ผู้นำสำนักข่าวและองค์กรสื่อกว่า 330 องค์กรจาก 112 ประเทศและดินแดน ร่วมประชุม World Media Summit ครั้งที่ 7 ณ กรุงปักกิ่ง ภายใต้แนวคิด “สื่อในยุคอัจฉริยะ: จากฉันทามติสู่การลงมือปฏิบัติ” โดยมีวาระหลักอยู่ที่บทบาทของ AI ที่กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมข่าวตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการเผยแพร่ ที่ประชุมประกาศ Beijing Consensus และผลักดันความร่วมมือพัฒนามาตรฐานการใช้ AI ร่วมกัน ขณะที่ผู้นำสื่อต่างย้ำว่า “ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือ” ยังต้องเป็นหัวใจของวิชาชีพสื่อมวลชน – โดย อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รายงานจากที่ประชุม World Media Summit ครั้งที่ 7 ณ กรุงปักกิ่ง
กรุงปักกิ่ง 7 พฤศจิกายน 2569 — ผู้นำสำนักข่าวและองค์กรสื่อชั้นนำจากทั่วโลกเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม World Media Summit ครั้งที่ 7 ณ มหาศาลาประชาชน (Great Hall of the People) กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมข่าวจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การผลิตข่าว การตรวจสอบข้อเท็จจริง ไปจนถึงการเผยแพร่เนื้อหา แต่ผู้นำสื่อหลายองค์กรต่างเน้นย้ำว่า ความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และความรับผิดชอบทางบรรณาธิการยังต้องเป็นหัวใจสำคัญของวิชาชีพสื่อมวลชน
การประชุมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–9 พฤศจิกายน 2569 โดยสำนักข่าวซินหัว (Xinhua News Agency) ร่วมกับรัฐบาลกรุงปักกิ่ง มีผู้แทนเกือบ 500 คน จากเกือบ 330 องค์กร ใน 112 ประเทศและดินแดน ภายใต้แนวคิด “Media in the Intelligent Age: From Consensus to Action” หรือ “สื่อในยุคอัจฉริยะ: จากฉันทามติสู่การลงมือปฏิบัติ”

ผู้นำสำนักข่าวโลกชี้ AI เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย
ฝู หัว (Fu Hua) ประธานสำนักข่าวซินหัว กล่าวว่า AI กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมข่าวอย่างรวดเร็ว องค์กรสื่อจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ควบคู่กับการรักษาความน่าเชื่อถือของสื่อกระแสหลัก พร้อมเรียกร้องให้องค์กรข่าวจากประเทศต่าง ๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมสื่อ

ประธานสำนักข่าวซินหัว
การหารือระดับสูงหลังพิธีเปิดมีผู้บริหารสำนักข่าวชั้นนำเข้าร่วม ได้แก่ เดซี วีราซิงแฮม (Daisy Veerasingham) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Associated Press (AP) ของสหรัฐอเมริกา, พอล บาสโคเบิร์ต (Paul Bascobert) ประธาน Reuters, ฟาบริซ ฟรีส์ (Fabrice Fries) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AFP ของฝรั่งเศส และคอสตาส ออยโคโนมู (Kostas Oikonomou) รองประธานอาวุโส CNN

ประธาน Reuters

ประธานและซีอีโอ AFP ฝรั่งเศส
ผู้เข้าร่วมประชุมได้มีการนำเสนอบนเวที ค่อนข้างเห็นตรงกันว่า AI ทำให้ปริมาณข้อมูลข่าวสารเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลที่ยากขึ้น การขาดกระบวนการยืนยันข้อเท็จจริง และความคลาดเคลื่อนหรืออคติของข้อมูล
องค์กรสื่อกระแสหลักจึงจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้เทคโนโลยีระหว่างกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยไม่ลดทอนความรับผิดชอบและความน่าเชื่อถือของข่าวสาร
โทชิมิตสึ ซาวาอิ (Toshimitsu Sawai) ประธานและบรรณาธิการบริหาร Kyodo News ของญี่ปุ่น ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงจากข้อมูลผิด ข่าวปลอม และปัญหาลิขสิทธิ์ที่เกิดจาก Generative AI โดยเห็นว่ายิ่งเทคโนโลยีสามารถสร้างเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว วิจารณญาณของนักข่าวมืออาชีพก็ยิ่งมีความสำคัญ

