ไทยพีบีเอสรายงานผลการดำเนินงานต่อรัฐสภา ส.ส.ชื่นชมบทบาทสื่อสาธารณะ พร้อมเสนอแนวทางพัฒนาต่อ ไทยพีบีเอสรายงานผลการดำเนินงานต่อรัฐสภา ส.ส.ชื่นชมบทบาทสื่อสาธารณะ พร้อมเสนอแนวทางพัฒนาต่อ
ข่าวประชาสัมพันธ์

ไทยพีบีเอสรายงานผลการดำเนินงานต่อรัฐสภา ส.ส.ชื่นชมบทบาทสื่อสาธารณะ พร้อมเสนอแนวทางพัฒนาต่อ

0 ครั้ง

ไทยพีบีเอส นำเสนอผลปฏิบัติงานประจำปี 2567 และ 2568 “วันชัย” ตอกย้ำความเชื่อมั่นตลอด 18 ปีที่ผ่านมาของไทยพีบีเอส เปรียบเสมือน “ยาสามัญประจำบ้าน” ส.ส.ทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล ชื่นชมการทำงานของสื่อสาธารณะ พร้อมเสนอแนะติชมให้ความเห็นเพื่อปรับปรุงการทำงานคุ้มค่าภาษีประชาชน

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 69 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 28 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1) วาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2567 และประจำปี 2568 ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดยมีผู้เข้าร่วมรายงาน 6 ท่าน ได้แก่

  1. ดร. นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท.
  2. นายเจษฎา อนุจารี กรรมการนโยบาย
  3. นางวรินรำไพ ปุณย์ธนารีย์ กรรมการนโยบาย
  4. นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท.
  5. นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท.
  6. นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท.

ดร. นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. กล่าวว่า ในภาวะที่แพลตฟอร์มข้ามชาติเข้ามามีอิทธิพลต่อการสื่อสาร และมีบทบาทในการกำหนดสิ่งที่ผู้คนรับรู้ ส่งผลให้อธิปไตยทางสื่อ (Media Sovereignty) กลายเป็นประเด็นสำคัญที่กำลังเผชิญความท้าทาย ไทยพีบีเอสตระหนักถึงภารกิจดังกล่าว จึงได้ปรับบทบาทการทำงานในทุกด้าน เพื่อสร้างการรับรู้และร่วมปกป้องอธิปไตยทางสื่อของประเทศ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสื่อสาธารณะ โดยเฉพาะการพัฒนา VIPA ให้เป็นแพลตฟอร์มสื่อระดับชาติ ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศ และเป็นพื้นที่เผยแพร่เนื้อหาที่มีคุณภาพ สะท้อนความหลากหลายของสังคม ไม่มุ่งตอบสนองอารมณ์หรือกระแสเพียงอย่างเดียว

ดร. นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท.

ดร. นพ.โกมาตร กล่าวต่อว่า ไทยพีบีเอสยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรข้อมูลและเนื้อหาสื่ออย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง รอบด้าน และน่าเชื่อถือ พร้อมปรับรูปแบบการสื่อสารให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้รับสารทุกกลุ่ม รวมถึงการส่งเสริมระบบนิเวศสื่อสาธารณะ ผ่านความร่วมมือกับสื่อท้องถิ่น สื่อพลเมือง และองค์กรสื่อนานาชาติ เพื่อสร้างเครือข่ายสื่อที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ในยุคที่ทุกคนสามารถเป็นผู้ผลิตและเผยแพร่ข้อมูลได้ การแพร่กระจายของข้อมูลที่รวดเร็วได้ก่อให้เกิดวิกฤตความไว้วางใจในสังคม ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อระบบข้อมูลข่าวสาร ไทยพีบีเอสจึงปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้เผยแพร่ข่าวสาร สู่การสร้างการตระหนักรู้และส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ของประชาชน ซึ่งหนึ่งในกลไกสำคัญคือ Thai PBS Verify ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นระบบตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีประสิทธิภาพ โดยทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคีหลากหลายภาคส่วน พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และวิธีการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน อันเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและข้อมูลข่าวสาร

“ไทยพีบีเอสจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสื่อมวลชน แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมระหว่างประชาชนกับนโยบายสาธารณะ เพื่อร่วมสร้างสังคมที่มีข้อมูลคุณภาพ มีการมีส่วนร่วม และมีภูมิคุ้มกันทางสื่อที่เข้มแข็งต่อไป” ดร. นพ.โกมาตร กล่าว

ด้านนายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. นำเสนอรายงานประจำปี 2567 และ 2568 โดยตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าตลอด 18 ปีที่ผ่านมาของไทยพีบีเอส เปรียบเสมือน “ยาสามัญประจำบ้าน” ที่ทุกครอบครัวในสังคมไทยควรจะมีไว้ สะท้อนว่าความเป็นสื่อสาธารณะที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่จำนวนผู้ชมเพียงอย่างเดียว แต่คือความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อไทยพีบีเอส

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท.

