เศรษฐกิจติดบ้าน
เศรษฐกิจติดบ้าน

สินค้าจีนตีตลาดโลก ด้วยสินค้าคุณภาพสูงขึ้น | เศรษฐกิจน่ารู้

หน้ารายการ
29 ก.ค. 68

จีนนั้นมีการเปลี่ยนภาพลักษณ์สินค้าไปจากเดิม จากภาพจำที่ว่าสินค้า ซื้อมาแล้วเจ๊งง่าย ก๊องแก๊ง แต่ปัจจุบัน มันไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไปแล้ว อะไร คือแรงผลักดัน ทำให้สินค้าจีนเปลี่ยนไปตลอดกาล

จีนลบภาพโรงงานผลิตของถูก สู่เจ้าของแบรนด์ระดับโลก

จากอดีตที่เคยเป็นแค่ "โรงงานของโลก" ผลิตสินค้าก๊อปปี้ราคาถูกคุณภาพแย่ วันนี้จีนได้เปลี่ยนโฉมเป็นผู้สร้างแบรนด์ระดับโลกที่มีนวัตกรรมและคุณภาพเทียบเท่ายักษ์ใหญ่อย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

จาก "Made in China" สู่ "Creation in China"

อดีต: Made in China หมายถึง ฐานการผลิตสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งจะมีภาพลักษณ์ที่ถูกมองว่าเป็นของก๊อปปี้ ราคาถูก ใช้ได้ไม่นานเดียวก็พัง ขายด้วยปริมาณมาก ไม่ใช่คุณภาพ

ปัจจุบัน: Creation in China หมายถึง รังสรรค์และออกแบบในจีนตั้งแต่เริ่มต้น ภาพลักษณ์ใหม่นี้ตั้งใจมุ่งไปที่ นวัตกรรม คุณภาพสูง มี "Hero Products" และสร้างแบรนด์ตัวเองที่ยืนได้โดยไม่ต้องพึ่งต่างชาติ ตัวอย่างแบรนด์จีนที่กำลังเปลี่ยนโลก เช่น

  • Xiaomi (เสียวหมี่) ผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีหลากหลายประเภท (Smart Ecosystem) ที่มีนวัตกรรมและคุณภาพที่ไม่แพ้แบรนด์ดังระดับโลก
  • รถยนต์ไฟฟ้า ไม่มีใครตั้งคำถามถึงคุณภาพและนวัตกรรมอีกต่อไป อย่าง BYD - ผู้นำตลาดรถ EV โลก
  • เทคโนโลยี AI ปัญญาประดิษฐ์ราคาถูกกว่าค่ายตะวันตกมาก แต่ประสิทธิภาพสูงอย่าง DeepSeek

หรือในหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ก็เริ่มตีตลาดในไทยจนคนไทยคุ้นตาแล้วอย่าง

  • Mixue ร้านขายของหวาน ไอศกรีม และน้ำผลไม้ ที่ขยายสาขาทั่วเอเชียอย่างรวดเร็ว โดยใช้กลยุทธ์ Economy of Scale - ผลิตมากทำให้ต้นทุนต่ำ
  • Chagee มีโลโก้คือนางงิ้ว สะท้อนความเป็นจีน มีเป้าหมายที่จะขยายไปถึง 1,300 สาขานอกจีนภายในปี 2027

ในด้านบันเทิงและไลฟ์สไตล์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ

  • Pop Mart กล่องสุ่มตุ๊กตา Art Toy ตัวดังสุดฮิตอย่าง Labubu กลายเป็นไอคอนระดับโลก คู่แข่งดิสนีย์ บางตัวราคาพุ่งสูงถึง 800 ดอลลาร์ (ประมาณ 30,000 บาท)
  • Black Myth: Wukong เกมขายดีที่สุดในโลก สร้างจากนิทานซุนหงอคง (ไซอิ๋ว) ทำให้คนทั่วโลกหันมาสนใจวัฒนธรรมจีนอีกครั้ง

กลยุทธ์ที่ทำให้จีนเปลี่ยนไปตลอดกาล

1. ลงทุนนวัตกรรมและ R&D ไม่ได้พึ่งการก๊อปปี้อีกต่อไป แต่ริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

2. ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ให้ความสำคัญในการสร้างแบรนด์ของตัวเองที่แข็งแกร่ง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแบรนด์ต่างประเทศ ใช้วัฒนธรรมจีนเป็น Soft Power ดึงดูดใจผู้บริโภคทั่วโลก

3. Economy of Scale ใช้ขนาดตลาดในประเทศที่ใหญ่มหาศาลเป็นฐาน ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ แต่คุณภาพสูง

4. ความร่วมมือภาครัฐและเอกชน รัฐบาลจีนและภาคเอกชนทำงานร่วมกัน รู้ว่าจะแข่งขันในตลาดโลกต้องเปลี่ยนกลยุทธ์

ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด

  • ราคา: แบรนด์จีนสามารถขายของแพงได้ เพราะคุณภาพดี (เช่น Labubu ตัวละ 30,000 บาท)
  • มูลค่าแบรนด์: ฉาจีมีมูลค่าเทียบเท่าสตาร์บัคส์
  • การยอมรับ: ผู้บริโภคทั่วโลกไว้วางใจในคุณภาพสินค้าจีน
  • นวัตกรรม: หลายอุตสาหกรรมจีนเป็นผู้นำนวัตกรรมโลก

สินค้าจีนในภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไป

จีนได้เปลี่ยนตัวเองจากโรงงานรับจ้างผลิตเป็นผู้สร้างแบรนด์ระดับโลกอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี, ยานยนต์, อาหารและเครื่องดื่ม, แฟชั่น, หรือความบันเทิง

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการลงทุนนวัตกรรม, การสร้างทรัพย์สินทางปัญญา, และการใช้วัฒนธรรมจีนเป็น Soft Power ทำให้แบรนด์จีนไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกที่ถูก แต่กลายเป็นทางเลือกแรกที่มีคุณภาพสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก ทำให้โลกของจีนวันนี้ แตกต่างจากอดีตไปตลอดกาล

รับชมสาระความรู้เศรษฐกิจใกล้ตัว ในช่วงเศรษฐกิจติดบ้าน ได้ในรายการวันใหม่วาไรตี้ วันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 8.00 - 10.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือชมทุกตอนได้ทาง https://www.thaipbs.or.th/program/Economics101

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

เศรษฐกิจติดบ้าน

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - ล่าสุด

เศรษฐกิจติดบ้าน

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - ล่าสุด

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย