการหรืออยากได้อะไร”
มาถึงนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง หมู - สมภพ เบญจาธิกุล เล่าถึงตัวละครที่ได้สวมบทบาทบ้าง “ผมรับบทเป็น บริพัตร เป็นคนรุ่นเก่า แต่เป็นคนไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ บริพัตรเป็นคนยอมรับความคิด และเห็นถึงความทุกข์ของคนรุ่นใหม่ ชอบที่จะคุยด้วยเหตุด้วยผล ตอนผมได้อ่านบทของตัวละครนี้ ผมบอกผู้จัดฯ เลยว่า ผมอยากเล่น ผมว่ามันเข้ากับสังคมปัจจุบันมาก”
ส่วนนักแสดงเจ้าบทบาท ต๊งเหน่ง - รัดเกล้า อามระดิษ ได้สะท้อนถึงตัวละครที่เธอได้รับเช่นกันว่า “รับบทเป็น บุหงา เป็นคนรุ่นกลาง ด้วยวัยจะเป็นเหมือนกันชน ระหว่างคนรุ่นก่อน กับคนรุ่นใหม่ เราจะรับแรงกระแทกระหว่างคนสองรุ่นอยู่ตลอดเวลา บุหงาเป็นคนหัวอ่อน ซึ่งค่อนข้างต่างกับตัวเองที่เป็นคนตรง ๆ (หัวเราะ) แต่มุมที่ชอบตัวละครตัวนี้คือ เขาเป็นคนที่กตัญญู ยอมทิ้งชีวิตตัวเอง เพื่อมาตอบแทนบุญคุณของคน ๆ หนึ่ง”
ความต่างระหว่างวัยของนักแสดง “รถรางเที่ยวสุดท้าย”
78-54-28-26-25 นี่คือ “อายุ” ของนักแสดงทั้ง 5 คน เริ่มต้นจาก หมู - สมภพ เบญจาธิกุล อายุ 78 ปี รัดเกล้า อามระดิษ อายุ 54 ปี ตังตัง - นัฐรุจี อายุ 28 ปี ก้าวหน้า - กิตติภัทร 26 ปี และ ปอนด์ - พลวิชญ์ 25 ปี ด้วยความแตกต่างระหว่างวัยนี้ นักแสดงแต่ละคนมีวิธีการทำงานร่วมกันให้ออกมาได้ดีอย่างไร
“ส่วนตัวที่ผมใช้ยึดมาตลอดคือ การทำงานต้องไว้ใจกันก่อน” สมภพ บอก ก่อนว่าต่อ “แล้วอย่าว่าแต่คนรุ่นใหม่เกร็งเลย คนรุ่นเก่าก็เกร็งเหมือนกัน (หัวเราะ) ดังนั้น เราต้องให้ความเป็นกันเอง ต้องคิดว่ามาทำงานเพื่อให้งานออกมาเสร็จสมบูรณ์ เพราะฉะนั้น ต้องเปิดใจให้ทุกคนที่มาร่วมงานกับเรา เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วง”
สมภพ และสองนักแสดงรุ่นใหม่ ก้าวหน้า - กิตติภัทร / ปอนด์ - พลวิชญ์
ในมุมของ รัดเกล้า ในฐานะคนรุ่นกลาง เธอบอกว่า การเปิดใจ และความกล้า จะทำให้งานราบรื่น แถมยังได้ความรู้เพิ่มเติมขึ้นอีกด้วย
“เวลาอยู่ในกองถ่ายฯ อาหมู (สมภพ) กับ อาหนิง (นิรุตติ์) จะเป็นรุ่นใหญ่ที่สุด เรามักจะชอบเข้าไปสอบถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ ซึ่งท่านทั้งสองก็กรุณาเล่าให้ฟัง ซึ่งวิชาเหล่านี้มันหาไม่ได้ ใช้เงินซื้อก็ไม่ได้ ขอแค่เรามีความกล้าที่จะเข้าไปถาม เราก็จะได้ความรู้”
“ส่วนน้อง ๆ นักแสดงรุ่นใหม่ ต้องบอกว่าโชคดี น้องทั้งสามคนเขาเป็นคนที่ไม่ยึดติด ซึ่งเราเป็นคนชอบเข้าไปถามอยู่แล้ว บางทีน้อง ๆ อาจรำคาญเอาได้ ประมาณว่าเป็นมนุษย์ป้าที่ถามอะไรเยอะแยะ (หัวเราะ) แต่ทั้งสามคนนี้ไม่เป็นไรเลย เราเข้าไปคุยด้วยแล้ว เขาน่ารักมาก”