นายวันชัย กล่าวต่อว่า สิ่งที่สะท้อนคุณค่าของไทยพีบีเอสได้ชัดเจนที่สุดคือความเชื่อมั่นของประชาชน โดยผลสำรวจจาก Reuters Institute ประจำปี 2568 พบว่า ไทยพีบีเอสได้รับความไว้วางใจจากประชาชนถึงร้อยละ 72 ขณะที่ผลการประเมินจากสถาบันเอเชียศึกษาและสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าประชาชนร้อยละ 93 เห็นว่าไทยพีบีเอสยังมีความจำเป็นต่อสังคมไทย และร้อยละ 70 มองว่าเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไทยพีบีเอสได้ทำหน้าที่รายงานและถ่ายทอดสดเหตุการณ์สำคัญของประเทศ ทั้งพระราชพิธีสำคัญ การเลือกตั้งระดับชาติ เหตุการณ์ภัยพิบัติ และสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ พร้อมทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงข้อมูล เป็นเสาหลักที่ให้ความช่วยเหลือ และการมีส่วนร่วมของสังคม โดยเฉพาะในช่วงมหาอุทกภัยภาคใต้ที่ไทยพีบีเอสได้จัดตั้งศูนย์ประสานความช่วยเหลือและ War Room ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเป็นรูปธรรม

ไทยพีบีเอสยังให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาคประชาชนในการขับเคลื่อนประเด็นสาธารณะ อย่างการติดตามปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกและลุ่มน้ำชายแดน รวมถึงด้านการศึกษาและการเรียนรู้ สำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดยได้รับการยอมรับให้เป็นสื่อด้านเด็กและการเรียนรู้ที่ประชาชนนึกถึงเป็นอันดับหนึ่ง ที่สำคัญในปี 2568 มีผลการดำเนินงานเกินดุล 69 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการพัฒนาบริการสาธารณะและนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง

จากนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลงชื่ออภิปรายรวมทั้งสิ้น 10 ท่าน ประกอบด้วย

  1. นายเกียรติคุณ ต้นยาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน
  2. นายชุมพล หลักคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน
  3. นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคภูมิใจไทย
  4. นางสาวธนพร วิจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
  5. นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
  6. นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
  7. นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทิดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
  8. นายเอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน
  9. รศ.อนุสรณ์ ธรรมใจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน
  10. นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย

นายเกียรติคุณ ต้นยาง ส.ส.พรรคประชาชน กล่าวชื่นชมการทำงานของไทยพีบีเอส โดยเฉพาะรายการ “สถานีประชาชน” ที่เป็นพื้นที่รับเรื่องร้องเรียนและช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงการนำเสนอประเด็นภัยไซเบอร์และการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เสนอให้ไทยพีบีเอสเพิ่มพื้นที่รายการด้านการเกษตร โดยเฉพาะองค์ความรู้ที่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย

ด้านนายชุมพล หลักคำ ส.ส.พรรคประชาชน เสนอให้ไทยพีบีเอสเพิ่มการสนับสนุนและเผยแพร่การแข่งขันกีฬาท้องถิ่น กีฬาเยาวชน และกีฬาชุมชน เพื่อสร้างโอกาสให้คนตัวเล็กในสังคมและส่งเสริมการเข้าถึงสื่ออย่างเท่าเทียม

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไทยพีบีเอสมีบทบาทสำคัญในการสร้างการตระหนักรู้ของสังคมผ่านเนื้อหาคุณภาพ ทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และประเด็นสาธารณะ พร้อมเสนอให้เพิ่มการนำเสนอนโยบายภาครัฐและประเด็นปัญหาของประชาชนให้มากขึ้น ขณะเดียวกันควรชี้แจงรายละเอียดการใช้งบประมาณและผลสัมฤทธิ์ของการใช้จ่ายให้ประชาชนรับทราบอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณและความท้าทายใหม่ ๆ เช่น สังคมสูงวัย ยาเสพติด ข่าวปลอม และเทคโนโลยี AI

นางสาวธนพร วิจันทร์ ส.ส.พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบทบาทของสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ โดยเห็นว่าควรกลับมาเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงประชาชนกับการทำงานของไทยพีบีเอสอย่างเข้มแข็งมากขึ้น ทั้งในระดับพื้นที่และระดับภูมิภาค เพื่อให้ข้อเสนอและปัญหาของประชาชนถูกนำไปต่อยอดสู่การผลิตเนื้อหาที่ตอบโจทย์สังคมได้อย่างแท้จริง