ประธานและบรรณาธิการบริหาร Kyodo News ญี่ปุ่น
ด้าน อันเดรย์ คอนดราชอฟ (Andrey Kondrashov) ผู้อำนวยการใหญ่สำนักข่าว TASS ของรัสเซีย มองว่า AI สร้างโอกาสใหม่ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานข่าว แต่การใช้งานต้องอยู่ภายใต้หลักจริยธรรมและความรับผิดชอบ โดยมนุษย์ยังต้องมีบทบาทในการตัดสินใจเชิงบรรณาธิการ
ซินหัวเปิดตัว AI Agent และหุ่นยนต์ผู้ประกาศข่าว
นอกจากการเป็นเจ้าภาพการประชุม ซินหัวยังนำเสนอเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมข่าว โดยเฉพาะ Xinhua Yudian (新华语典) ระบบ AI Agent สำหรับข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบัน ซึ่งทำงานบนฐานข้อมูลของซินหัว โดยมีบริการหลัก 4 ส่วน ได้แก่ การสนทนากับ AI การสมัครรับข้อมูลและแจ้งเตือน ฐานความรู้ และศูนย์รวมผู้ช่วย AI
ระบบดังกล่าวมีความสามารถสำคัญ 7 ด้าน ตั้งแต่การเรียนรู้ความรู้พื้นฐาน การติดตามแหล่งที่มา การแนะนำข่าว การตอบคำถาม การตรวจสอบข้อมูล การวิเคราะห์ประเด็น ไปจนถึงการช่วยร่างบทความ โดยซินหัวเน้นการใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้เป็นรากฐานของการทำงาน
อีกหนึ่งนวัตกรรมคือ หุ่นยนต์ผู้ประกาศข่าวฮิวแมนนอยด์ชีวเลียนแบบ (Bionic Humanoid Robot News Anchors) ซึ่งซินหัวพัฒนาร่วมกับบริษัท UBTECH และเปิดตัวเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ประกอบด้วย ผู้ประกาศชายชื่อ Xinyu (新语) และผู้ประกาศหญิงชื่อ Xinyan (新言)
หุ่นยนต์ทั้งสองใช้เทคโนโลยี AI ร่วมกับระบบหุ่นยนต์ที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงมนุษย์ และสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลข่าวสารของซินหัว โดยมีผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง จางอี้โหมว (Zhang Yimou) ร่วมออกแบบภาพลักษณ์
โครงการนี้สะท้อนการพัฒนา AI จากผู้ประกาศข่าวเสมือนบนหน้าจอ ไปสู่หุ่นยนต์ที่มีตัวตนทางกายภาพ ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้เกิดรูปแบบใหม่ของการสื่อสารและการนำเสนอข่าวในอนาคต
สื่ออาเซียนเรียกร้องให้ AI เป็นเทคโนโลยีสำหรับทุกคน
ผู้นำองค์กรข่าวจากอาเซียนให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยเฉพาะองค์กรสื่อขนาดเล็กและประเทศกำลังพัฒนาที่อาจไม่มีทรัพยากรเพียงพอสำหรับการลงทุนด้าน AI
หว่อง ชุน ไหว (Wong Chun Wai) ประธานสำนักข่าว BERNAMA ของมาเลเซีย สนับสนุนแนวคิด AI for All โดยเรียกร้องให้เกิดระบบนิเวศสื่อโลกที่เปิดกว้างและเปิดโอกาสให้ประเทศในกลุ่ม Global South มีเสียงมากขึ้น รวมถึงการพัฒนา AI หลายภาษาเพื่อรองรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม
หวู เวียด จาง (Vu Viet Trang) ผู้อำนวยการใหญ่ Vietnam News Agency ของเวียดนาม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาธรรมาภิบาล AI การยกระดับทักษะดิจิทัลของนักข่าว การตรวจสอบข้อเท็จจริงข้ามพรมแดน และการคุ้มครองสิทธิในเนื้อหาข่าว