ด้าน ตังตัง ช่วยเล่าในเรื่องนี้บ้าง “จริง ๆ ต้องถือเป็นความโชคดีของพวกเราสามคนเช่นกัน ยังจำได้ว่า ตอนที่รู้ว่าเราต้องเล่นกับใคร ยังรู้สึกว่ามีแต่นักแสดงรุ่นใหญ่ทั้งนั้นเลย เราจะทำได้ไหมนะ แต่พอวันแรกที่มาเจอกัน อุ๊ย! เฟรนด์ลี เข้ากันได้ ไม่เกร็งเลย จากที่คิดจากบ้านมา พรุ่งนี้ต้องเข้าบทนะ จะยังไง อ้าว พี่ ๆ น่ารักมาก ทั้งพี่ต๊งเหน่ง อาหนิง อาหมู ทุกคนน่ารักหมดเลย”
ขอ 1 คำ ช่วยทำให้การทำงานกับคนต่างวัยราบรื่น
ถามนักแสดงรุ่นใหม่อย่าง ก้าวหน้า ตังตัง และปอนด์ ว่า มีหลักการ หรือมีประโยคใด ที่ยึดไว้ใช้เพื่อให้การทำงานกับผู้อื่นเป็นไปอย่างราบรื่นบ้าง ซึ่ง ก้าวหน้า บอกว่า เขาใช้คำว่า สัมมาคารวะ
“ผมรู้สึกว่า การมีมารยาทและกาลเทศะ น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญในสังคมนี้ อย่างเวลาเจอพี่ ๆ นักแสดงครั้งแรก เราก็เกร็งๆ นะครับ แต่เราก็เข้าไปด้วยความนอบน้อม รู้จักผู้ใหญ่ รู้จักเด็ก หลังจากนั้นเราก็เริ่มค่อยๆ สนิทกันมากขึ้น พูดคุยกันมากขึ้น ทำให้การทำงานราบรื่นยิ่งขึ้น”
ก้าวหน้า - กิติภัทร รับบท นที
ตังตัง - นัฐรุจี รับบท ซอแก้ว
“ตังตัง ใช้คำว่า น่ารัก เพราะเราจะต้องน่ารักกับทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ หรือทีมงาน ซึ่งคำว่าน่ารักของตัง ครอบคลุมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการมีสัมมาคารวะ รวมทั้งการมีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา ทำการบ้านเรื่องบทมาเสมอ ทุกอย่างเหล่านี้ทำให้เราเป็นคนที่น่ารักในสายตาคนอื่น” ตังตัง ตอบ
ปอนด์ - พลวิชญ์ รับบท ภราดร
“ผมใช้คำว่า เปิดใจ เพราะมีความครอบคลุมมากที่สุด” ปอนด์ ตอบบ้าง “การเปิดใจคือการรับฟังกัน และพยายามทำความเข้าใจกัน อย่างผมร่วมงานกับอาหมู (สมภพ) อาหมูจะชอบเล่าเรื่องสมัยก่อนให้ฟัง หลายเหตุการณ์เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเห็น และอาจจะไม่เข้าใจอย่างแท้จริง อาหมูจะคอยอธิบายให้ฟัง ซึ่งถ้าเราเปิดใจรับฟัง เรื่องเหล่านี้สามารถเป็นประโยชน์กับเราได้ การรับฟังกัน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ไหน ถ้าไม่ได้เปิดใจ ก็ไม่มีบทสนทนาที่จริงใจ”
มุมมองการแก้ปัญหาความต่างระหว่างวัย (Generation Gab)
หนึ่งในปัญหาสังคมปัจจุบัน คือ ความต่างระหว่างวัย กลายเป็นมุมแห่งความขัดแย้งที่ต่อยอดออกไปอีกหลายเรื่อง ถามเหล่านักแสดงทั้ง 5 คนว่า พวกเขามีมุมมอง “ทางออก” ปัญหาเหล่านี้อย่างไร
“ต้องรู้จักปรับตัว” รัดเกล้า บอก “โดยเฉพาะในคนรุ่นเก่า ถ้ามีอัตตาของตัวเอง ยึดเอาแต่สิ่งที่ฉันเป็น ฉันเรียนมา ฉันจะไม่ปรับตัวใด ๆ แม้ว่าโลกจะไปถึงไหน แบบนี้จะอยู่ยาก คือเราเชื่อว่า ที่สุดของชีวิตคนเรา อยากพบกับความสงบสุข ดังนั้น การปรับตัวเอง เปิดใจรับฟังคนอื่น รวมถึงเปิดใจที่จะเปลี่ยนตัวเอง จะเป็นส่วนสำคัญให้เราพบกับความสุขในบั้นปลายชีวิต”