ด้านนายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ ส.ส.พรรคประชาชน กล่าวชื่นชมการพัฒนาเครื่องมือด้านข้อมูลสาธารณะ เช่น Policy Watch ที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาควิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย และประชาชน พร้อมเสนอให้มีการสนับสนุนกลไกดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ส.ส.พรรคประชาชน กล่าวชื่นชมการทำหน้าที่สื่อสาธารณะของไทยพีบีเอส โดยเฉพาะการนำเสนอประเด็นสาธารณะที่สื่อเชิงพาณิชย์อาจไม่สามารถดำเนินการได้ พร้อมเสนอให้ภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลเร่งกำหนดทิศทางการพัฒนาสื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มของไทยให้มีความชัดเจนมากขึ้น

ขณะที่นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ส.ส.พรรคประชาชน กล่าวชื่นชมบทบาทของไทยพีบีเอสในการเป็นพื้นที่สื่อสารของกลุ่มชาติพันธุ์ ชุมชนชายขอบ และผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาสังคมต่าง ๆ โดยเฉพาะการนำเสนอประเด็นร่างกฎหมายชาติพันธุ์ ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และผลกระทบจากสินค้านำเข้าที่ส่งผลต่อเกษตรกรไทย ซึ่งช่วยให้สังคมเห็นมุมมองที่หลากหลายและเข้าใจปัญหาได้รอบด้านมากขึ้น

ส่วนนายเอกราช อุดมอำนวย ส.ส.พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของไทยพีบีเอสในอนาคต รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและการใช้จ่ายด้านต่าง ๆ เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อได้อย่างยั่งยืน

รศ.อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส.พรรคประชาชน กล่าวว่า ไทยพีบีเอสมีความสำคัญต่อประเทศในฐานะสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระจากอำนาจรัฐและอำนาจทุน พร้อมชื่นชมการทำงานที่ยึดมั่นในประโยชน์สาธารณะและความโปร่งใสในการบริหารองค์กร โดยเห็นว่าไทยพีบีเอสไม่ควรเป็นเพียงสื่อมวลชนทั่วไป แต่ควรเป็น “โรงเรียนของสังคม” ที่ช่วยสร้างพลเมืองตื่นรู้ เสริมสร้างความเข้มแข็งทางปัญญา และส่งเสริมประชาธิปไตย พร้อมเสนอให้แสวงหารูปแบบรายได้เพิ่มเติมเพื่อรองรับความยั่งยืนขององค์กรในอนาคต

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย กล่าวชื่นชมคุณภาพของรายการสารคดีและรายการเชิงวัฒนธรรมของไทยพีบีเอส พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความน่าเชื่อถือและความเป็นกลางทางวิชาชีพ โดยเสนอให้มีการสื่อสารหลักเกณฑ์ด้านจริยธรรม การรับเรื่องร้องเรียน และกระบวนการตรวจสอบภายในต่อสาธารณะอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสื่อสาธารณะในระยะยาว

ด้านนายวันชัย ชี้แจงว่า ไทยพีบีเอสมีการนำเสนอเนื้อหาด้านการเกษตรผ่านหลายรายการ อาทิ ทุกทิศทั่วไทย และพร้อมรับข้อเสนอในการพัฒนาเนื้อหาด้านนี้เพิ่มเติม ขณะที่รายการ สถานีประชาชน ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ส่วนการถ่ายทอดสดกีฬา ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญกับกีฬาเยาวชนและกีฬาภายในประเทศ โดยยึดหลักการสร้างพลเมืองที่เข้มแข็งผ่านกีฬา พร้อมยืนยันว่าความน่าเชื่อถือยังคงเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรภายใต้สโลแกน “ไทยพีบีเอส สื่อของทุกคน”

ขณะที่นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านบริหาร กล่าวว่า ไทยพีบีเอสน้อมรับทุกข้อเสนอแนะและพร้อมนำไปพัฒนาการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าองค์กรให้ความสำคัญกับการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และยั่งยืน รวมถึงการดำเนินงานด้านการประหยัดพลังงานและการเป็นองค์กรต้นแบบด้าน Green Office ควบคู่กับการผลิตเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและตอบโจทย์ประชาชนทุกกลุ่ม

นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท.

การนำเสนอรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อรัฐสภาในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของไทยพีบีเอสในฐานะสื่อสาธารณะที่พร้อมเปิดรับการตรวจสอบ รับฟังข้อเสนอแนะจากผู้แทนประชาชนทุกฝ่าย และพร้อมนำข้อคิดเห็นไปพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ไทยพีบีเอสเป็นสื่อที่เป็นกลาง ได้รับความไว้วางใจ และตอบสนองประโยชน์ของประชาชนได้อย่างคุ้มค่าภาษีของประชาชน ภายใต้เจตนารมณ์การเป็น “สื่อของทุกคน”

สามารถรับชมและดาวน์โหลดหนังสือ รายงานผลการปฏิบัติงาน ส.ส.ท. ประจำปี 2568 ได้ทาง www.thaipbs.or.th/AnnualPerformanceReport

ชมคลิปรายงานผลการปฏิบัติงานของ ส.ส.ท. ประจำปี 2567 – 2568 ต่อสภาผู้แทนราษฎร