มุมมองของสื่ออาเซียนสะท้อนความกังวลว่า หากเทคโนโลยี AI กระจุกตัวอยู่เฉพาะองค์กรข่าวขนาดใหญ่และประเทศที่มีทรัพยากรสูง อาจทำให้ช่องว่างด้านข้อมูลข่าวสารและความสามารถในการแข่งขันของสื่อโลกขยายตัวมากขึ้น
Concept Paper กำหนด 5 ประเด็นหลัก ขับเคลื่อนสื่อในยุค AI
เอกสารกรอบแนวคิดการประชุม (Concept Paper) ระบุว่า โลกกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความแตกต่างทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรสื่อในระดับโลก
การประชุมกำหนดหัวข้อสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่
- AI for All and the Transformation of Global Media — ส่งเสริมการใช้ AI ในองค์กรข่าวอย่างทั่วถึง ทั้งการรวบรวมข้อมูล ผลิตเนื้อหา เผยแพร่ และบริหารจัดการ พร้อมสนับสนุนการแบ่งปันเทคโนโลยีและพัฒนาทักษะให้กับองค์กรสื่อขนาดเล็กและประเทศกำลังพัฒนา
- Media Dialogue and Cooperation for a Safer World — พัฒนาความร่วมมือด้านการรายงานข่าวข้ามพรมแดน การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการสื่อสารในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะประเด็นความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- AI-enabled Communication for Expanding Exchanges among Civilizations — ใช้ AI ช่วยเชื่อมโยงความเข้าใจระหว่างประเทศและวัฒนธรรม ผ่านเทคโนโลยีแปลภาษาและการนำเสนอเนื้อหารูปแบบใหม่ โดยรักษาความหลากหลายและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม
- AI+ and the Future of Global Communication Governance — พัฒนามาตรฐานการใช้ AI ในงานสื่อสาร ทั้งการระบุเนื้อหาที่สร้างด้วย AI การตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มา ความโปร่งใสของอัลกอริทึม และความปลอดภัยของข้อมูล
- The Beijing Approach: Decoding Chinese Modernization — ศึกษาประสบการณ์การพัฒนาของจีนผ่านการเยี่ยมชมพื้นที่สำคัญในกรุงปักกิ่ง ทั้งการพัฒนาเมือง การอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์ การบริหารมหานคร และการพัฒนาสีเขียว

กรอบแนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า การประชุมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีห้องข่าว แต่ยังเชื่อมโยง AI เข้ากับบทบาทสื่อในการสร้างความเข้าใจระหว่างประเทศ การรับมือวิกฤต และการกำหนดกติกาการสื่อสารโลก
ประกาศ Beijing Consensus และเผยแพร่รายงาน AI Plus Media 2026
ในพิธีเปิดการประชุมวันที่ 7 พฤศจิกายน มีการเผยแพร่ Seventh World Media Summit Beijing Consensus ซึ่งเน้นการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ การส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง การรักษาความถูกต้องของข่าวสาร การต่อต้านข้อมูลเท็จ และการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรสื่อทั่วโลก

ที่ประชุมยังเผยแพร่รายงาน AI Plus Media: Global Development Report 2026 ซึ่งจัดทำโดยสถาบันคลังสมองของซินหัว มีเนื้อหาวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศสื่อจาก AI ทั้งโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข่าว ความเสี่ยงจากการปลอมแปลงข้อมูล การเปลี่ยนช่องทางเข้าถึงข่าวสาร และความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ เอกสารการประชุมยังเสนอความริเริ่ม Global Media Initiative for the Joint Development of AI Application Standards เพื่อผลักดันความร่วมมือในการพัฒนามาตรฐานการประยุกต์ใช้ AI ในอุตสาหกรรมสื่อระดับโลก

การประชุม World Media Summit ครั้งที่ 7 จึงสะท้อนจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมข่าว จากเดิมที่องค์กรสื่อแข่งขันกันด้านความรวดเร็วและการเข้าถึงผู้ชม ไปสู่การแข่งขันด้านความสามารถในการใช้ AI ควบคู่กับการรักษามาตรฐานวิชาชีพ
ยิ่งเทคโนโลยีสามารถผลิตและเผยแพร่ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นเท่าใด ความสามารถในการตรวจสอบความจริง วิจารณญาณทางบรรณาธิการ และความไว้วางใจของประชาชนก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น