“ในฐานะที่เป็นคนรุ่นใหม่ อยากให้ทุกคนคุยกันเยอะ ๆ ฟังกันเยอะๆ” ก้าวหน้า ตอบบ้าง “แล้วฟังด้วยใจ เปิดใจ ขอให้มี empathy หรือคิดถึงใจเขาใจเราด้วย ผมรู้สึกว่าความรักและความเข้าใจกัน เป็นสิ่งสำคัญมาก และจำให้ปัญหาระหว่างวัยลดน้อยลง”
รัดเกล้า และ ตังตัง สองนักแสดงในละคร รถรางเที่ยวสุดท้าย
“เราต้องใช้ใจฟังจริง ๆ นะคะ” ตังตัง ช่วยเสริม “คนรุ่นเก่า บางคน-บางที เขาอาจมีวิธีการแสดงออกที่ตรงข้ามกัน คือรักแหละ แต่ว่าการกระทำอาจจะด่า อาจจะว่า ทำไมทำอย่างนั้น ทำไมไม่ทำอย่างนี้ แต่ถ้าเราตั้งใจฟังจริง ๆ คือเขาหวังดี เขาอยากให้เราทำแบบนี้ เพื่ออนาคต ดังนั้น ในมุมของเด็กรุ่นใหม่ เราอาจจะต้อง เปิดใจให้กว้าง และตั้งใจฟังจริง ๆ ต้องวางอารมณ์ต่าง ๆ ลง มาดูแก่นจริง ๆ ว่า ที่เขาทำแบบนั้น เพราะอะไร”
“ทั้งหมดที่ทุกคนพูดมา ผมว่าดีหมด แต่ต้องใช้เวลา มันอาจจะไม่ได้ทำภายในวันนี้ พรุ่งนี้ หรือว่าเปลี่ยนได้ทันที แต่มันคือการฝึกฝน ลองเปิดใจ ลองรับฟัง ผมเชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น เราควรเปิดใจรับฟัง เพื่อที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข” ปอนด์ บอกปิดท้าย
ชวนชมละคร “รถรางเที่ยวสุดท้าย” สร้างความเข้าใจในคนต่างวัย
ละคร “รถรางเที่ยวสุดท้าย” เป็นภาพสะท้อนของการพยายามสร้างความเข้าใจของคนต่างวัย ซึ่งเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากเหล่าตัวละคร จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในสังคม ได้หันมาร่วมมือกันหา “คำตอบ” เพื่อเป็น “ทางออก” ไปสู่การอยู่ร่วมกันที่ดียิ่งขึ้น
“อยากให้คนทุกวัยมาดู เพราะว่าตัวเรื่องราว หลักๆ จะบอกถึง Generation Gab หรือว่าความแตกต่างทางความคิดระหว่างวัย เพราะฉะนั้น ถ้าเราพาคุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า หรือญาติ ๆ มาดูเรื่องนี้ จะทำ ให้เข้าใจกันมากขึ้น” ตังตัง บอก
เหล่านักแสดงละคร รถรางเที่ยวสุดท้าย
“ผมว่าเป็นละครที่เข้ากับสังคมปัจจุบัน และมีประโยชน์มาก อีกอย่างที่อยากบอกคือ ความจริงทุกคนไม่มีใครรู้ว่า รถรางเที่ยวไหนจะเป็นเที่ยวสุดท้ายของชีวิต แต่ถ้าเรารู้ เราสามารถวางแผนชีวิตไว้ล่วงหน้าได้ แล้วพอถึงบั้นปลายชีวิต คุณจะไม่ลำบาก แต่ถ้าคุณไม่เตรียมตัวอะไรเลย คุณปล่อยไปวัน ๆ พออายุมากขึ้น แล้วเกิดปัญหาอะไรขึ้น คุณจะแก้ลำบาก เตรียมตัวไว้ให้พร้อมสำหรับรถรางเที่ยวสุดท้ายครับ” สมภพ พูดปิดท้าย
ละคร รถรางเที่ยวสุดท้าย
รู้จักละคร “รถรางเที่ยวสุดท้าย”
- แนว : ดรามา
- บทประพันธ์โดย : สมเกียรติ วิทุรานิช
- บทโทรทัศน์โดย : สมเกียรติ วิทุรานิช
- ผลิตโดย : ไทยพีบีเอส ร่วมกับ บ.สตาร์ฟีนิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด
- นักแสดงนำ : กิตติภัทร แก้วเจริญ, พลวิชญ์ เกตุประภากร, นัฐรุจี วิศวนารถ, นิรุตติ์ ศิริจรรยา, รัดเกล้า อามระดิษ, สมภพ เบญจาธิกุล
เรื่องย่อ
นที เด็กหนุ่มวัย 27 กำลังตามหาความฝันที่อยากจะเป็นคนเขียนบทภาพยนตร์ เขาได้ชวน ภารดร เพื่อนสนิทวัยเดียวกันให้มาร่วมเขียนบทด้วยกัน นทีได้แรงบันดาลใจการเขียนบทมาจากบทกลอนที่แขวนเรียงรายอยู่ในร้านอาหารที่ชื่อ รถราง บทกลอนเหล่านี้เขียนขึ้นโดยเจ้าของร้านที่ชื่อ อารักษ์
เมื่อนทีได้ทำความรู้จักกับอารักษ์มากขึ้นก็ทำให้ล่วงรู้เรื่องราวส่วนตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน พวกเขารับรู้ว่ารักแรกของอารักษ์นั้นเริ่มต้นขึ้นในวันที่รถรางวิ่งเป็นวันสุดท้าย บนรกรางเที่ยวสุดท้ายวันนั้น อารักษ์และเพื่อนสนิทที่ชื่อ บริพัตร และพวกเขาทั้งสองกลับตกหลุมรักหญิงสาวคนเดียวกันที่ชื่อ มุกดา หลังจากวันนั้นเรื่องราวรักสามเส้าก็ได้เริ่มต้นขึ้น
บทหนังที่เป็นรักสามเส้าเหมือนถูกทับซ้อนด้วยเรื่องจริงของนที ภราดร และ ซอแก้ว เพราะซอแก้วหลงรักนที และภารดรหลงรักซอแก้ว แต่นทีไม่ได้คิดกับซอแก้วอย่างแฟนสาว แม่ของซอแก้วชื่อ บุหงา เป็นแม่ครัวของร้านอาหารรถราง และเป็นเมียคนที่สองของอารักษ์ที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรส หรือพิธีแต่งงานแต่อย่างไร ซอแก้วไม่ชอบอารักษ์ และไม่ยอมเรียกเขาว่าพ่อ เธอหาทางที่จะพาแม่ออกไปจากชีวิตของอารักษ์ตลอดเวลา
รวมถึงการเปลี่ยนช่วงเวลาของร้านอาหารที่ก้าวเข้าสู่ยุคปัจจุบัน ปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นทับซ้อนกันระหว่างช่วงรอยต่อของคนรุ่นเก่า และคนรุ่นใหม่ ทุกคนรอบตัวอารักษ์ต้องมีส่วนร่วมในการสร้างร้านนี้ขึ้นมาใหม่ แต่อารักษ์ยังลังเลที่จะให้คนรุ่นลูก ๆ มีส่วนร่วมในการบูรณะร้านรถรางแห่งนี้
ทุกคนล้วนต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง อารักษ์ต้องยอมรับความจริง และยังต้องยอมรับด้วยว่าอดีตก็ไม่ได้มีแต่เรื่องงดงามอย่างที่อารักษ์ต้องการให้นทีและภราดรเขียนไว้ในบทภาพยนตร์
ติดตามชมละครรถรางเที่ยวสุดท้าย ได้ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.30 น.
- ทาง Thai PBS ช่องหมายเลข 3
- รับชมอีกครั้งได้ที่ www.thaipbs.or.th/program/OnceUponATime/episodes/99906 และ www.VIPA.me
- รวมทั้งติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของละครได้ทาง www.thaipbs.or.th/OnceUponATime
[Official Trailer] ละครเรื่อง รถรางเที่ยวสุดท้าย
[MV] เพลง คือชีวิต | เพลงประกอบละครเรื่อง รถรางเที่ยวสุดท้าย
คุยกับ 5 นักแสดงจากเรื่อง "รถรางเที่ยวสุดท้าย" | ละคร รถรางเที่ยวสุดท้าย










